‘กระเช้าปีใหม่’ ยุคนี้ไม่ใช่แค่ “ของขวัญ” แต่ส่งต่อความ “ความยั่งยืน” แก่ท้องถิ่น

0

ภาพรวมจากสถานการณ์ในประเทศช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ความเคลื่อนไหวช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่ค่อยคึกคักมากนัก ส่งผลให้ตลาดกระเช้าและสินค้าในกลุ่มของขวัญมีมูลค่าลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าราว 2,400 ล้านบาท ขณะที่ในปีนี้ภาพรวมตลาดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะเริ่มเห็นการสั่งซื้อกระเช้าของภาคธุรกิจที่มีออเดอร์เข้ามาเร็วขึ้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วพบว่ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นได้ถึง 80% เลยทีเดียว

คุณภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ คาดการณ์ว่า ตลาดกระเช้าและสินค้าของขวัญในปีนี้มีโอกาสเติบโตกลับไปเทียบเท่าเมื่อ 2 ปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 2,400 ล้านบาท เนื่องจากเริ่มมองเห็นกำลังซื้อที่ดีขึ้น ประกอบกับ Mood & Tone ของผู้บริโภคที่มีความพร้อมในการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่บริษัทใช้งบ 100 ล้านบาท สำหรับทำบิ๊กแคมเปญส่งท้ายปี Season’s Giving 2018 เพื่อกระตุ้นตลาดกระเช้าของขวัญผ่านธีม A Gift to Honour โดยใช้นกยูงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความสง่างาม เพื่อสื่อสารถึงการส่งมอบความหมายดีๆ ในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งการให้เกียรติและมิตรไมตรีต่อกัน พร้อมต่อยอดความช่วยเหลือด้วยการนำสินค้าจากผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าจีไอ โครงการหลวง ดอยตุง และกลุ่ม SME มาจัดเป็นกระเช้าของขวัญ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด และส่งมอบความช่วยเหลือ พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กระจายไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ

“สำหรับยอดขายกระเช้าและสินค้าของขวัญในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้น 20%  จากยอดขายเมื่อปีที่ผ่านมา 650 ล้านบาท รวมทั้งเป้าหมายในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 35% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 30% ด้วยการสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภค รวมทั้งการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อจากผู้บริโภคด้วยการมอบส่วนลดหรือบัตรของขวัญสูงสุดถึง 35% รวมทั้งให้เครดิตเงินคืนสูงสุด 18% รวมทั้งมีโปรแกรมผ่อนชำระ 0% 3 เดือน พร้อมทั้งการมอบรางวัลพิเศษสำหรับลูกค้า 350 คนแรกที่สั่งซื้อสินค้าตามแบบในแคตตาล็อกครบทุก  1.5 แสนบาท”

พรีเมียมเซ็กเม้นต์ ครองตลาด 70%

สำหรับการเติบโตของตลาดกระเช้าของขวัญในระดับราคาที่มากกว่า 1,500 บาทขึ้นไป หรือในกลุ่มพรีเมียมเซ็กเม้นต์ เป็นกลุ่มที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และสามารถครองสัดส่วนในตลาดได้กว่า 70% โดยเป็นกลุ่มที่สามารถรักษาการเติบโตได้มากกว่าภาพรวมตลาด ขณะที่อีก 30%  ที่อยู่ในระดับราคา 200 กว่าบาท จนถึง 1400 บาท จะมีการเติบโตอย่างสอดคล้องไปกับทิศทางของตลาดในแต่ละปี

ขณะที่เทรนด์สินค้าที่ผู้บริโภคให้ความนิยมในการนำมาจัดเป็นกระเช้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพ สินค้าเพื่อความงาม และสินค้าออร์แกนิกส์  แม้จะได้รับความนิยมมาหลายปี แต่ยังเป็นเทรนด์ที่สามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ เช่น ในกลุ่มเจน X , Y เริ่มมองหาสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับเหตุผลที่ทำให้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ สามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดกระเช้าของขวัญได้ มาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

1. เป็นผู้นำเทรนด์เรื่องดีไซน์กระเช้าที่โดดเด่น ทั้งรูปลักษณ์ รวมทั้งการเลือกใช้หีบห่อ กล่อง วัสดุตกแต่ง ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ตามคอนเซ็ปต์ Reuse for Life และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

2. การมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟมากที่สุดจากทั่วโลกกว่า 100 รายการ พร้อมบรรจุภัณฑ์ดีไซน์สวยแปลกใหม่ มีความหลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

3. มีกระเช้าให้เลือกมากกว่า 140 แบบ ในระดับราคาที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ 295 – 19,200 บาท รวมทั้งยังสามารถเลือกสินค้าจัดลงกระเช้าแบบ Tailor Made ได้เอง พร้อมด้วยสินค้ากิ๊ฟเซ็ทกว่า 300 รายการ

4. สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการคัดเลือกสินค้าคุณภาพทุกชิ้น ในการนำมาบรรจุลงในกระเช้าของขวัญ

ไฮไลท์กระเช้าเด่น สานต่อการตลาดแบบยั่งยืน  

นอกจากการเป็นผู้นำเทรนด์กระเช้าของขวัญปีใหม่แล้ว หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ในปีนี้คือการต่อยอดการตลาดแบบยั่งยืน  ด้วยการพยายามเพิ่มสินค้าต่างๆ จากผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งใช้เครือข่ายสาขาที่มีอยู่เป็นช่องทางในการขายสินค้าเหล่านี้ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง

ปัจจุบันท็อปส์ เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนส่งเสริมอาชีพแล้วกว่า 500 ชุมชน  รวมทั้งคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดเป็นกระเช้าปีใหม่มากกว่า 1 หมื่นใบ ซึ่งใช้กระเช้าผักตบชวาจากกลุ่มจักสานและหัตถกรรมพื้นบ้านในจังหวัดต่างๆ เช่น อ่างทอง นครปฐม เชียงใหม่ รวมทั้งการสร้างสีสันให้กับตลาดกระเช้าให้มีความหลากหลายโดยมีไฮไลท์หลากหลายรูปแบบ เช่น

กระเช้าสินค้าจีไอ หรือสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในแต่ละพื้นที่ ทั้งผลไม้ สินค้าอุปโภค-บริโภค โดยเริ่มนำสินค้าเหล่านี้มาจัดเป็นกระเช้าเป็นปีแรก ซึ่งเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกที่จัดทำ GI Corner โดยในปัจจุบันมีสินค้าจีไอ 48 รายการ วางจำหน่ายอยู่ใน 79 สโตร์ และเตรียมจะขยายให้ครบ 100 สโตร์ในปีหน้า

กระเช้า good goods คัดเลือกสินค้าจากผู้ผลิตท้องถิ่นของไทย โดยการนำผลผลิตท้องถิ่นมาพัฒนา ปรับรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ผ่านกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์เพื่อร่วมสร้างความเจริญไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

กระเช้าดอยตุง คอลเลคชั่นพิเศษผลิตภัณฑ์งานฝีมือที่สร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนบนดอยตุง ภายในกระเช้าบรรจุงานผ้าและพรมทอมือ เครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์กระดาษสา และเสื้อผ้าสำเร็จรูป ใช้โบว์ผ้าจากชุมชนบนดอยตุงหลายชนเผ่าที่นำไปใช้งานต่อได้ และเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน โดยใช้กระเช้าผักตบชวาจากอ่างทอง

กระเช้าผักผลไม้เพื่อสุขภาพและออร์แกนิค ภายใต้โครงการท็อปส์เพื่อเกษตรกรไทยรวมทั้งสินค้า ชุมชน  โอทอป เอสเอ็มอี ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงอีกมากมาย นำมาจัดลงกระเช้าของขวัญปีใหม่เพื่อนำรายได้สู่คนในชุมชน สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น