3 เหตุผลเบื้องหลัง “ยาคูลท์” ยอมออก “สูตรน้ำตาลน้อย” สินค้าใหม่ในรอบ 50 ปี

2
Photo Credit : Facebook ยาคูลท์ ขอนแก่น Yakult Khonkaen

แม้ “ยาคูลท์” ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดนมเปรี้ยวไม่มีส่วนผสมน้ำผลไม้มาได้อย่างยาวนาน 47 ปี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 80% ของยอดรวมผู้ดื่มนมเปรี้ยวในไทย 72% ของประชากรทั้งประเทศ เพราะด้วยสินค้าที่ขายได้ด้วยตัวเอง และระบบการขายผ่านสาวยาคูลท์ที่แข็งแกร่ง ทำให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มี Brand Loyalty สูง ซึ่งกลุ่มใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และวัยทำงานมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดรวมการบริโภคยาคูลท์ (ผลงานวิจัยตลาดผู้บริโภคนมเปรี้ยว)

แต่ปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ยาคูลท์” เผชิญกับความท้าทายไม่น้อยเช่นกัน !!

ในที่สุดแล้ว “ยาคูลท์ ประเทศไทย” ภายใต้การดำเนินธุรกิจ “บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด” ต้องขยับตัวครั้งใหญ่ในรอบ 47 ปีของการทำตลาดในไทย ด้วยการเผยโฉม “ยาคูลท์ไลท์” หรือสูตรน้ำตาลน้อย ปริมาณน้ำตาล 1.75% และใช้วัตถุให้ความหวานจากพืช คือ มอลทิทอล ที่ทำมาจากมันสำปะหลัง และซูคราโลส ที่ทำมาจากอ้อย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ยาคูลท์ ประเทศไทย” เปิดตัว “ยาคูลท์ไลท์” มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

Photo Credit : Facebook ยาคูลท์ ขอนแก่น Yakult Khonkaen

1. การแข่งขันจากคู่แข่งที่บุกหนักสูตรน้ำตาลน้อย ทำให้ผู้บริโภคมี “ทางเลือก” มากขึ้น เพราะฉะนั้นการจะรักษาฐานผู้บริโภคกลุ่มเดิม ควบคู่ไปกับการขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่ “ยาคูลท์” ต้องเข้าใจ Consumer Insight และฟังเสียงผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

2. ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม หรือความต้องการของผู้บริโภค “Healthy Lifestyle” ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ไปแล้ว ทำให้ผู้บริโภคพิถีพิถันกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งอาหารการกิน และการออกกำลังกาย ซึ่งองค์การอนามัยโลก ได้รณรงค์เรื่องการลดการบริโภคน้ำตาลส่วนเกิน รวมถึงนโยบายภาครัฐในหลายประเทศ รวมทั้งไทย หันมารณรงค์คนในประเทศไม่กินหวาน-ลดปริมาณน้ำตาล ทำให้ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าเครื่องดื่มใน Category ต่างๆ หันมาโฟกัสการพัฒนาเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อย เพื่อตอบโจทย์สุขภาพ

หนึ่งใน Consumer Insight สำหรับคนดื่ม “ยาคูลท์” เป็นประจำ หรือเคยดื่ม และปัจจุบันดื่มน้อยลง หรือเลิกดื่มไปแล้ว คือ เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ตอบโจทย์ด้านคุณประโยชน์ และรสชาติอร่อย แต่ขณะเดียวกันผู้บริโภคหลายคนก็มองว่า “หวาน” เกินไป เพราะด้วยปริมาณน้ำตาล 18% ดังนั้น การเพิ่มอีกหนึ่งโปรดักต์ไลน์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ยังคงเป็น “ทางเลือก” ของคนรักสุขภาพ

3. ปรับแบรนด์ให้ดูทันสมัย และสดใสขึ้น เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา “ยาคูลท์” ขายผลิตภัณฑ์ตัวเดียว และแพ็คเกจจิ้งเดิมมาตลอด ดังนั้น การมีสินค้าใหม่ และแพ็คเกจจิ้งดีไซน์ใหม่ ทำให้แบรนด์มีความเคลื่อนไหว สามารถดึงความสนใจของผู้บริโภคได้

ทั้งนี้ “ยาคูลท์ไลท์” จะจำหน่ายควบคู่ไปกับสูตรดั้งเดิม ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2561 นี้ ด้วยระบบการขายตรงที่เป็นเอกลักษณ์ของยาคูลท์ ที่มี “สาวยาคูลท์” เป็นผู้นำส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค ในส่วนเรื่องว่าทำไมร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่นบางสาขาจึงมายาคูลท์วางจำหน่ายด้วยนั้น ทาง BrandBuffet สอบถามกับแหล่งข่าวพบว่า เป็นการดีลระหว่างสาวยาคูลท์แต่ละรายกับแฟรนไชส์ของ 7-11 สาขานั้นๆ เอง ในปริมาณจำกัด ทางยาคูลท์ยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางการจำหน่ายแบบไดเร็คเซลล์ผ่านสาวยาคูลท์ ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพการผลิต ด้วยคุณสมบัติของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่รูปแบบจัดจำหน่ายของ 7-11 ต้องส่งเข้า Depot ก่อนแล้วค่อยกระจายสินค้าอีกทอดหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการที่ ยาคูลท์ คงรูปแบบ “สาวยาคูลท์” ที่ส่งตรงสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงมากกว่า

อ่านเรื่องราวของยาคูลท์เพิ่มเติมได้ที่ เปิดเบื้องหลัง “ยาคูลท์” นมเปรี้ยวขวดจิ๋วทรงพลัง ด้วยระบบขาย “Door to Door สาวยาคูลท์”