ยูนิลีเวอร์ รุกตลาดความงามเอเชีย ทุ่มซื้อ ‘AHC’ สกินแคร์เกาหลี รับเทรนด์ k-beauty บูม

Photo Credit : YouTube AHC

เมื่อตลาดความงามเกาหลีใต้ ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และไม่เพียงแต่ในเกาหลีใต้เท่านั้น ตลาดความงามในภูมิภาคเอเชีย ก็มีศักยภาพมหาศาลเช่นกัน ทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง “ยูนิลีเวอร์” ไม่อาจมองข้ามได้ ล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการ “Carver Korea” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวรายใหญ่ในเกาหลีที่ก่อตั้งในปี 1999 จาก Goldman Sachs, Bain Capital และผู้ก่อตั้งบริษัท (ก่อนหน้านี้วาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก “Goldman Sachs” และบริษัทลงทุนใหญ่ “Bain Capital” เข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน Carver Korea ในขณะที่ผู้ก่อตั้งลดสัดส่วนการถือหุ้นลง แต่ยังคงมีบทบาทในการบริหารธุรกิจ)

ปัจจุบัน “Carver Korea” มีแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ “AHC” (Aesthetic Hydration Cosmetics) เป็นแบรนด์บำรุงดูแลผิวหน้าที่มีโปรดักต์ไลน์ครบวงจร ทั้ง Eye Cream, Essences, Toners, Moisturisers, Masks และ Sun protection โดยมูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้ “ยูนิลีเวอร์” ยอมทุ่มทุนสูงถึง 2,270 ล้านยูโร หรือประมาณ 90,800 ล้านบาท!!

Photo Credit : YouTube AHC

ส่วนเหตุผลที่ “ยูนิลีเวอร์” ตัดสินใจซื้อกิจการความงามเกาหลีใต้ เพราะต้องการสร้างความแข็งแกร่งในตลาดความงามภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่ “Carver Korea” เป็นบริษัทที่เติบโตเร็วในเกาหลีใต้ โดยยอดขายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทำได้ 321 ล้านยูโร หรือประมาณ 12,840 ล้านบาท และเมื่อปีที่แล้ว ผลกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 137 ล้ายยูโร หรือราว 5,480 ล้านบาท

ขณะเดียวกันทุกวันนี้ “เกาหลีใต้” เป็นประเทศที่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นแหล่งรวมเทรนด์ความงามของโลก ที่ทำให้เกิดกระแส “K-Beauty” แพร่ขยายไปทั่วโลก ด้วยเหตุนี้เอง “ยูนิลีเวอร์” มองว่า “Carver Korea” บริษัทที่มีความแข็งแกร่งในตลาดเกาหลีใต้ จะช่วยเสริมความเชี่ยวชาญในตลาดความงามของเอเชีย และเสริมแกร่ง Portfolio ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) ในระดับโลก

จะสังเกตได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “ยูนิลีเวอร์” ใช้กลยุทธ์ซื้อกิจการบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกัน Personal Care เพื่อเสริมแบรนด์พอร์ตโฟลิโอกลุ่มนี้ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เป็นไปตามวิสัยทัศน์ธุรกิจในยุค “Paul Polman” อดีตผู้บริหาร P&G ที่ย้ายมาเป็นแม่ทัพใหญ่ของยูนิลีเวอร์ ตั้งแต่ปี 2009 ถึงปัจจุบัน ได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนในการปรับโฟกัส จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจอาหาร หันมาโฟกัสกลุ่มธุรกิจ Personal Care มากขึ้น เนื่องจากสามารถทำ Margin ได้ดีกว่า

โดยหลังจากประกาศวิสัยทัศน์นี้ “ยูนิลีเวอร์” ก็บุกตลาด Personal Care มากขึ้น ทั้งการรุกภายใต้แบรนด์เดิม และการซื้อบริษัทที่มีศักยภาพสูง เพื่อเป็นทางลัดในการเข้าตลาดภูมิภาคต่างๆ เช่นเมื่อปีที่แล้วได้ซื้อกิจการ Dollar Shave Club ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเกี่ยวกับ Personal Care สำหรับผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์โกนหมวด Dollar Shave Club, แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Big Cloud และแบรนด์ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม Boogies ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว สัดส่วนรายได้กลุ่ม Personal Care ของยูนิลีเวอร์ ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 40% เติบโตจากในปี 2015 ที่กลุ่มธุรกิจนี้มีสัดส่วน 28%

 

Source

Source

Source