อีเว้นท์ไทยทรุด อินเด็กซ์ฯ โดดคว้าสัมปทานเมืองฮอยอัน 5 ปี ดันการท่องเที่ยวเวียดนาม

“อีเว้นท์” หนึ่งในธุรกิจที่โดนผลกระทบจากสถานกาณ์ทั้งบ้านเมืองและเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง BrandBuffet.in.th ได้สัมภาษณ์ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้คว่ำหวอดในวงการอีเว้นท์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ถึงทิศทางและโปรเจ็กต์ต่างๆ

Own Event ทางออกธุรกิจอีเว้นท์

ย้อนไปเมื่อปี 2011 อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ  ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการเป็นอีเว้นท์ออแกไนซ์ สู่การเป็น ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ (Hub of Creativity) ของภูมิภาค พร้อมเตรียมบุกตลาดอาเซียน  และไม่นานมานี้ปี 2016 ปรับใหญ่อีกครั้งด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.Creative Business Development บริการด้านการพัฒนา แบรนดิ้ง และสร้างประสบการณ์พิเศษ สู่การสร้างมูลค่าในรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว 2.Marketing Service ให้บริการด้านการวางแผน วางกลยุทธ์ และให้คำปรึกษาด้านการตลาด 3. I-Project บริการสร้างสรรค์งานโปรเจคพิเศษ  ทั้งนี้เพื่อรองรับการทำงานรูปแบบ Creative Business Solution ขยายฐานไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียน ด้วยการทำงานแบบ Own Event  งาน Permanent และ งานด้านท่องเที่ยว

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

เกรียงไกร กล่าวเสริมว่าจาก สถานการณ์ความไม่มั่นคงในประเทศต่างๆในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจอีเว้นท์หรือผู้รับจัดงานต่างได้รับผลกระทบไม่สามารถจัดงานได้  ทำให้ตลาดนี้ค่อยๆลดลงเรื่อยๆแต่จำนวนผู้รับจัดงานยังเท่าเดิม มิหน่ำซ้ำยังต้องห้ำหั่นด้านราคา ส่งผลให้ค่าส่วนต่างการตลาด (Margin) ผู้ประกอบการเองก็ต้องแบกรับต้นทุนเอาไว้  ธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศไทยเหมือนกับก้อนเค้ก ต้องแย่งเพื่อนกิน เพราะเค้กลดลงทุกปี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ดังนั้นการบุกตลาดอาเซียนจึงเริ่มต้นขึ้นในแทบประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มจากการทำงานแฟร์เล็กๆ จนไปถึงงานอีเว้นท์ เอ็กโป ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน Myanmar Countdown 2013-2014 (เมียนมา) , Cambodia Architect & Decor 2017 (กัมพูชา) , Hoi An Light Festival 2017 (เวียดนาม) และอื่นๆอีกมามาย

“เราปรับโมเดลนี้มา 4-5 ปีแล้ว แต่เริ่มจากงานแฟร์ก่อนในเมียนมา กัมพูชา และแตกพวกนี้ออกมา อย่างฮอยอัน (Hoi An) หรือ สัมมนาอายุน้อยร้อยล้านในไทย ซึ่งแบรนด์หรือเมืองก็ไม่ใช่ของเรา แต่เรามา Initiate อะไรใหม่ๆด้วย Know How ที่เราทำอีเว้นท์และงานสร้างสรรค์มายาวนาน  อนาคตข้างหน้า Index เราจะไม่โตแบบหวือหวา แต่จะเติบโตแบบมั่นคง”

“เพื่อต้องการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นต้องมี Repeat หรือ การจัดงานซ้ำอย่างต่อเนื่องทุกปี ที่ผ่านมาธุรกิจอีเว้นท์จะเป็นการรับจ้างจัดอีเว้นท์เป็นครั้งๆไป (One Off Event) จึงหันมาจัดอีเว้นท์ที่เป็นของตัวเองมากขึ้น (Own Event) ทั้งในอาเซียนและไทย  ซึ่งทำให้กำหนดได้ว่าปีๆนึงมีจำนวนงานกี่งาน แต่ละประเทศมีกี่อีเว้นท์ และสามารถคาดการณ์รายได้ และทำให้มีรายได้มั่นคง”

สำหรับทั้งกลุ่มบริษัทรายได้ปี 2016 1,450 ล้านบาท และ  8 เดือนแรกปี 2017 เติบโตทั้งกรุ๊ป 33% ส่วนนึงเพราะการรุกต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเมียนมา  เวียดนาม กัมพูชา รวมไปถึงธุรกิจในขา Creative Business Development  และ คาดการณ์ปี 2017 เติบโตขึ้น 18% เป็น 1,700 ล้านบาท

 

อีเว้นท์ซีรีย์ ที่ “ฮอยอัน”

การทำ Own Event ในต่างประเทศงานแรกของ Index Creative Village  คืองาน Countdown Myanmar 2012 และนับเป็น Countdown ครั้งแรกของประเทศเมียนมาร์  และล่าสุด Index Creative Village ได้รับสัมปทาน เมือง “ฮอยอัน” ประเทศเวียดนาม ในการจัดงานใดๆก็ได้เพื่อการกระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นเวลา 5 ปี  โดยตั้งเป้าไว้ปีละ 3 งาน ได้แก่ เมื่อต้นปี 2017 งาน Hoi An Light Fest 2017  เนรมิตฮอยอันด้วยแสงสี และเรื่องราววัฒนธรรมของเมืองมรดกโลก  และล่าสุดเพิ่งจบไปการแข่งขันมาราธอนชมวัฒนธรรม Hoi An International Marathon 2017  (ตุลาคม 2560)  ส่วนงานสุดท้ายของปีด้วย Hoi An Festival งานเตรียมฉลองปีใหม่รับฟังเพลงและดนตรีรับลมหนาว เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ช่วงเดือนธันวาคม

“เราเข้ามาจังหวะที่เวียดนามต้องการโปรโมตเวียดนามกลาง  เราจึงได้สัมปทาน 5 ปีโดยไม่ต้องเสียตังค์ใดๆ แต่ช่วงปีแรกเราต้องลงทุนด้านโครงสร้างงานต่างๆและสร้างการรับรู้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้สนับสนุนกิจกรรมทั้ง 3 งาน ซึ่งสำหรับปีต่อไปก็เห็นโอกาสของรายได้จากโมเดลสปอนเซอร์จากแบรนด์สินค้าหรือองค์กรต่างๆแล้ว เช่น Hoi An Festival ที่จะมีเบียร์ท้องถิ่นเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ด้วยงบกว่า 1.5 ล้าน USD เพื่อจัดกิจกรรมลานเบียร์  เป็นต้น รวมไปถึงการตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอนนับพันคนในปีแรก ”

สุดท้ายผลงานทั้ง 3 งานในฮอยอันและประเทศอื่นๆ จะเป็นตัวสร้างเครดิตและความน่าเชื่อถือให้กับ Index กระโดดก้าวไปสู่การทำงานในเมืองหลวงอย่าง “ฮานอย” ต่อไปที่มีโอกาสใหญ่กว่าทั้งเม็ดเงินและสเกลใหญ่

 

ความหวังใหม่ Creative Tourism

สำหรับประเทศไทย เกรียงไกร แง้มโปรเจกต์ใหญ่ใหม่ว่ากำลังจะเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 2 โปรเจกต์ โดยบริษัทลงทุนเองไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นในรูปแบบ Creative Tourism ซึ่งจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างภายใน 1-2 ปีนี้ และหากสำเร็จจะมีโปรเจ็กต์ต่อที่ 2-3-4 ทันที และโปรเจกต์ใหม่นี้จะกลายเป็นสิ่งที่มั่นคงต่อไปในอนาคตของ Index Creative Village

 

Tomorrowland : Tomorrow of Thailand 

เกรียงไกร ยังเล่าถึงโปรเจกต์ยักษ์และสำคัญต่อประเทศอย่าง Tomorrowland  อีเว้นท์มิวสิคเฟสที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะได้จัดในประเทศไทย พื้นที่อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในปี 2019 หรือ 2020 แต่อยู่ในระหว่างการยืื่นเรื่องเข้าครม. โดยผ่านหน่วยงาน TCEB

หากอีเว้นท์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทยจะได้นักท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมทั่วโลก และ Big Spender  ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 2-3 พันล้านบาทใน 3 วันที่จัดงาน

“เราจำเป็นต้องได้งานอีเว้นท์เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะบรรดานานาประเทศต่างมีอีเว้นท์หรือกิจกรรมบิ๊กๆ ในการสร้างแบรนด์ดิ้งและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ เช่น  ญี่ปุ่น – โอลิมปิก 2020 และ World Expo 2025 (กำลังประมูล)  จีน – พืชสวนโลก 2019 ฝรั่งเศส – ฟุตบอลยูโร และ ฟุตบอลโลก เป็นต้น แต่สำหรับประเทศไทยอีเว้นท์ใหญ่ๆในอีก 15 ปีข้างหน้ายังไม่มีจึงต้องควรคว้าโอกาสของ Tomorrowland นี้เอาไว้”

Share and Comments

Comments

Related Post


Latest Posts

Most Commented

ติดตาม Brand Buffet
ฟรี! กดรับข่าวผ่านE-mail อัพเดททุกความเคลื่อนไหว กรอกอีเมลล์ของคุณในช่องด้านล่างนี้ กดยืนยันในอีเมล์ด้วยจึงจะสมบูรณ์

Join other followers