สตาร์บัคส์ แตกไลน์เปิดตัวร้านชา Starbucks Teavana ในไทยและทั่วเอเชีย 6,200 สาขา

Resize Teavana_Tea_Asia_(1)

ในบรรดาเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกดื่มมากที่สุด แน่นอนว่าอันดับหนึ่ง คือ น้ำดื่ม ตามมาด้วย “ชา” โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดชาทั่วโลก มากกว่า 125 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ “Starbucks” เชนร้านกาแฟพี่ใหญ่ของโลก เล็งเห็นโอกาสอันมหาศาลของการขยายการเติบโตทางธุรกิจไปยัง “ตลาดเครื่องดื่มชา” เพื่อสร้างเป็นขาที่สอง นอกเหนือจาก Core Business อย่างธุรกิจกาแฟที่มีฐานแข็งแกร่งแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อกว่า 4 ปีที่แล้ว Starbucks ตัดสินใจซื้อกิจการ “Teavana Holding Inc.” ร้านขายเครื่องดื่มชาและอุปกรณ์การทำชา ภายใต้แบรนด์ “Teavana” (ทีวาน่า) ที่มีต้นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา

เตรียมเปิดร้าน “Starbucks Teavana” ทั่วเอเชีย หนึ่งในนั้น คือ “ไทย” 

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “Starbucks” ประกาศรุกขยายสาขา “Starbucks Teavana” มากกว่า 6,200 สาขา ครอบคลุม 16 ตลาดสำคัญ ทั้งในประเทศจีน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนาม

คาดว่าเหตุผลที่ “Starbucks” พุ่งเป้าขยายธุรกิจชามาที่ตลาดแถบนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า “ชา” เป็นวัฒนธรรมอันยาวนานของจีนและประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งยังเป็นเครื่องดื่มประจำของผู้คนที่นี่

อย่างไรก็ตามการรุกตลาดเครื่องดื่มชา ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงแม้ “Starbucks” เป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลก และมีเงินทุนพร้อม แต่วัฒนธรรมการดื่มชา รวมถึงรสชาติ หรือสไตล์ ระหว่างประเทศแถบตะวันออก กับประเทศตะวันตกแตกต่างกัน อีกทั้งตลาดชา ทั้งในจีนและเอเชีย มีผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่อยู่ในตลาดมาก่อน

ดังนั้น การขยายสาขา “Starbucks Teavana” จึงต้องสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอประสบการณ์การดื่มชาในรูปแบบเครื่องดื่มงานฝีมือ ผสานเข้ากับความทันสมัย เช่น ชาสไตล์ฟิวชั่น อาทิ เมนูมัทฉะและเอสเปรสโซ่, ชาดำกับ Ruby Grapefruit และน้ำผึ้ง เป็นต้น

Resize Teavana_Tea_Asia_(2)

“เราเปิดสาขา “Starbucks Teavana” ในจีน และเอเชียแปซิฟิก เพื่อนำเสนอประสบการณ์การดื่มชาในรูปแบบใหม่และทันสมัย ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการสิ่งใหม่ๆ รสชาติและประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งนี่เป็นโอกาสอันมหาศาลที่จะยกระดับความเชี่ยวชาญของบริษัทในธุรกิจร้านค้าปลีก รวมถึงการนำเสนอเครื่องดื่มชาที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียม และทำขึ้นจากงานฝีมือที่สามารถ Customize ได้ โดยเราเชื่อมั่นว่า “Starbucks Teavana” จะกลายเป็นผู้นำใน New Category นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราทำสำเร็จแล้วกับธุรกิจกาแฟ” John Culver, group president, Starbucks Global Retail อธิบาย

Resize Teavana_Tea_Asia_(3)

จับมือ “Anheuser-Busch” ยักษ์ธุรกิจเบียร์ รุกตลาดชาพร้อมดื่มในสหรัฐฯ

ไม่เพียงแต่การรุกขยายสาขา “Starbucks Teavana” ในจีนและเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ “Starbucks” ได้ประกาศจับมือกับ “Anheuser-Busch” พี่ใหญ่ในวงการเบียร์ของโลก เพื่อร่วมกันผลิตและจำหน่าย “ชาพร้อมดื่มระดับพรีเมียม Teavana” (Premium RTD) ในสหรัฐอเมริกา โดยเตรียมเปิดตัวออกสู่ตลาดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017

SBX_Siren_Master_k

เหตุผลสำคัญที่ “Starbucks” สนใจตลาดชาพร้อมดื่ม ระดับพรีเมียม เนื่องจากเป็นเซกเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในบรรดาตลาดชาพร้อมดื่ม เห็นได้จากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดชาพร้อมดื่มพรีเมียมเติบโตสูงถึง 16% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประกอบกับข้อมูลจากสมาคมชาของสหรัฐอเมริกา สำรวจพบว่า 80% ของการบริโภคชาในสหรัฐฯ เป็นการดื่มในรูปแบบเย็น และชาวอเมริกันดื่มชาไม่ต่ำกว่า 800 ล้านถ้วยต่อสัปดาห์

ดังนั้น การผนึกกำลังกันระหว่างสองยักษ์ใหญ่ จะเป็นการดึง “จุดแข็ง” ของแต่ละฝ่ายมาผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเติบโตด้วยกัน กล่าวคือ “Starbucks” มีชา Teavana ที่เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบและการปรุงเครื่องดื่มชา รวมทั้งประสบการณ์การทำธุรกิจร้านค้าปลีกที่ Starbucks สั่งสมมายาวนาน ขณะที่ “Anheuser-Busch” เป็นทั้งผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก และมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ในการกระจายสินค้าเข้าร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐอเมริกา

ทั้ง “Starbucks” และ “Anheuser-Busch” ตั้งเป้าหมายว่าการจับมือกันครั้งนี้ จะสามารถบรรลุยอดขายไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในตลาดชาพร้อมดื่มพรีเมียม

Resize Teavana_-_Iced_Tea

การร่วมมือกันครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการทำธุรกิจและการตลาดยุคใหม่ ที่กำลังเป็นเทรนด์เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย นั่นคือ การใช้กลยุทธ์ “Collaboration” ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่าย มาเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ในปี 2015 กลุ่มธุรกิจชาของ Starbucks ในสหรัฐฯ เติบโต 12% นำโดย “เครื่องดื่มชาเย็น” ที่เติบโตมากที่สุด อยู่ที่ประมาณ 29% เพราะฉะนั้นนอกจากการบุกตลาดเครื่องดื่มชาในสหรัฐฯ แล้ว “Starbucks” ต้องการนำพาแบรนด์ “Teavana” ขยายออกสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มยอดขายกลุ่มธุรกิจชาแตะระดับกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน 5 ปีข้างหน้านับจากนี้

 

สำหรับประเทศไทยสตาร์บัคส์มีการร่อนจดหมายเชิญนักข่าวสำหรับการเปิด Starbucks Teavana แล้วด้วย  

สำหรับแผนการตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างไร Brand Buffet จะมาอัพเดทให้ฟัง

 

Source

Source