“ศรีสวัสดิ์” สบช่องว่างแบงก์ ยกระดับเป็น “สถาบันการเงินครบวงจร” เจาะคนหาเช้ากินค่ำ

3

 

“ศรีสวัสดิ์” หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ของตลาด Micro Finance หรือบริการด้านการเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ไม่มีรายได้ประจำ ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก เช่น พ่อค้า-แม่ค้า ได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยรวบ “เงินทุนศรีสวัสดิ์” เข้ามาอยู่ภายใต้ “บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็น Holding Company ที่ประกอบด้วยบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจด้านการเงิน เพื่อยกระดับเป็น “สถาบันการเงินทางเลือกใหม่” ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยยังคงยึดฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งเดิมของบริษัท นั่นคือ กลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่มีรายได้ประจำ มีรายได้น้อย ทำให้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของธนาคาร ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย เช่น พ่อค้าแม่ค้า ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นช่องว่างใหญ่ของธนาคาร ที่ “ศรีสวัสดิ์” เห็นโอกาสธุรกิจมหาศาล จึงเข้ามาเจาะช่องว่างตลาดนี้ ด้วยการให้บริการด้านสินเชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ เวลาผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการเงินมาหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในกิจการ มักพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ เพราะกู้ง่ายและไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้ากว่า 80% ของศรีสวัสดิ์เป็นกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ

เหตุผลที่ยกระดับเป็นสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบกฎหมาย และการกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะต้องการสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น โปร่งใส เพื่อทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นกู้ พันธมิตรทางธุรกิจ มั่นใจในการดำเนินงาน และเพื่อขยายการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลายประเภทนำเสนอต่อลูกค้าเป้าหมาย

ผ่ากลยุทธ์ สร้างฐานลูกค้า 3 ล้านราย

บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ได้เผยยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ มุ่งสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 400,000 ราย เป็น 500,000 รายในปีนี้ และวางเป้าหมายเพิ่มเป็น 3 ล้านรายภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า

– ความครบวงจรของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทั้งสินเชื่อแบบมีหลักประกัน เน้นไปที่กลุ่มลูกค้ารายย่อย, กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก, กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง และแบบไม่มีหลักประกัน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งมีบริการเงินฝาก นำเสนอในรูปแบบตั๋วเงินฝาก ซึ่งจะดำเนินการที่สำนักงานของ บมจ.เงินทุนศรีสวัสดิ์ ถนนสาทรเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินฝาก 3,000 ล้านบาท มีทั้งแบบระยะสั้น และระยะยาว

นอกจากนี้ต่อไปจะขยายบริการอื่นๆ เพิ่มเติม โดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ เช่น บริการรับชำระเงินต่างๆ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
ปัจจุบัน “บริการสินเชื่อ” ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่เติบโต 20 – 30% จากปี 2559 ยอดสินเชื่อใหม่โต 50% หรือคิดเป็นมูลค่า 18,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ที่ 3% โดยจะคุมไม่ให้สูงไปกว่านี้

“เวลานี้กำลังซื้อของผู้บริโภคจะชะลอลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และธนาคารพาณิชย์เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะกลัวจะเกิดปัญหา NPL ขณะที่ผู้บริโภค ยังคงมีความต้องการใช้เงินอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเราจึงเล็งเห็นโอกาสการปล่อยสินเชื่อในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น” คุณธิดา แก้วบุญตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว

– ขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 2,300 สาขา ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3,500 สาขา ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นขยายพื้นที่ให้บริการใกล้แหล่งชุมชนมากที่สุด

– เตรียมนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และขณะนี้กำลังศึกษาเทคโนโลยี FinTech

– ขยายธุรกิจออกสู่ประเทศกลุ่ม CLMV โดยในเวียดนาม ปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา จากปัจจุบันมี 6 สาขา เช่นเดียวกับที่เมียนมาร์ จะเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา จากขณะนี้มี 4 สาขา ส่วนลาวเริ่มดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3/2560 รวมทั้งกำลังศึกษาตลาดกัมพูชา และอินโดนีเซีย

คาดว่าหลังจากบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 15 – 20% ภายใน 3 – 5 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้เพียง 1%

คุณธิดา แก้วบุญตา กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น

“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะทำให้ศรีสวัสดิ์ เปิดรูปแบบใหม่ด้านการให้สินเชื่อเงินด่วน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายได้มากขึ้น สามารถต่อยอดให้กับธุรกิจหลักผ่านสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และก้าวขึ้นเป็นสถาบันการเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลือกใหม่ที่อยู่เคียงข้างชุมชน” คุณธิดา กล่าวทิ้งท้าย