อินเด็กซ์ฯ ผุดโปรเจกต์ยักษ์ KILORUN 2018 มาราธอนสุดแนว วิ่ง-กิน-เที่ยวพร้อมกัน ใน 4 เมือง 4 ประเทศ

1

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ  ผุดโปรเจกต์ใหญ่ที่เป็น  Own Event ภายใต้กลุ่มธุรกิจ  i-Project ใช้ชื่อว่า  KILORUN  (กิโลรัน) มหกรรมการวิ่งยุคใหม่ที่ไม่ได้ชูเรื่องการวิ่งแบบกิโลเมตร  KM. (ระยะทาง) แต่ให้ความสำคัญเรื่องกิโลกรัม KG. (การกินของอร่อย) ด้วยไปพร้อมกัน จะเรียกได้ว่าได้ทั้งวิ่งได้ทั้งกินในคราวเดียว

KILORUN  เกิดขึ้นจากเทรนด์ของคนรักสุขภาพ ที่ชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะการ “วิ่ง” แต่ก็ไม่ทิ้งการแสวงหาอาหารอร่อยทาน  รวมไปถึงการท่องเที่ยวโลกกว้างมากขึ้น  อินเด็กซ์ฯ จึงมองเห็นเทรนด์เหล่านี้และนำเอาผสมรวมกันเป็นโปรเจกต์ใหม่ สามารถมาคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือ กลุ่มครอบครัว ได้ ได้ทั้งสุขภาพ อาหาร  ท่องเที่ยว และ ความสนุก

ช่วงเช้าวิ่งมาราธอน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ  5 km  10 km  15km  21 km  และช่วงค่ำกินมาราธอนกับสุดยอดอาหารของแต่ละท้องถิ่น เฟสแรกเริ่มต้น  4  เมือง  4 ประเทศ ได้แก่  กรุงเทพ (ไทย) ,  บาหลี (อินโดนีเซีย) , โอซาก้า (ญี่ปุ่น) , ฮานอย (เวียดนาม)  ซึ่งเป็น 4 เมืองที่คัดเลือกแล้วที่เกณฑ์การคัดเลือกต้องเป็นเมืองที่เป็นมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ Iconic Attraction และประการสำคัญ “อาหาร” ต้องอร่อย

“เมื่อ 3-4 เดือนก่อน ได้ทดลองการทำโปรเจ็กต์ลักษณะนี้ที่เป็น Own Event กับเวียดนาม ชื่อว่า ฮอยอัน มาราธอน ผลตอบรับดี มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน กว่า  10 เชื้อชาติ  จึงได้เปิดตัว KILORUN แพลตฟอร์มการวิ่งรูปแบบใหม่ที่เน้นไลฟ์สไตล์ กิน วิ่ง เที่ยว  เพราะว่าจากสถิติจำนวนการวิ่งมาราธอนในเอเชียโตขึ้น 92%  รวมไปถึงจำนวนนักวิ่งทั่วโลกก็เพิ่มเช่นกันราว 13%  อีกทั้งนักวิ่งต่างก็ชอบท่องเที่ยว และ มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จึงเป็นโอกาสใหม่ของอินเด็กซ์ และผลักดันให้เป็น International Event ขยายออกไปอีกหลายๆประเทศทั่วโลก ” เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าว

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

รูปแบบรายได้ คือ การขายบัตร/แพ็คเกจ  การสปอนเซอร์  และ บู๊ทกิจกรรม เป็นต้น  เน้นกลุ่มอายุ  25-44 ปี คนไทย  30%  คนต่างชาติ 70%

KILORUN  เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ภายใต้ I-Project  บริการสร้างสรรค์งานพิเศษ อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น งานด้านโชว์บิซ  งานการศึกษา งาน Seasonal & Festive งาน Business Opportunity  เป็นต้น ทั้งหมดจะเป็น Own Event ของอินเด็กซ์ฯเอง ที่ไม่ใช่เป็นการรับจ้างทำเหมือนก่อนๆ ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้ที่ต่อเนื่องและเติบโตอย่างยั่งยืน ตัวอย่างที่ผ่านมา เช่น  สัมมนาแกะร้อยได้ล้าน , ฮอยอัน มาราธอน , เทรนด์แฟร์ เมียนมาร์ เป็นต้น

ธุรกิจของอินเด็กซ์ด้าน I-Project ปีนี้เติบโต 33%  คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 5% จากทั้งกลุ่ม ในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นมากกว่า 79% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 8% ซึ่งเป็นมูลค่า 127.05  ล้านบาท  พร้อมกับภาพรวมทั้งเครือฯจะเติบโต 9-10% จากรายได้ทั้งหมด 1,500 ล้านบาท 

ตัวอย่างรูทวิ่งและรูทกิน