10 เรื่องของ “มูกิวาระสโตร์ แบงค็อก” ร้านค้าลิขสิทธิ์ “วันพีซ” แห่งแรกในเมืองไทย

วันพีซ-Head

โดนใจเหล่าสาวกของโจรสลัดหมวกฟางแน่ๆ สำหรับร้าน “มูกิวาระสโตร์ แบงค็อก” ร้านที่มีสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากการ์ตูนวันพีซ มาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งแรกของเมืองไทย และนี่คือ 10 เรื่อง ของร้านนี้ที่ Straw Hat Crew ตัวจริงต้องห้ามพลาด เอ้า!!! เรือ Thousand Sunny พร้อมแล้ว ออกเดินทางได้

1. ร้านแห่งนี้เป็นความร่วมมือของ ดรีม 16 กับ โตเอะ อนิเมชั่น ทางฝั่งของ ดรีม 16 เป็นกลุ่มเดียวกับ Dream Express (DEX) เจ้าของลิขสิทธ์การ์ตูนอนิเมชั่นหลายเรื่อง แต่ความจริงที่เจ็บปวดก็คือ มีคนไทยจำนวนน้อยที่จ่ายเงินเพื่อรับชมการ์ตูนอย่างถูกต้อง ทำให้ระยะหลังรายได้ของ DEX ลดลง จึงจำเป็นต้องมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ ขณะที่ทาง โตเอะ อนิเมชั่น บริษัทที่รับผิดชอบลิขสิทธ์คาแร็กเตอร์ วันพีซ ในเอเชีย เล็งเห็นศักยภาพของตลาดในประเทศไทย ด้วยฐานผู้อ่านของการ์ตูนเรื่องนี้ที่มีตั้งแต่มัธยมต้น ไปจนถึงวัยทำงาน จึงเกิดเป็นร้าน “มูกิวาระสโตร์ แบงค็อก”

ความร่วมมือ

2. ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย มีขนาด 155 ตารางเมตร ส่วนที่ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นร้านมูกิวาระ สโตร์แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น มีขนาด 220 ตารางเมตร และมี 2 ชั้น

ที่ตั้ง

3. ภายในร้านมีสินค้าราว 800 ไอเท็ม แบ่งเป็นสินค้าที่นำเข้า 60% และผลิตภายในประเทศ 40% โดยสินค้าที่ผลิตเองจะเป็นสินค้าที่ซัพพลายเออร์ในเมืองไทยสามารถผลิตได้ตามมาตรฐาน เช่น เสื้อผ้า, ผ้าขนหนู, กระเป๋า, เครื่องเขียน ในส่วนของราคาสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาสูงกว่าที่วางจำหน่ายในประเทศนั่นๆ ประมาณ 30-60% เพราะมีเรื่องภาษีนำเข้ากับค่าขนส่ง สินค้าที่จำเข้ามามีทั้งจากญี่ปุ่น, ไต้หวัน และฮ่องกง เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าวันพีซจากหลายๆ ประเทศในเอเชียเลยทีเดียว ราคาเริ่มต้นของสินค้าในร้าน คือ ดินสอ 39 บาท ส่วนที่แพงที่สุดก็เป็นฟิกเกอร์ 4 พันกว่าบาท ทางด้านคาร์แร็กเตอร์ที่น่าฮิตที่สุด ก็คือ ลูฟี่, โซโล่ และอันดับ 3 คือ ช็อปเปอร์ เพราะความน่ารักของนายแพทย์ประจำเรือ(ตัว)คนนี้ ได้ใจแฟนๆ ผู้หญิงด้วย

D3S_6122_resize

D3S_6128_resize

fitting-room
ห้องลองเสื้อ จำลองบรรยากาศในเรือมาเลย

ฟิกเกอร์

4. ความพิเศษของสาขาในประเทศไทย ก็คือ การออกแบบโลโก้ สินค้าบางอย่าง เพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย เช่น โลโก้ร้าน ที่อ.เออิชิโร โอะดะ และทีมงาน วาดขึ้นให้เฉพาะ มีช้างและลายไทย เป็นองค์ประกอบ ถุงหรือสินค้า ที่จับตัวการ์ตูนมาใส่แอ็คชั่นเล่นน้ำสงกรานต์ บนรถตุ๊กตุ๊ก เอาใจแฟนๆ ชาวไทย

logo

สินค้าพิเศษของประเทศไทย

5. ดรีม 16 ใช้งบลงทุนราว 10 ล้านบาท งบการตลาดอีก 4-5 ล้านบาท เน้นไปที่การสื่อสารทางออนไลน์ และโซเชี่ยลมีเดีย สอดคล้องกับลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด โดยเรียนรู้จากกิจกรรมในประเทศไต้หวัน ซึ่งจัดต่อเนื่องทุกเดือน ตามเดือนเกิดของตัวละครหลัก หรือสร้างกิมมิคสำคัญๆ มาเพิ่มยอดขายอยู่ตลอด และจะติดตามยอดขายว่าสินค้าใดที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษก็จะโปรโมทหรือสต็อคสินค้านั่นเพิ่มขึ้น

6. ในวันเปิดร้าน 9 เดือน 9 ทางร้านได้เตรียมสิทธิพิเศษเอาไว้ คือ ลูกค้า 100 ท่านแรก จะได้บัตรสมาชิกเพื่อลดราคา 5% ไปเลย ซึ่งความจริงแล้วขอเพียงซื้อสินค้าถึง 1,000 บาทก็ได้บัตรสมาชิกไปครองแล้ว ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ขนาดนี้ซื้อสินค้าถึง 1,000 บาทก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของคุณค่าทางจิตใจ จากการสอบถามทีมงานทราบว่าคิวแรกมารอตั้งแต่ แปดโมงเช้า แต่จะซื้อได้จริงๆ ตั้งบ่ายโมง ในช่วงแรกนี้ทางร้านเตรียมบัตรสมาชิกเอาไว้ 10,000 ใบ รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ เช่น แผ่นอนิเมชั่นครบเซ็ท 10,000 บาท ก็ลดราคาเลย 50%

ต่อคิว

7. ดรีม 16 คาดการณ์ว่า ปัจจุบันตลาดอนิเมชั่นในประเทศไทยจะอยู่ที่หลักพันล้านบาท มีทั้งการนำคาแร็กเตอร์ไปใช้เพื่อช่วยสื่อสารการตลาด ผลิตเป็นสินค้าออกมาจำหน่าย หนังสือการ์ตูน อนิเมชั่น หรือแม้แต่ภาพยนตร์ เช่น One Piece FILM GOLD ที่ทาง DEX เพิ่งนำมาฉายไม่นานมากนี้

8. มูกิวาระสโตร์ เปิดสาขาแรกที่ Jinnan Shibuya ใน Tokyo เมื่อเดือนกันยายนปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีร้านสาขา ในประเทศญี่ปุ่นรวม 4 สาขา คือ1. Jinnan Shibuya, Tokyo 2. Abenosuji, Osaka 3. Meieki, Nagoya 4. Tenjin, Fukuok ในปี 2558 เปิดสาขาต่างประเทศ สาขาแรกที่ Taipei ประเทศ Taiwan

9. ในอนาคตทางดรีม 16 มีแผนขยายสาขาร้านมูกิวาระสโตร์ ในประเทศไทยอีก แต่ขอดูผลตอบรับจากสาขาแรกก่อน แผนระยะกลางอาจเพิ่มพื้นที่หนึ่งในร้านทดลองให้บริการในรูปแบบคาเฟ่ เป็นครั้งคราวแบบ Pop-Up Store ขณะที่แผนการสร้างในรูปแบบ Museum หรืองานจัดแสดงที่ถาวรอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

10. ทางดรีม 16 คาดวังว่าจะได้รายได้ในปีแรก (กันยายน-ธันวาคม) 40 ล้านบาท มีทั้งรายได้จากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น จึงตั้งร้านอยู่ในย่านที่มีชาวญี่ปุ่นพักอาศัย