พลิกโฉม Suzuki Swift Gen 3 ไม้เด็ดท้ารบบุกตลาด Eco-Car และคอมแพคคาร์

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งมี “นโยบายรถคันแรก” Suzuki ส่ง Swift Gen 2 ลงสู่ตลาด และกระตุ้นยอดขาย สร้างการรับรู้ เพื่อปูพื้นรถอีโคคาร์ตระกูลซูซูกิให้เป็นที่รู้จัก จนกระทั่งปี 2018 ซูซูกิขอกระตุ้นตลาดอีโคคาร์และรถไซส์เล็กอีกครั้งด้วย  All New Suzuki SWIFT ถือเป็นรถ Gen 3 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ชูจุดเด่นที่ภาพรวมมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะโดดเด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง หรือ WE STANDOUT ด้วยสปอร์ตคอมแพคคาร์มาตรฐานระดับโลก ใส่จุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ DUALJET และแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT พร้อมดีไซน์สปอร์ตคงเอกลักษณ์ DNA ของ SWIFT ตั้งเป้ายอดขาย 15,700 คัน และย้ำชัดความเป็นตัวจริงในเซกเมนท์อีโคคาร์

Suzuki SWIFT ความหมายใหญ่ของ Suzuki

ที่ญี่ปุ่นซูซูกิ เป็นเจ้าตลาดในรถยนต์อีโคคาร์และรถยนต์ขนาดเล็ก รวมทั้งที่อินเดีย Suzuki SWIFT ก็ถือว่าทำตลาดได้อย่างโดดเด่น ในขณะเดียวกันทางซูซูกิก็มองว่าประเทศไทย เป็นตลาดที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นทางซูซูกิจึงมุ่งมั่นที่ทำตลาดอย่างจริงในประเทศไทย โดยมีรถยนต์รุ่น SWIFT เป็นหัวหอกสำคัญ สะท้อนผ่านยอดขายของปีนี้ที่คาดหวังกับ SWIFT ถึง 15,700 คัน ตามด้วย Ciaz 12,000 คัน, Carry 3,000 คัน, Celerio 1,800 คัน

และ Ertiga 1,500 คัน จากตลาดรวมปีนี้ที่รถยนต์ทั้งหมดน่าจะมียอดขาย 900,000 คัน โดยสัดส่วนของอีโคคาร์ที่ 140,000-150,000 คัน และ SWIFT จะมีส่วนแบ่งตลาดในเซกเมนท์นี้ราว 10% ทำให้ซูซูกิมีส่วนแบ่งตลาด 3.5% ของตลาดรวม

เหตุผลที่ซูซูกิมองว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญให้กับแบรนด์ก็เพราะ 3 จุดเด่นสำคัญ เริ่มกันที่ภายนอก ซึ่งมีความแตกต่าง ถูกใจกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองออกมาให้ชัดเจน แต่ยังคงความเป็น DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ Suzuki SWIFT

แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เบา แต่นิ่งกว่าเดิม

คุณมาซาโอะ โกโบริ หัวหน้าวิศวกร ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า “รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “INNOVATION – Fun & Sporty” โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้ All New Suzuki SWIFT มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ในด้านการออกแบบภายนอกยังคงความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีกลิ่นอายของรถยุโรปมากยิ่งขึ้น”

จุดเด่นที่ 2 ของ Suzuki SWIFT ก็คือ แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ที่นำมาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง และยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ IDLING STOP ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง

จุดเด่นที่ 3 คือ หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม. ต่อลิตร ขับขี่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K12M 1.2 ลิตร

ในส่วนของภายใน ซูซูกิจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อ ตามไลฟ์สไตล์คนเจนเนอเรชั่นใหม่ มาพร้อมกับแผงคอนโซลกลางด้านหน้าเบนเข้าหาคนขับเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น กับมาตรวัดสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่แบบ LCD มาพร้อมกับจอสัมผัส Suzuki Smart Connect ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบรวมระบบนำทางที่แม่นยำ กับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อมโปรแกรมสุดล้ำ Apple CarPlay สำหรับ iOS รวมถึงพวงมาลัยที่ออกแบบใหม่เป็นรูปตัว D เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้าระหว่างเบาะและพวงมาลัย

ทั้งหมดนี้ผลักดันให้เป็นรถยนต์หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ RJC Car of the Year 2018 จากการคัดเลือกโดยสถาบันนักวิจัยและผู้สื่อข่าวยานยนต์แห่งญี่ปุ่น หลังจากที่ 2 เจเนอเรชั่นก่อนได้รับรางวัลนี้มาแล้วในปี 2006 และ 2011 ตามลำดับ

คู่พรีเซนเตอร์  ชาริล ชัปปุยส์  และวี-วิโอเลต

คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง กลยุทธ์การตลาดว่า “กลุ่มเป้าหมายของ All New Suzuki SWIFT คือผู้ที่ซื้อรถเพื่อใช้งานเป็นรถคันแรก รายได้ระดับปานกลางขึ้นไป อายุตั้งแต่ 21-39 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและเริ่มต้นสร้างครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มอายุ 21-29 ปี ซึ่งให้ความสำคัญกับดีไซน์เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของตนเอง ชอบรถที่ขับสนุก ควบคุมง่าย และกลุ่มที่มีอายุ 30-39 ปี ซึ่งชอบรถที่มีดีไซน์ที่บอกถึงตัวตนและมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ All New Suzuki SWIFT,WE STANDOUT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง’

ซึ่งการจะทำให้ภาพลักษณ์ชัดเจนมากขึ้น ซูซูกิ ได้เลือกให้ ชาริล ชัปปุยส์ และ “วี” วิโอเลต วอเทียร์ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุดของ All New Suzuki SWIFT เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ในมุมการตลาดนับว่าเป็นมูฟเมนต์ที่น่าสนใจ จากพรีเซนเตอร์คนเดิม หลุยส์ สก๊อต ซึ่งโจทย์ในครั้งนั้นของซูซูกิต้องการสื่อสารในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานที่ถึงแม้จะเป็นรถเล็ก แต่ชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ก็สามารถพา  Suzuki SWIFT บุกตะลุยไปในที่ๆ เขาต้องการได้ จนกระทั่งได้รับการยอมรับ มาถึงวันนี้ซูซูกิต่อยอดภาพลักษณ์ด้านไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยลุคสปอร์ตแต่คงความเท่ของ ชาริล ชัปปุยส์ กับเรื่องราวของหญิงสาวที่มีเส้นทางสายดนตรี ในแบบที่ไม่เหมือนใครของ วีวิโอเลต ซึ่งทั้งคู่ก็มีความสดใจในแบบของตัวเอง

ในส่วนของสื่อที่ All New Suzuki SWIFT เลือกใช้นั้นก็จะใช้ช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมตามแนวทางการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ที่เน้นมากเป็นพิเศษก็คือ “สื่อออนไลน์”  เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง โดยยังไม่ทิ้งสื่ออื่นๆ ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ จอดิจิทัลและบิลบอร์ดทั่วประเทศ รวมถึงด้านบริการของพนักงานที่ผ่านขั้นตอนโปรแกรมการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานของซูซูกิ พร้อมบริการให้คำปรึกษาและแนะนำลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบด้วยโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ครอบคลุม 120 สาขาทั่วประเทศ ภายในเดือนมีนาคมนี้ และที่ทิ้งไมได้ก็คือโปรโมชั่นพิเศษที่ทางซูซูกิยังร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดโปรแกรม My Way ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,999 บาท ต่อเดือน อีกทั้งยังสามารถปรับโปรแกรมการผ่อนได้ตามความเหมาะสมของฐานเงินเดือน และแคมเปญพิเศษ Loyalty Program สำหรับลูกค้า SWIFT เพียงนำ SWIFT คันเดิมมาเปลี่ยนเป็น SWIFT ใหม่ รับทันทีส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง 20,000 บาท ซึ่งซูซูกิมีลูกค้าสะสมในส่วนนี้ถึง 1.1-1.2 แสนคัน

คุณวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับตลาดรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์มียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดในปี 2560 อยู่ที่ 156,239 คัน ซึ่งซูซูกิมียอดจำหน่ายรวมเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์จำนวน 21,300 คัน เติบโตขึ้นถึง 13.39% และมีส่วนแบ่งทางการตลาดของรถในกลุ่มนี้อยู่ที่ 13.63% สำหรับซูซูกิ สวิฟท์ อีโคคาร์สายพันธุ์สปอร์ต ยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยม มียอดจำหน่ายสูงถึง 8,080 คัน เชื่อมั่นว่าในปี 2561 จากการที่แนวโน้มสภาพตลาดรถยนต์ที่มีทิศทางดีขึ้น ซูซูกิ ก็จะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน”

ซูซูกิ จะฉลอง 100 ปี ของแบรนด์ ในปี 2020  โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญทั้งในส่วนของการทำตลาดภายในประเทศรวมทั้งเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก และหลังจากการที่ซูซูกิได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการอีโคคาร์ เฟส 2 จึงมั่นใจได้ว่า ซูซูกิจะลุยตลาดในเมืองไทยหนักขึ้น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเรื่องอีโคคาร์และรถเล็ก ให้กลายเป็นค่ายรถยนต์ที่อยู่ในใจคนรุ่นใหม่ชอบความแตกต่างในแนวทางของตัวเอง 

All New Suzuki SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Ablaze Red Pearl, Star Silver Metallic, Mineral Gray Metallic, Super Black Pearl และ 2 สีใหม่ คือ Speedy Blue Metallic และ Pure White Pearl โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ GA CVT, GL CVT, GLX CVT และ GLX-Navi CVT โดยมีราคาดังนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.suzuki.co.th หรือ www.allnewsuzukiswift.com