ล้วงลึก “ระบบ Sub-Area License” โมเดลขยายสาขา “เซเว่น อีเลฟเว่น” ในต่างจังหวัด

หลังจาก “ซีพี ออลล์” บริษัทในเครือซีพี ได้สิทธิ์จาก “7-Eleven, Inc.” สหรัฐอเมริกา ให้ประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” หรือ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ในประเทศไทยเมื่อปี 2531 กระทั่งในปีต่อมาได้เปิดร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ สาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ เนื่องจากเวลานั้น “Convenience Store” ยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย ในขณะที่ย่านพัฒน์พงษ์ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่คุ้นเคยกับร้านค้าปลีกลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น “ซีพีออลล์” จึงเลือกทดลองตลาดในทำเลที่คิดว่ามีลูกค้ามาใช้บริการแน่นอน พร้อมทั้งใช้เป็นสาขา Educate และสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคไทย ก่อนจะขยายสาขาไปยังทำเลต่างๆ

การรุกขยายสาขาของ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ซีพีออลล์ไม่ได้มองแค่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ขณะเดียวกันยังเล็งเห็นศักยภาพของตลาดต่างจังหวัด ซึ่งมีจำนวนประชากรมากกว่ากรุงเทพฯ-ปริมณฑลหลายเท่าตัว โดยโมเดลที่ “ซีพี ออลล์” นำมาใช้ในการบุกต่างจังหวัดเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว คือ “การให้รับสิทธิช่วงในอาณาเขต” หรือ “Sub-Area License” แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ในการเปิดร้าน “เซเว่น อีเลฟเว่น” เฉพาะในอาณาเขตที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัด หรือภูมิภาคนั้นๆ มานาน

4 กลุ่มทุนท้องถิ่น ผู้ได้ Sub-Area License

ปัจจุบันผู้ที่ยังคงเป็น Sub-Area License ของเซเว่น อีเลฟเว่น มี 4 ราย คือ “กลุ่มตันตราภัณฑ์” ของตระกูลตันตรานนท์ ผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ของเชียงใหม่ ดูแลพื้นที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน / “กลุ่มงามทวี” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนเก่าแก่ของภูเก็ต ดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เช่น ภูเก็ต กระบี่ ตรัง / “กลุ่มศรีสมัย” ดูแลบางจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง เช่น ยะลา / “กลุ่มยิ่งยง” ดูแลการขยายเซเว่น อีเลฟเว่นใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ

เหตุผลสำคัญที่ในยุคนั้น “ซีพี ออลล์” ใช้โมเดล “Sub-Area License” ในการขยายตลาดต่างจังหวัด เพราะผู้ประกอบการท้องถิ่น รู้จักและเข้าใจตลาดในพื้นที่ รู้ว่าคนในจังหวัด หรือในภูมิภาคนั้นๆ มีวิถีชีวิตอย่างไร ต้องการอะไร ทำให้สามารถสร้างตลาด และเปิดสาขาได้เร็ว และง่ายกว่าที่ “ซีพี ออลล์” เข้าไปทำเอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้ปัจจุบันสัดส่วนสาขา “เซเว่น อีเลฟเว่น” ที่มาจาก Sub-Area License มีจำนวนสาขารวมกันน้อยกว่าสาขาแฟรนไชส์ และสาขาที่ซีพีออลล์ดำเนินการเอง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แบ่งเป็น 3 ประเภท โดยหลักมาจากร้านสาขาของซีพีออลล์ และร้านแฟรนไชส์

Credit : Annual Report 2016, CP ALL

แต่ทั้งนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในอดีต “ระบบ Sub-Area License” เคยถูกใช้เป็นโมเดลหลักในการขยายสาขาในต่างจังหวัด และผู้ที่ได้รับสิทธิช่วงในอาณาเขต ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการบุกเบิกตลาดต่างจังหวัดให้กับ “เซเว่น อีเลฟเว่น” มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น และยังคงมีบทบาทถึงทุกวันนี้

(ซ้าย) คุณไพบูลย์ จงสุวัฒน์ แห่งกลุ่มยิ่งยง ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของภาคอีสาน พร้อมด้วย (ขวา) คุณวรวัชร ตันตรานนท์ แห่งกลุ่มตันตราภัณฑ์ ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของภาคเหนือ / Photo Credit : Facebook ไพบูลย์ จงสุวัฒน์

เปิดใจ “กลุ่มยิ่งยง” Sub-Area License แห่งภาคอีสาน

Brand Buffet จะพาไปเจาะลึกหนึ่งในผู้ที่ได้ Sub-Area License ของเซเว่น อีเลฟเว่นในไทย “คุณไพบูลย์ จงสุวัฒน์” นักธุรกิจเจ้าของห้างฯ ยิ่งยงในจังหวัดอุบลราชธานี และได้รับสิทธิช่วงในอาณาเขต พื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ อุบลราชธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ พร้อมทั้ง Demand ในตลาดต่างจังหวัด แท้จริงแล้วยังสร้างโอกาสการเติบโตให้กับ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ได้จริงหรือ ?!?

คุณไพบูลย์ เล่าว่ากลุ่มยิ่งยง ได้เป็น Sub-Area License เซเว่น อีเลฟเว่น ตั้งแต่ปี 2536 ขณะนั้นทางบริษัทฯ จะให้สิทธิ์ช่วงอาณาเขต 8 จังหวัดในภาคอีสาน คือ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสิทธุ์ มหาสารคาม และมุกดาหาร แต่เรามองว่าพื้นที่ใหญ่เกินไป เพราะ 8 จังหวัดรวมกัน มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าสิงคโปร์ เราจึงเป็น Sub-Area License ที่อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ กระทั่งต่อมาอำนาจเจริญ ได้แยกออกมาเป็นอีกหนึ่งจังหวัด จึงรวมเข้าไปอยู่ด้วยกัน

“ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่เป็น Sub-Area License ได้เห็นพัฒนาการของเซเว่น อีเลฟเว่น ก้าวหน้าไปมาก จากในยุคแรกๆ ยังมีปัญหาด้านระบบกระจายสินค้า ซึ่งระบบกระจายสินค้าเป็นหัวใจของการทำ Supply Chain เพราะทำให้สินค้ากระจายส่งไปตามสาขาต่างๆ ได้เร็ว สดใหม่ พร้อมจำหน่าย และลดสต็อกหน้าร้าน

หลังจากนั้นได้พัฒนาระบบกระจายสินค้าได้สำเร็จ จึงหันมาพัฒนา “กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร” ซึ่งทำได้ดี ผู้บริโภคให้การตอบรับ และอีกจุดหนึ่งของเซเว่น อีเลฟเว่น คือ การตลาด เช่น แสตมป์สะสม ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจและติดตาม รวมทั้งการเปิดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ให้บริการรับชำระบิลต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้คือคอนเซ็ปต์ของ Convenience Store ที่ต้องสะดวก มีสินค้าครบ ซื้ออาหารง่าย ราคาไม่แพง”

Photo Credit : CP ALL

ปัจจุบันใน 4 จังหวัดที่อยู่ภายใต้การบริหารของ “กลุ่มยิ่งยง” มีสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น 171 สาขา ในจำนวนนี้เป็นสาขาแฟรนไชส์ 14 สาขา และอีก 157 สาขาดำเนินการเอง เหตุผลที่ “คุณไพบูลย์” เลือกเปิดสาขาเองมากกว่าขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ เนื่องจากสามารถควบคุมง่ายกว่า ขณะที่จะขยายแบบแฟรนไชส์ ต่อเมื่อเห็นว่าโลเคชั่นนั้นๆ อยู่ไกล ให้คนในพื้นที่ทำจะดีกว่า และถ้าคนที่อยากได้แฟรนไชส์ มีทำเลที่ดีจริง หรืออยากมีธุรกิจเพื่อให้ลูกหลานเข้ามาสานต่อ ถึงจะให้แฟรนไชส์

“ที่ผ่านมา เราเห็นแฟรนไชส์ สนใจทำธุรกิจจริงๆ จังๆ แค่ปีแรก จากนั้นเลิกสนใจ ปล่อยปละละเลย และบางทีหวังกำไรมากไป หันไปลดรายจ่ายในร้าน ไม่ว่าจะลดไฟ ลดคน ทำให้ร้านไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดี ย่อมส่งผลเสียต่อร้าน แต่ถ้าแฟรนไชส์ไหนบริหารดี เราเปิดเพิ่มให้”

สำหรับ Demand เซเว่น อีเลฟเว่นในต่างจังหวัด คุณไพบูลย์ ฉายภาพว่า “ปัจจุบันหลายอำเภอ ที่ยังไม่มีเซเว่น อีเลฟเว่นเข้าไป เขาก็อยากให้มี เพราะ 1. อาหารการกินที่จำหน่ายในระดับอำเภอไม่หลากหลาย 2. มีกลุ่มคนที่ต้องเข้าทำงานในช่วงเวลากลางคืน เช่น พยาบาล ตำรวจที่ต้องเข้าเวรกลางคืน แต่ในต่างจังหวัด ช่วงหลังสองทุ่มเป็นต้นไป ร้านค้าต่างๆ ปิดหมด แต่การมีเซเว่นฯ ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

Photo Credit : CP ALL

ที่สำคัญ คือ หลายอำเภอที่อยู่ไกลๆ สินค้าจะแพงกว่าในอำเภทเมืองในจังหวัด เพราะด้วยค่าขนส่ง แต่พอเซเว่น อีเลฟเว่นเข้าไป ไม่ว่าจะสาขาไหน จะอยู่ใกล้ หรือไกล อยู่ที่ไหน ขายราคาเดียวกัน เพราะฉะนั้น พอมีเซเว่น อีเลฟเว่น เข้าไปเปิดในต่างจังหวัด ทำให้ผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นๆ ได้สินค้าคุณภาพ ในราคามาตรฐาน

ปัจจุบันใน 4 จังหวัด ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อยู่ในระดับอำเภอ ยังไม่ได้ลงลึกระดับตำบล แต่ต่อไป เมื่อความหนาแน่นของประชากรในชุมชนต่างๆ เพิ่มขึ้นถึงจุดหนึ่ง ก็สามารถเข้าไปเปิดเซเว่น อีเลฟเว่นได้”

Photo Credit : Facebook ไพบูลย์ จงสุวัฒน์

ขณะที่เป้าหมายขยายสาขาในอาณาเขตที่ “กลุ่มยิ่งยง” กำหนดไว้นั้น ได้ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 10 สาขาต่อปี และภายในปี 2563 ทั้ง 4 จังหวัดรวมกัน จะมีอยู่ที่ 200 สาขา

“ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาคน ประกอบกับเราอยู่ในแหล่งแรงงานที่เหลือเฟือ เนื่องจากในแอเรียนี้มีหลายมหาวิทยาลัย ก็จะมีนักศึกษาสนใจมาร่วมงาน พอมาอยู่กับเรา ได้ฝึกและพัฒนาเขา จนเขารู้สึกผูกพัน และยังคงทำงานกับเราต่อ นี่จึงทำให้เราเป็น Sub-Area License ที่ไม่ขาดคน”

แม้วันนี้ “เซเว่น อีเลฟเว่น” มีความแข็งแกร่ง สามารถเดินได้ด้วยตัวเองแล้ว และอยู่ในช่วง Growth Stage ที่เดินหน้าขยายสาขาลงลึกระดับอำเภอ เข้าถึงทุกตรอกซอกซอยทั่วประเทศ แต่ถึงอย่างไรโมเดล “Sub-Area License” ยังถือเป็นหนึ่งในฟันเฟือนสำคัญที่จะต่อจิ๊กซอว์การปูพรมสาขา “เซเว่น อีเลฟเว่น” ทั่วประเทศ ให้ไปถึงเป้าหมาย 13,000 สาขา ภายในปี 2564