เจาะเบื้องหลัง ‘แสนสิริ’ ปั้นแบรนด์ใหม่ Khun by Yoo เพราะทุกการอยู่ต้องหรู เลิศ และ World Class

khun-by-yoo_sales-gallery_7

“กรุงเทพ” เป็นหนึ่งในมหานครใหญ่ ด้วยประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ที่นับวันจะมีแต่ความหนาแน่นเพิ่มขึ้น และมีสภาพการจราจรติดขัด แม้ว่าเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ สิ่งที่ตามมาจากนี้คือ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในมหานครแห่งนี้ จะกลายเป็นรูปแบบ “Vertical Living” หรือการอยู่อาศัยในแนวดิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงติดอยู่บนถนน

khun-by-yoo_perspective1

นั่นจะทำให้ภาพของเมืองกรุงเทพฯ ต่อไปจะเต็มไปด้วยโครงการคอนโดมิเนียมที่เข้ามาแทนที่การอยู่อาศัยแนวราบ เหมือนที่เกิดขึ้นแล้วกับมหานครใหญ่ของโลก เช่น โตเกียว ฮ่องกง นิวยอร์ก

แนวโน้มนี้จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ส่วนใหญ่นิยมเลือกอยู่คอนโดในเมือง มากกว่าซื้อบ้านนอกเมือง

“เทียบกับในช่วง 10 ปีมานี้ ต่อไปรูปแบบการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ จะเป็น Vertical Living เพราะความหนาแน่นของเมือง และปัญหารถติด ทำให้คนให้คนหันมาอยู่คอนโดตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งระบบรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ พัฒนาช้าไป จะเห็นได้ว่าเรามีเส้นเดียวมาหลายปี ทำให้โลเกชั่นตามแนวรถไฟฟ้าเส้นเดิม มีคอนโดเกิดขึ้นอย่างหนาแน่น แต่ขณะนี้โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ กำลังก่อสร้าง เมื่อระบบรถไฟฟ้าพัฒนา การอยู่แบบ Vertical Living จะขยายตัวตาม” คุณ อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ใน Exclusive Interview กับเว็บไซต์ BrandBuffet.in.th

“คอนโดระดับบน” โฟกัสหลักของ Developer

อย่างไรก็ตามการพัฒนาโครงการคอนโดของ Developer ในห้วงเวลานี้ มีปัจจัยลบที่ต้องนำมาพิจารณา คือ หนี้ครัวเรือนไทยที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สถาบันการเงินเฝ้าระวังและเข้มงวดมากขึ้นต่อการอนุมัติสินเชื่อ

ท่างกลางสถานการณ์ดังกล่าว บรรดา Developer รายใหญ่จึงหันไปเจาะตลาดบนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ และเป็นเซ็กเมนต์ที่ยังมี Demand อย่างต่อเนื่อง

“แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี” เผยข้อมูลน่าสนใจว่า ความต้องการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ในกรุงเทพฯ ที่มีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร และมีราคาต่อยูนิต 10 ล้านบาทขึ้นไปนั้น ส่วนใหญ่ยังคงมาจากผู้ซื้อชาวไทย หรือคิดเป็นราว 85% ของยูนิตที่ขายได้ นอกจากนี้ยังเห็นถึงความต้องการซื้อโครงการที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยชั้นนำของกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงนั้นมุ่งให้ความสนใจย่านสุขุมวิท สาทร และลุมพินี

ซีบีอาร์อี คาดการณ์ว่าตลอดปี 2560 ทั้งตลาดคอนโดมิเนียมและตลาดที่พักอาศัยแนวราบในระดับลักซ์ชัวรี่ของกรุงเทพฯ จะเติบโตได้ดีกว่าตลาดระดับกลางและระดับล่าง เนื่องจากผู้ซื้อได้รับผลกระทบที่น้อยกว่าจากความเข้มงวดในการขอสินเชื่อ ซึ่งส่งผลให้ตลาดที่พักอาศัยโดยรวมชะลอตัว ตลาดที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่จะยังคงไม่ประสบกับปัญหาอันเกิดขึ้นจากการมีซัพพลายจำนวนมากของโครงการในระดับกลางและระดับล่าง

khun-by-yoo_perspective3

“แสนสิริ” เป็นอีกหนึ่ง Developer ที่ปรับกลยุทธ์ทั้งโครงการแนวราบ และโครงการคอนโด หันมาบุกตลาดระดับกลางถึงบนมากขึ้น ในสัดส่วนโครงการระดับบน 30%, โครงการระดับกลาง 50% และโครงการระดับล่าง 20%

ภายใต้พอร์ตโฟลิโอการพัฒนาโครงการระดับบน หนึ่งในทำเลทองที่ “แสนสิริ” ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือ “ทองหล่อ” บนถนนเส้นนี้ ได้สร้างโครงการและปิดการขายไปแล้ว 3 โครงการ ไม่ว่าจะเป็น Siri at Sukhumvit, Quattro ทองหล่อ 4, HQ

ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานนี้ “KHUN by YOO inspired by Starck” (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค) โครงการ Branded Condominium แห่งแรกของแสนสิริ เกิดจากความร่วมมือระหว่างแสนสิริ และบริษัทออกแบบระดับโลกอย่าง YOO Design Studio (ยู ดีไซน์ สตูดิโอ) รวมถึง Philippe Starck (ฟิลิปป์ สตาร์ค) นักออกแบบอัจฉริยะชื่อดังของโลก เพื่อสร้างผลงานระดับ Iconic Piece เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Young Millionaires” อายุตั้งแต่ 20 – 30 กว่าปี

khun-by-yoo_sales-gallery_7
Sale Gallery Khun by YOO Inspired by Starck

“YOO Design Studio มีประสบการณ์การออกแบบมานาน เป็นบริษัทที่ดังมากในอเมริกา ยุโรป ฮ่องกง และสิงคโปร์ และดีไซเนอร์ระดับโลกที่อยู่กับสตูดิโอแห่งนี้ มีประมาณ 5 – 6 ท่าน หนึ่งในนั้นคือ Philippe Starck มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย เช่น เก้าอี้ใส Louis Ghost Chair, ที่คั้นน้ำผลไม้ Juicy Salif

จากข้อมูลสถิติไนท์แฟรงค์ ระบุว่าโครงการไหนที่ YOO ทำดีไซน์ให้ มูลค่าโครงการถ้าเทียบกับโครงการข้างเคียง จะสูงขึ้นอีก 30% หลังจากโครงการเสร็จแล้ว ขณะเดียวกันจะทำยอดขายเร็วขึ้น และ YOO ไม่ได้ทำในด้านดีไซน์อย่างเดียว แต่ยังทำแบรนด์ดิ้งด้วย เพราะการเลือกดีไซเนอร์ระดับโลก สามารถ Represent ความเป็นแบรนด์ของตัวโครงการได้

ดังนั้น จุดประสงค์ของการทำโครงการ KHUN by YOO inspired by Starck” เพราะเราต้องการทำ World-class Branded Residence แห่งแรกในไทย โดยใช้ 3 องค์ประกอบมาผสานเข้าด้วยกัน คือ 1. แสนสิริ 2. โลเกชั่นทองหล่อ และ 3. YOO Studio และดีไซเนอร์ Philippe Starck”

khun-by-yoo_sales-gallery_2
ภายใน Sale Gallery Khun by YOO Inspired by Starck

เจาะลึกทำไม “ทองหล่อ” เป็นโลเกชั่นร้อนแรงทุกยุคสมัย ?!?

ในย่านสุขุมวิท ทำเลที่ยังคงร้อนแรงตลอดทุกยุคสมัยไม่เปลี่ยน คือ “ทองหล่อ” ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเป็นถนนที่มีศักยภาพครบทุกด้าน ทั้งทำเลใจกลางสุขุมวิท อยู่ติดรถไฟฟ้า และเชื่อมระหว่างสุขุมวิท กับถนนเพชรบุรี เป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ มีโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ โรงพยาบาล คอมมูนิตี้มอลล์ และมีความหลากหลายของอาหารการกิน

ทำให้มีการพัฒนาโครงการคอนโดระดับบนในทำเลนี้เป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นที่ 300,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาที่ดินในทำเลทองหล่อถีบตัวไปถึงราคาตารางวาละ 1,000,000 – 2,000,000 บาท และในอนาคตคาดว่าราคาที่ดินและคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้จะยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ที่ยังเติบโตทั้งจากคนรุ่นใหม่ที่ขยายครอบครัวออกจากครอบครัวเดิมที่อยู่ในทำเลนี้ รวมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หลงใหลไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

“คนเริ่มรู้จักทองหล่อ หลังวิกฤตต้มย้ำกุ้ง 2540 เวลานั้นคนต่างชาติเข้าประเทศไทยมากขึ้น มาอยู่แถวสุขุมวิท โดยเฉพาะซอย 24, 39 แต่ผ่านไปสักพัก เริ่มแน่น เมืองเริ่มขยาย ขณะที่ทองหล่อเป็นถนนเส้นใหญ่ คนจึงเริ่มขยับมาทางทองหล่อ เวลานั้นราคาที่ดินบนทองหล่อยังไม่สูงเหมือนกับปัจจุบัน แต่ด้วยพัฒนาการของถนนเส้นนี้ มีทั้งคนต่างชาติเข้ามาอยู่มากขึ้น มีร้านอาหาร เกิดคอมมูนิตี้มอลล์ โครงการคอนโดต่างๆ เกิดขึ้น กลายมาเป็นทองหล่อทุกวันนี้”

_ul_7667
คุณอุทัย อุทัยแสงสุข ผู้บริหารแสนสิริ

“ดีไซน์” สำคัญไม่น้อยกว่า “โลเกชั่น”

ในยุคดิจิทัล ผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “Consumer” ทั่วไป กลายเป็น “Prosumer” (Professional + Consumer) ที่มีทั้งข้อมูลข่าวสาร เกิดการเรียนรู้ และเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น ทำให้คนยุคนี้เห็นเทรนด์ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา จึงทำให้ผู้บริโภคปัจจุบัน มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ซับซ้อน มี Demanding สูงขึ้น และต้องการให้การใช้ชีวิต ผ่านสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น อาหารการกิน ไปจนถึงที่อยู่อาศัย บ่งบอก “ตัวตน” หรือสะท้อน “รสนิยม” และ “สไตล์” (Taste & Style) ของตัวเอง

ยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Young Millionaires” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในไทย โดยมีทั้งคนที่เป็นเจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับกลาง ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยสักแห่ง เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีอำนาจในการซื้อ จึงพิถีพิถันเลือกมากขึ้น โดยพิจารณา “โลเกชั่น” มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย “ดีไซน์” ส่วนปัจจัยด้าน “ราคา” หากเขาถูกใจกับสองปัจจัยแรกไปแล้ว ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยอมจ่าย

khun-by-yoo_perspective4

“การคิดโปรดักส์สมัยนี้ ยากและซับซ้อนขึ้น เพราะคนสมัยนี้ฉลาด เราอย่าดูถูกผู้บริโภค และผู้บริโภคยุคนี้ต้องการสิ่งแปลกใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนมีเงิน คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตในต่างประเทศ และเดินทางไปต่างประเทศบ่อย พักโรงแรมระดับ 6 ดาว กินอาหารระดับมิชลินสตาร์ ทำให้คนกลุ่มนี้เห็นโลกมามาก และการใช้สิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า บางอย่างอาจไม่ใช่ของที่คนไทยรู้จัก แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้จักและชอบที่จะใช้

เพราะฉะนั้นเมื่อคนมีอำนาจในการซื้อมากขึ้น เขาเริ่มเสาะแสวงหาสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เป็นไปตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ขั้นสูงสุดคือ Self-esteem ได้เป็นเจ้าของแล้ว มีความภาคภูมิใจ อยากได้ของที่ Unique ไม่เหมือนใคร เลือกในสิ่งที่บ่งบอกตัวตน และ Taste & Style” คุณอุทัย กล่าวทิ้งท้าย

resize-sansiri_living_room_050816_

resize-sansiri_bedroom_090816_