“ศรีสวัสดิ์” สบช่องว่างแบงก์ ยกระดับเป็น “สถาบันการเงินครบวงจร” เจาะคนหาเช้ากินค่ำ

 

“ศรีสวัสดิ์” หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ของตลาด Micro Finance หรือบริการด้านการเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ไม่มีรายได้ประจำ ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก เช่น พ่อค้า-แม่ค้า ได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยรวบ “เงินทุนศรีสวัสดิ์” เข้ามาอยู่ภายใต้ “บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็น Holding Company ที่ประกอบด้วยบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจด้านการเงิน เพื่อยกระดับเป็น “สถาบันการเงินทางเลือกใหม่” ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

- Advertisement -

โดยยังคงยึดฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งเดิมของบริษัท นั่นคือ กลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่มีรายได้ประจำ มีรายได้น้อย ทำให้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของธนาคาร ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย เช่น พ่อค้าแม่ค้า ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นช่องว่างใหญ่ของธนาคาร ที่ “ศรีสวัสดิ์” เห็นโอกาสธุรกิจมหาศาล จึงเข้ามาเจาะช่องว่างตลาดนี้ ด้วยการให้บริการด้านสินเชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ เวลาผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการเงินมาหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในกิจการ มักพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ เพราะกู้ง่ายและไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้ากว่า 80% ของศรีสวัสดิ์เป็นกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ

เหตุผลที่ยกระดับเป็นสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบกฎหมาย และการกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะต้องการสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น โปร่งใส เพื่อทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นกู้ พันธมิตรทางธุรกิจ มั่นใจในการดำเนินงาน และเพื่อขยายการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลายประเภทนำเสนอต่อลูกค้าเป้าหมาย

ผ่ากลยุทธ์ สร้างฐานลูกค้า 3 ล้านราย

บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ได้เผยยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 400,000 ราย เป็น 500,000 รายในปีนี้ และวางเป้าหมายเพิ่มเป็น 3 ล้านรายภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า

– ความครบวงจรของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทั้งสินเชื่อแบบมีหลักประกัน เน้นไปที่กลุ่มลูกค้ารายย่อย, กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก, กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง และแบบไม่มีหลักประกัน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งมีบริการเงินฝาก นำเสนอในรูปแบบตั๋วเงินฝาก ซึ่งจะดำเนินการที่สำนักงานของ บมจ.เงินทุนศรีสวัสดิ์ ถนนสาทรเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินฝาก 3,000 ล้านบาท มีทั้งแบบระยะสั้น และระยะยาว

นอกจากนี้ต่อไปจะขยายบริการอื่นๆ เพิ่มเติม โดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ เช่น บริการรับชำระเงินต่างๆ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
ปัจจุบัน “บริการสินเชื่อ” ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่เติบโต 20 – 30% จากปี 2559 ยอดสินเชื่อใหม่โต 50% หรือคิดเป็นมูลค่า 18,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ที่ 3% โดยจะคุมไม่ให้สูงไปกว่านี้

“เวลานี้กำลังซื้อของผู้บริโภคจะชะลอลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และธนาคารพาณิชย์เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะกลัวจะเกิดปัญหา NPL ขณะที่ผู้บริโภค ยังคงมีความต้องการใช้เงินอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเราจึงเล็งเห็นโอกาสการปล่อยสินเชื่อในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น” คุณธิดา แก้วบุญตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว

– ขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 2,300 สาขา ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3,500 สาขา ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นขยายพื้นที่ให้บริการใกล้แหล่งชุมชนมากที่สุด

– เตรียมนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และขณะนี้กำลังศึกษาเทคโนโลยี FinTech

– ขยายธุรกิจออกสู่ประเทศกลุ่ม CLMV โดยในเวียดนาม ปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา จากปัจจุบันมี 6 สาขา เช่นเดียวกับที่เมียนมาร์ จะเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา จากขณะนี้มี 4 สาขา ส่วนลาวเริ่มดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3/2560 รวมทั้งกำลังศึกษาตลาดกัมพูชา และอินโดนีเซีย

คาดว่าหลังจากบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 15 – 20% ภายใน 3 – 5 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้เพียง 1%

คุณธิดา แก้วบุญตา กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น

“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะทำให้ศรีสวัสดิ์ เปิดรูปแบบใหม่ด้านการให้สินเชื่อเงินด่วน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายได้มากขึ้น สามารถต่อยอดให้กับธุรกิจหลักผ่านสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และก้าวขึ้นเป็นสถาบันการเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลือกใหม่ที่อยู่เคียงข้างชุมชน” คุณธิดา กล่าวทิ้งท้าย