คาดการณ์ 5 แนวโน้ม Facebook ที่มาแน่ในปี 2018 นักการตลาดจับตาไว้!

3


หัวข้อฮิตเมื่อขึ้นปีใหม่ก็หนีไม่พ้นการทำนายต่างๆ ซึ่งในหลายๆ ด้านเช่นการตลาดหรือไอทีนั้น ถ้าทำนายกว้างๆเกินไปก็อาจน่าเบื่อ  เราจึงขอเลือกบทความมองแนวโน้มเจาะจงสื่อ Facebook ในปีนี้ 2018 โดยเว็บไซต์ socialmediatoday.com มานำเสนอกัน …

1. VR (Virtual Reality) สื่อโลกเสมือน

Facebook ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาหลายปี  เริ่มด้วยการซื้อกิจการบริษัท Oculus เจ้าของแว่น VR แบรนด์ Oculus Rift แต่ก็ยังดันแว่นนี้ให้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างไม่ได้ซะที เพราะติดที่ราคาที่เคยสูงถึง 599 $ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท

ทางเฟซบุ๊กจึงพยายามหั่นราคาลงมาเรื่อยๆเป็น 499$ แล้วก็ 399$  และล่าสุดมีรายงานข่าวว่าปีนี้จะมีการออกรุ่นเล็กสเปคบ้านๆ “Oculus Go” หั่นราคาเหลือ 199$ ชนิดที่อาจเข้าเนื้อกันเลยทีเดียว

แว่นวีอาร์ของ Oculus นี้จะไม่ใช่แว่นวีอาร์ที่มีช่องสอดมือถือเข้าไปเป้นจอแบบราคาหลักร้อยที่เราๆเห็นกัน   แต่นี่เป็นแบบต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์สเปคแรงและการ์ดจอดีหน่อย  จึงให้ภาพและเสียงดีกว่าแบบสอดมือถือมาก

แต่ก็เพราะความ “เรื่องมาก” ที่ต้องการคอมพิวเตอร์สเปคดี การ์ดจอแรงนี่เอง  ทำให้ต้นทุนรวมๆ ของมันแพงเกินจนไม่ฮิตซะที   ซึ่งจุดนี้แว่น Oculus Go หวังจะผ่านไปให้ได้  เพราะนอกจากตัวแว่นจะถูกกว่ารุ่นอื่นๆ มากแล้ว ก็ยังไม่เรียกร้องสเปคคอมฯ และการ์ดจอโหดเท่ารุ่นพี่ๆ ด้วย

ซึ่งหาก Oculus Go แจ้งเกิดสำเร็จ  ปี 2018 นี้เราน่าจะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆเกี่ยวกับ VR บนเฟซบุ๊ก  จากเดิมที่มีแต่ภาพหรือคลิป 360 องศา และการทดลองรายงานข่าวผ่านตัวอวาตาร์ 3 มิติ เป็นต้น

2. AR  (Augmented Reality) สื่อภาพซ้อน

หลังจากดูเหมือนจะเน้นแต่ VR มาหลายปี  แต่คาดว่าปีนี้ทาง Facebook จะมาเน้น AR ไปด้วยควบคู่กัน  เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคอื่นๆ ต่างก็ก้าวหน้าทางนี้กันหมดแล้ว

เช่น Google มีระบบ Tango สำหรับซ้อนภาพวัตถุลงบนสถานที่จริงได้เนียนสนิท แถมยังมี AR sticker ออกมาให้ซ้อนสติกเกอร์สามมิติลงบนฉากจริงแบบเนียนๆแล้ว,  ส่วน Apple ก็มี ARkit เพื่อเป้าหมายเดียวกัน และยังใช้ซ้อนหน้ากากลงบนหน้าจริงได้เนียนสนิท  ถึงจะส่ายหน้าก็ไม่หลุด,  หรือแม้แต่เกมอย่าง Pokemon Go ก็มี AR mode ไว้ให้ดูหรือถ่ายรูปสัตว์ประหลาดซ้อนลงบนฉากจริง, ฯลฯ

แล้วแบบนี้ทาง Facebook จะอยู่เฉยได้อย่างไร ?  จึงฟันธงได้ว่าปีนี้เฟซบุ๊กต้องบุกด้านนี้แน่  เช่น ฟิลเตอร์ถ่ายรูปแบบซ้อนหน้ากากได้ ซึ่งเริ่มมีมาให้เห็นแล้ว และสร้างความบันเทิงให้ผู้ใช้งานได้พอสมควร ปี 2018 นี้ เฟซบุ๊กคงรุกต่อเนื่องหรือก้าวไปสู่แนวทางอื่นๆ เช่นเดียวกับคู่แข่งทั้งหลายที่ว่าไป

 

3. แอปฯ แชท Messenger ในการค้าขายแบบ e-commerce

เฟซบุ๊กทำเงินจากโฆษณาได้ news feed ได้มากมาย  แต่กลับยากจะทำเงินได้ในแอปพลิเคชั่นแชทอย่าง Messenger

แนวทางที่เฟซบุ๊กพยายามพัฒนาและผลักดันอยู่ก็คือ chat bot โดยทั้งผลิตเองและทำตลาดกลางให้มีการจำหน่ายขาย bot กันคล้ายกับการขายแอปพลิเคชั่นใน App Store ของ iOS หรือ  Play store ของ Android

ปีนี้จึงคาดการณ์ได้ว่าจะเห็นการพยายามผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ bot มาตอบอินบ๊อกซ์แทนมนุษย์ โดยเฉพาะกับบริษัทใหญ่ๆ ที่อาจใช้แทนคอลล์เซ็นเตอร์ได้บ้างในระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะการค้าขายออนไลน์ก็น่าจะใช้ได้ดีและมีประโยชน์มาก  เช่น การตอบราคาและข้อมูลสินค้าโดยผู้ซื้อไม่ต้องไปเสิร์ชเอง   หรือการติดตามถามว่าของส่งหรือยัง?  ไปจนถึงการสั่งซื้อและจ่ายเงินทางแชทผ่านบอทกันเลย ! …ซึ่งหากเวิร์คและแพร่หลาย  ทาง Facebook ก็จะต่อยอดแบ่งเม็ดเงินอีกต่อหนึ่งได้ไม่ยาก

4. การวัดผลที่ตอบโจทย์มากขึ้น

จากที่เคยสนใจกันแต่ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดเมนต์   ปีนี้น่าจะได้เห็นเฟซบุ๊กผลักดันการวัดผลที่ลึกและใช้ประโยชน์ได้กว่านั้นมากมาย  เช่น เร็วๆนี้ก็มีเครื่องวัดที่ช่วยให้รู้ได้ว่าคนที่มาเห็นโฆษณาในเฟสฯแล้ว ไปเข้าร้านค้าจริงมากน้อยแค่ไหน (“Store Visits”) โดยใช้เทคโนโลยี “beacon” ช่วยตามติด

หรืออีกเครื่องมือหนึ่งที่จะมาช่วยวัด “Store Visits” ได้ก็คือ “QR reward” คือให้แต่ละโฆษณาในเฟซบุ๊กสามารถออก QR code ได้ง่ายๆ  ให้ลูกค้านำไปใช้เป็นส่วนลดหรือรับของแถมที่ร้านค้า

5. ดันฟีเจอร์ใหม่ๆ – – หน้า “Watch” รวมวิดิโอใน FB vs ระบบเสิร์ชด้วยรูปด้วย IG

ปี 2017 ที่ผ่านมานั้น Facebook เน้นสื่อวิดิโอมาก  ทั้งคลิปและการไลฟ์     ดูได้จากโพสต์ไหนที่เป็นคลิปหรือไลฟ์นั้นมักจะได้โชว์ใน news feed หรือการแจ้งเตือนมากกว่าโพสต์ข้อความหรือรูปทั่วไปมาก 

และอีกอย่างก็คือแท็บหรือเมนู “Watch” ที่รวมเอาการไลฟ์และคลิปที่เพื่อนๆ และเพจต่างๆ โพสต์มาไว้ที่เดียว ซึ่งปีนี้ก็น่าจะยังเห็นเฟซบุ๊กผลักดันตรงนี้ต่อไป

นอกจากนี้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการเสิร์ชด้วยรูป  เช่น ถ่ายรูปส้อมขึ้นไป  แล้วระบบก็จะโชว์โพสต์ทั้งหลายที่มีรูปส้อมออกมา  โดยเฉพาะโพสต์ขายของ   ซึ่งระบบอย่างนี้ทางเฟซบุ๊กกำลังทดลองใน Instagram อยู่แล้วด้วย

ปี 2018 เทรนด์เหล่านี้จะมาครบหรือไม่ ? มามากน้อยแค่ไหน ?  หรือจะมีเทรนด์ใหม่ที่คาดไม่ถึง ? …ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป !

Source

แปลและเรียบเรียงโดย: Somkid Anektaweepon