ส.ขอนแก่น เขย่าตลาด Street Food ลุยเปิดแฟรนไชส์ “ร้านขาหมูยูนนาน” เจาะชุมชน-ออฟฟิศ

0

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ “ส.ขอนแก่น” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมือง และปัจจุบันยังคงเป็นสินค้าหลักของบริษัท แต่เมื่อเจาะลึกจะพบว่ายุทธศาสตร์ของ ส.ขอนแก่น คือ “From Farm to Table” เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะต่อภาพ “ความครบวงจร” ของธุรกิจให้ครอบคลุมถึง “ปลายน้ำ” คือ การสร้างช่องทางค้าปลีกของตัวเอง ด้วยการเปิด “ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน” (Quick Service Restaurants : QSR)

ปัจจุบันธุรกิจ QSR ของส.ขอนแก่นมี 2 แบรนด์ คือ “แซ่บ คลาสสิก” ร้านอาหารประเภทส้มตำ ไก่ย่าง เปิดให้บริการเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เน้นเจาะกลุ่ม B ขณะนี้มี 17 สาขา (13 สาขาเป็นของบริษัท และ 4 สาขาเป็นของแฟรนไชส์) และ “ร้านข้าวขาหมูยูนนาน” เปิดให้บริการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เจาะกลุ่มแมสทั่วไป ขณะนี้มี 22 สาขาในประเทศ (16 สาขาเป็นของบริษัท และ 6 สาขาเป็นของแฟรนไชส์) และ 4 สาขาในต่างประเทศ (1 สาขาในลาว และ 3 สาขาในกัมพูชา) โดยสาขาในต่างประเทศใช้โมเดลแฟรนไชส์ทั้งหมด

แม้ขณะนี้สัดส่วนรายได้ธุรกิจร้านอาหาร QSR มีเพียง 5% หรือประมาณ 130 ล้านบาทของยอดขายรวมบริษัทปีที่แล้ว 2,639.6 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปจากเนื้อหมู 42% และอาหารทะเลแปรรูป 33% ถือว่ารายได้จากร้านอาหาร QSR ยังน้อยมาก แต่ทว่าธุรกิจนี้ยังอยู่ในสเตปเริ่มต้น และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

สะท้อนได้จากไตรมาสแรกของปี 2560 ส.ขอนแก่นมีรายได้รวม 661.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 632.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 29.4 ล้านบาท โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร QSR ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้น 35% รองลงมาได้แก่ กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (กลุ่มลูกชิ้นปลา) เติบโต 4% ขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารพื้นเมือง และธุรกิจขนมขบเคี้ยว มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ภาพรวมบรรยากาศกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่คึกคักมากนัก

เนื่องจากเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค มีวิถีชีวิตเร่งรีบ ทำให้นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน และใช้บริการในร้านอาหารบริการด่วน ภายใต้แบรนด์ต่างๆ หรือสั่งซื้อมารับประทานในที่ทำงาน หรือที่บ้านเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจ QSR ในไทยมีแนวโน้มเติบโต ประกอบกับปีนี้เพิ่มบริการ Delivery และ Catering

เป้าหมายใหญ่ภายใน 3 ปีจากนี้ของกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร QSR “ส.ขอนแก่น” ต้องการเปิดสาขาให้ได้ 100 สาขาในประเทศ โดย 80% เป็นร้านยูนนาน และ 20% เป็นร้านแซ่บ คลาสสิก โดยหนึ่งในกลยุทธ์ขยายสาขาให้ครอบคลุมและรวดเร็ว ใช้โมเดล “แฟรนไชส์” ที่เปิดให้ผู้สนใจทำธุรกิจเข้ามาเป็นแฟรนไชส์

เหตุผลที่การขยายสาขา “ร้านข้าวขาหมูยูนนาน” มีมากกว่า เพราะเจาะตลาดแมส และมีคนสนใจซื้อแฟรนไชส์มากกว่า “ร้านแซ่บ คลาสสิก” เนื่องจากใช้เงินลงทุนน้อยกว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600,000 – 700,000 บาท ขณะที่ขนาดร้านใช้พื้นที่ 1 ห้องแถวก็สามารถเปิดได้แล้ว รวมทั้งเน้นการเปิดสาขาขนาดเล็ก หรือคีออส ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 89,000 บาท เพื่อรุกเข้าสู่แหล่งชุมชน อาคารสำนักงาน และฟู้ดคอร์ท

Photo Credit : Facebook ร้านข้าวขาหมูยูนนาน โดย ส.ขอนแก่น

“เดิมทีการเปิดสาขาของร้านข้าวขาหมูยูนนาน อยู่ในสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด แต่นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เราจะเข้าถึงตลาดชุมชน ใกล้โซนสำนักงาน และฟู้ดคอร์ท ซึ่งล่าสุดเราเปิดในฟู้ทคอร์ทที่สนามบินดอนเมือง เพราะเราพบว่าเมนูข้าวขาหมู ผู้บริโภคนิยมกินในช่วงเที่ยงมากที่สุด ขณะที่การเปิดในสถานีบริการน้ำมัน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด มีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เป็นลูกค้าขาจร ไม่ใช่ลูกค้าประจำ และค่าใช้จ่ายต่อสาขาสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า และต้นทุนธุรกิจที่ใช้แก๊สไม่ได้ ต้องใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมด แต่ถ้าเน้นเปิดในห้องแถว และในรูปแบบคีออส เราใช้แก๊สได้ ทำให้ต้นทุนลดลง” คุณจรัสภล รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกิจการ QSR บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

นอกจากนี้รายการอาหารในร้านข้าวขาหมูยูนนาน ไม่ได้มีเพียงเมนูขาหมู แต่ได้เพิ่มอาหาร Street Food อื่นๆ มากขึ้น เพื่อให้มีความหลากหลาย และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เช่น ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าไก่ ข้าวต้ม และเมนูเส้น

“เมื่อก่อนเราทำเมนูข้าวขาหมูอย่างเดียว แต่ตอนนี้เราเพิ่มเมนูที่มี Market Size ใหญ่ ที่คนไทยนิยมกิน เพื่อสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันเราต่อยอดเมนูข้าวขาหมู พัฒนาสินค้าใหม่ เช่น ซูเปอร์ขาหมู ซูเปอร์คากิ พร้อมทั้งจะจัดทำแพ็คสินค้าขาหมูพร้อมรับประทาน วางจำหน่ายภายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อรองรับผู้บริโภคซื้อกลับไปบริโภคที่บ้าน

ปีนี้กลุ่มธุรกิจ QSR เป็นธุรกิจหัวหอกของกลุ่ม ส.ขอนแก่น เพื่อผลักดันการเติบโต โดยจะปรับกลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ เพื่อรองรับการแข่งขัน ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบปลอดสารพิษ เพื่อมาตรฐานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจ QSR เติบโต และมีส่วนสำคัญต่อการผลักดันภาพรวมรายได้ในปีนี้ให้เติบโตเป็นเลข 2 หลัก”