เปิดโผ “10 บริษัทมหาอำนาจ” กุมระบบเศรษฐกิจโลก และมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตคน

resize-shutterstock_130103729

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเติบโตของระบบเศรษฐกิจโลก ส่วนหนึ่งนั้นมาจาก “บริษัทมหาชน” ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ขยายอาณาจักรออกไปทั่วโลก ใส่งบลงทุนมหาศาล จ้างแรงงานจำนวนมาก และมีมูลค่าตามราคาตลาดหุ้น หรือ Market Capitalization สูง โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บริษัทมหาอำนาจส่วนใหญ่อยู่ใน “กลุ่มสถาบันการเงิน” และ “กลุ่มพลังงาน” แต่ปัจจุบันบริษัททรงอิทธิพลของโลกได้เปลี่ยนไปสู่ “กลุ่มเทคโนโลยี” มากขึ้นเรื่อยๆ

biggest-companies_01
Credit : World Economic Forum

มาดูกันว่า…10 อันดับบริษัทที่มี Market Capitalization มากที่สุดในโลกเวลานี้มีใครกันบ้าง ?!?

10. China Mobile

ยักษ์ใหญ่เครือข่ายโทรคมนาคมใหญ่ที่สุดในโลก และมีฐานลูกค้ามากที่สุด โดยตลาดใหญ่อยู่ในจีนและฮ่องกง ถึงปัจจุบันดำเนินธุรกิจเป็นเวลา 20 ปีแล้ว มีสำนักใหญ่อยู่ในประเทศจีน ขณะที่จำนวนบุคลากรอยู่ที่ 438,645 คน

9. General Electric (GE)

มีจุดเริ่มต้นจาก Thomas Edison หนึ่งในผู้ตั้งบริษัท Edison Electric Light ในปี 1878 ก่อนจะมาเป็น GE ถึงวันนี้ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 139 ปี มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ขยายอาณาจักรทั่วโลก แตกแขนงในหลายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า การเงิน เฮลท์แคร์ ธุรกิจการบิน ฯลฯ โดยปัจจุบันนิยามตนเองว่าเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมดิจิทัลระดับโลก และมีพนักงาน 333,000 คน

8. Johnson and Johnson

หนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล ทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยาที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 131 ปีแล้ว มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และมีพนักงานทั่วโลก 128,000 คน

7. Facebook

จาก Social Network ก่อตั้งในปี 2004 ทุกวันนี้มีพนักงาน 15,724 คน และเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อคนมากที่สุด สะท้อนได้จากยอดผู้ใช้งาน จากข้อมูลเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว มีผู้ใช้งานเป็นประจำต่อวัน (Daily Active User) มากถึง 1.76 พันล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้ประมาณ 85% เป็นผู้ใช้งานนอกประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

6. Amazon

ใครจะเชื่อว่าร้านขายหนังสือออนไลน์ “Amazon.com” ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ก่อตั้งขึ้นโดย Jeff Bezos วันหนึ่งจะเติบโตเป็นค้าปลีกออนไลน์อันดับต้นๆ ของโลกที่มีพนักงานมากถึง 222,400 คน และไม่ได้ขายเพียงหนังสือเท่านั้น แต่ขายสินค้าครอบคลุมทุกประเภท ตั้งแต่อาหารสด เครื่องใช้ภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล แฟชั่น ไปจนถึงการเป็นบริษัทเทคโนโลยี ออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของคนในสังคมดิจิทัล

5. Exxon Mobil

อีกหนึ่งบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 135 ปี และมีความแข็งแกร่งในฐานะเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซใหญ่ที่สุดในโลก อันเกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างสองบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ “Exxon” และ “Mobil” ในปี 1999 ปัจจุบันมีพนักงาน 73,500 คนตามสาขาต่างๆ ทั่วโลก โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จัก Exxon Mobile ภายใต้แบรนด์ Exxon, Mobil และ Esso

4. Berkshire Hathaway

เป็น Conglomerate Holding Company ใหญ่ที่สุดของโลกที่เข้าไปลงทุนถือหุ้นในบริษัทต่างๆ หลากหลายประเภทธุรกิจที่เห็นว่ามีความน่าสนใจและมีศักยภาพ ทั้งสาธารณูปโภค คมนาคม ประกัน ผู้ถือหุ้นใหญ่คนปัจจุบันคือ Warren Buffet นักลงทุนชื่อก้องของโลก แต่กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ ถือเป็นบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากจุดเริ่มต้นมาก เพราะแรกเริ่มทำธุรกิจสิ่งทอในชื่อ Valley Falls Company ก่อตั้งในปี 1839 ต่อมาควบรวมกิจการกับ Berkshire Cotton Manufacturing Company และเปลี่ยนชื่อเป็น Berkshire Fine Spinning Associates จากนั้นควบรวมกับ Hathaway Manufacturing Company กระทั่งปี 1962 Warren Buffet เข้าซื้อหุ้น จากนั้นมาได้กลายสภาพเป็น Holding Company ปัจจุบันมีพนักงาน 360,000 คน

3. Microsoft

จากจุดเริ่มต้นของชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งคือ Bill Gates และอีกคนคือ Paul Allen มารวมตัวกันพัฒนาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในปี 1975 และสิ่งที่ทำให้ “Microsoft” กลายเป็นบริษัททรงอิทธิพลของโลก คือ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows และโปรแกรมงานเอกสาร Microsoft Office ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการต่อยอดไปสู่การทำระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน (Windows Phone) และอุปกรณ์ไอที

2. Alphabet

บริษัทแม่ของ Google จัดตั้งเมื่อปี 2015 โดยมี “Larry Page” และ “Sergey Brin” สองผู้ร่วมสร้าง Google เป็นแม่ทัพบริหาร เหตุผลของการตั้ง Alphabet เนื่องจากต้องการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ Google Inc. โดยบริษัทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น Holding Company ของ Google, Android, YouTube รวมทั้งเข้าไปลงทุนและถือหุ้นบริษัทต่างๆ

1. Apple

จากคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในโรงรถ ในชื่นรุ่น Apple I จากนั้นได้พัฒนารุ่นต่อๆ มา และต่อยอดไปสู่อุปกรณ์ความบันเทิงพกพาอย่าง iPod การเกิดขึ้นของร้านค้าเพลงออนไลน์ iTune จนมาถึงการปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถือครั้งใหญ่ของโลก เมื่อแนะนำ iPhone เข้าสู่ตลาด พร้อมด้วย App Store และการเปิดตัวแท็บเล็ต iPad ซึ่งทุกครั้งที่ Apple เปิดตัวสินค้าใหม่มักจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการไอที และคนในสังคมได้ไม่น้อย ผลจากความกล้าคิดต่าง ทำให้ Apple มีสาวกแฟนคลับทั่วโลกจำนวนมาก และกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์ติดอันดับต้นๆ ของโลก

 

Source

Credit Photo : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand