เปิดใจ “ธนากร ธนวริทธิ์” ซีอีโอ All Inspire เพราะอยากให้ทุกคนมีบ้านในฝัน และราคาจับต้องได้

0

“บ้านหลังแรกของผมราคา 1.7 ล้านบาท อยู่แถวๆ ซอยมิสทีน เมื่อ 12-13 ปีก่อน คิดดูว่าไกลแค่ไหน ขนาดว่าเรียกแท็กซี่แล้วแท็กซี่ไม่ยอมไปเลยนะ แต่ก็ทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากมีบ้านหลังแรกได้ดี ทุกวันนี้เมื่อผมคิดย้อนกลับไป ทำให้ผมอยากจะสร้างบ้านหลังแรกในเมืองที่คนเอื้อมถึง” นี่คือความคิดของ คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

จากผู้เห็นโอกาสสู่การลงมือทำ

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2556 นับแล้วก็มีอายุเพียงแค่ 4 ขวบ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ภายใน 4 ปีนี้ กลับโตแบบก้าวกระโดดจนคาดการณ์ว่าปีนี้จะมียอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท

อะไรที่ทำให้เติบโตขนาดนี้ ต้องเริ่มกันที่วิสัยทัศน์ของหัวเรือใหญ่ขององค์กรกันก่อน

คุณธนากร เล่าย้อนไปถึงอาชีพของตัวเองก่อนที่จะเริ่มต้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองว่า เขาทำงานในธุรกิจรีเทลอย่าง ซีพีออลล์, สตาร์บัคส์ ดูแลในเรื่องการขยายสาขา ในช่วงเวลาที่ เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดสาขา 1 วันครึ่ง ต่อ 1 สาขา ดังนั้นเขาจึงต้องศึกษาเรื่องทำเล อย่างหนักอีกทั้งยังมองเห็นโอกาส จากสถานที่จริง ว่าพื้นที่แบบไหนที่คนระดับแมสจะเข้าถึง เดินผ่าน ซื้อสินค้าได้ทุกวัน ต่อมาเขาก็เอาความรู้นี้พัฒนามาเป็นนักลงทุนคอนโดมิเนียมเอง แบบซื้อมาขายไป รวมทั้งปล่อยเช่า จนกระทั่งมั่นใจว่า ประสบการณ์ของตัวเองเพียงพอ จึงตั้งบริษัทเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง โดยหยิบเอาความแม่นยำเรื่องทำเล ความรู้ใจนักลงทุน และ Passion ของตัวเอง จนกลายเป็น  All Inspire ซึ่งเขาบอกให้แปลง่ายๆ ไปเลยว่า

“ทำหมดใจ เราทำใส่ไปทั้งหมด ทำที่อยู่อาศัยเราต้องทำให้ดี เพราะเป็นของที่ลูกค้าเขาอยู่จนชั่วลูกชั่วหลาน หรือบางคนเขาซื้อกับเราเป็นบ้านหลังแรก ต่อไปเมื่อเขาฐานะทางการเงินดีขึ้น เราก็ต้องอยากให้เขาซื้อกับเราอีก”

จับช่องว่าง เพื่อสร้างการจดจำจากคนฐานใหญ่สุด

แนวคิดการออกแบบและเลือกทำเลของ All Inspire มาจากการจับช่องว่างที่มีน้อยในตลาด โดยมองที่กลุ่มลูกค้าซึ่งมีเงินเดือน 20,000-50,000 บาท ซึ่งเป็นคนจำนวน 55% ของจำนวนประชากรในประเทศไทย และถ้าหากว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีลำดับขั้นของการใช้ชีวิตที่เติบโตมีรายได้สูงขึ้น ก็มีนักศึกษาจบใหม่ขยับเข้ามาเติม Demand นี้แทนที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง คุณธนากรเชื่อว่า ต้องสร้างการรับรู้แบรนด์ไปสู่คนส่วนใหญ่ในประเทศได้ก่อน ถ้าหากว่าแจ้งเกิดได้แล้ว ก็จะง่ายกว่าที่จะขยายไปทำโปรดักท์อื่น

“เราเป็นหน้าใหม่ในตลาด ดังนั้นจึงต้องทำให้โปรดักท์สำเร็จจริง อยู่อาศัยจริง โอนจริง ให้คนมีประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ของเราก่อน แล้วค่อยไปทำสินค้าที่ราคาแพงขึ้น ถ้าของราคาถูกกว่ายังทำไม่ได้ ใครเขาจะมาเชื่อเวลาที่เราสร้างบ้านราคา 20 ล้าน 40 ล้าน แล้วผมเชื่อว่าเมื่อคนส่วนใหญ่เห็นโครงการของเราแล้วเอาไปพูดต่อในแง่ดี จะเป็นเครดิตที่ดีกว่า”

ด้วยเหตุนี้เอง ที่ The Excel Bearing ลาซาล 11 โครงการแรกของบริษัท จึงทำห้องตัวอย่างจัดเต็ม เพื่อทำให้ลูกค้าเห็นภาพของ “บ้าน” ที่ตัวเองตั้งใจเลือก ให้มากที่สุด ทั้งๆ ที่โครงการขนาด 60 ห้อง เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่ผู้พัฒนาจะลงทุนทำห้องตัวอย่างให้ดู เพราะนั่นเท่ากับยอมหั่นกำไรของตัวเอง แต่ผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ก็ดีเกินคาด เมื่อใช้เวลาเพียง 1 เดือน ก็ขายได้หมด และกลายเป็นรูปแบบที่ แบรนด์ The Excel นำมาพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะกับพื้นที่ในโครงการอื่นๆ ลำดับถัดมา ที่ดีไซน์อาคารจะคล้ายกัน เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ เมื่อผู้บริโภคคุ้นตาไปเรื่อยๆ ก็จำซึมซับว่าเป็นโครงการของ Developer รายนี้ อย่างไรก็ตาม มีการปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่ความเหมาะสมในแต่ละความต้องการของผู้บริโภคในทำเลนั้นๆ

“เราทำคอนโดมิเนียมที่ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้จริง ที่ผ่านมาก็มีคนอื่นทำ คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าเลย หรูด้วย แต่ราคาสูงมาก หรือมีคนทำอาจจะไม่ได้ติดรถไฟฟ้ามาก ราคาถูกก็จริงแต่ก็ไม่เท่ ผมอยากทำบ้านที่เท่ Cool ต้องเป็นบ้านที่อวดเพื่อนได้ด้วย บ้านหลังแรกของผมอวดใครไม่ได้เลย แบบนี้ไม่ได้ คอนโดมิเนียมของเราต้องเท่ ลูกค้ากล้าพาเพื่อนมา หรือชี้ให้เพื่อนดูว่านี่คือบ้านของเขา ไซส์พอที่จะทำให้อยู่ได้อย่างสบาย อาจจะไม่ต้องติดรถไฟฟ้า เพราะการบอกว่าเราจะอยู่ติดรถไฟฟ้าเป็นการจำกัดตัวเองเกินไป คนไทยจริงๆ แล้วถ้าเกิน 300 เมตรเราก็ไม่เดินแล้วด้วยอากาศบ้านเรา คอนโดมิเนียมของเราเน้นการใช้ชีวิตจริง มีความสะดวกในเรื่องของการเดินทาง อยู่ในย่านชุมชน มีทั้งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อ ผมเชื่อว่าปัจจุบัน platform ของเทคโนโลยีในเรื่องการเดินทาง เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Car pool เช่น Grab, Uber ”  นี่คือวิธีการเลือกทำเลของผู้ประกอบการหน้าใหม่รายนี้

Class of Living เริ่มต้นที่ภายใน

บนชั้น 18 ของอาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท ไบเทคบางนา ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดการเหมาฟลอร์ 1,800 ตารางเมตร ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พนักงาน Back Office จำนวน 80 คนใช้พื้นที่แค่ 800 ตารางเมตรก็น่าจะเพียงพอ แต่นายใหญ่ขององค์กรกลับบอกว่า

“ในเมื่อเราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัยพ์ เราขายไลฟ์สไตล์ของคน เราก็ต้องสร้างแรงบันดาลใจจากภายในให้กับคนของเราก่อน เพื่อให้พนักงานส่งมอบประสบการณ์นี้ออกไปให้ได้ ให้เขามีพื้นที่ Common Space และมี Smart Meeting Room ให้เขาได้มีอิสระที่จะใช้พื้นที่และเวลา”

ในพื้นที่สำนักงาน แบ่งเป็นพื้นที่ทำงาน, ห้องประชุม 9 ห้อง มีไซส์ต่างๆ กัน ตั้งแต่ห้องประชุมพื้นฐานไปจนถึงห้องที่รองรับคนได้ 80 คน มีห้องพื้นที่ส่วนตัวในการคุยโทรศัพท์หรือคิดงาน ที่จะช่วยทั้งการสร้างประสิทธิภาพการทำงานและความผ่อนคลาย พื้นที่อเนกประสงค์ ที่สามารถดัดแปลงทำกิจกรรมภายในของออฟฟิศ แลกเปลี่ยนความคิดของแต่ละแผนก แต่ละส่วนงาน และยังมีที่ผ่อนคลาย Sky Roof Garden พื้นที่ 2,200 ตร.ม. ด้านบนของอาคารที่เราสามารถไปใช้ได้ด้วยเช่นกัน

จากการ “ทำสุดใจ” แบบนี้ทำให้ความสำเร็จที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ดี โดยปีแรก All Inspire มีรายได้ 108 ล้านบาท ปีที่ 2 ก็ขยับรายได้อยู่ที่ 440 ล้านบาท ปีที่ 3 เป็น 1,500 ล้านบาท และปีที่ 4 คาดว่าจะมีรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท และปีหน้าก็จะเปิดตัวอีก 6-10 โครงการ รวมทั้งเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกับร่วมทุนกับพันธมิตรจากญี่ปุ่น Hoosiers Holdings ซึ่งมีประสบการณ์ในอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี

ออฟฟิศกว้างขนาดไหน ดูวิธีเดินทางไปประชุมของซีอีโอ

เทคโนโลยีเหนือชั้นที่ใส่ให้ทุกครอบครัว

ทางด้านดิจิทัล โซลูชั่นที่ทาง All Inspire ใส่เข้ามาให้ลูกบ้านก็คือ จอ-เครื่องอ่านของ Nasket ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสั่งซื้อสินค้าทุกชิ้นที่มีบาร์โค้ดติดอยู่ จากทุกห้างสรรพสินค้า ด้วยราคาปกติ และสั่งซื้อแค่ชิ้นเดียวก็ยังได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่ใช้เพียงแค่ปลายนิ้วก็สั่งซื้อสินค้าแล้วมีบิรการจัดส่งให้ถึงมือเลย ซึ่งนำร่องโครงการแรกที่ The Excel Groove เฟส 3

ในส่วนของการใช้สื่อ ดิจิทัล ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าคนไทยใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา บริษัทแห่งนี้ใช้งบประมาณ 70% มาที่สื่อดิจิทัล ในขณะที่ 30% ยังอยู่ที่ OHM และ กิจกรรม Below the Line เพราะเชื่อในความสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาให้ตรงกับผู้ที่มองหาคอนโดมิเนียมตัวจริง

และสำหรับ โครงการใหม่ล่าสุดจาก All Inspire มี 3 โครงการ ประกอบด้วย  อ่อนนุช, พระโขนง และ รัชดา ติดตามรายละเอียดเพิมเติมได้ที่ https://www.allinspire.co.th