ถอดบทเรียนของนักธุรกิจที่เคยล้ม ร้านอาหาร Louis Leeman Seafood มีทั้งลูกบ้า และดราม่า ครบรส

0

still-end

ในชีวิตของคนเราเกิดมาล้วนแล้วต้องเคยเจอปัญหาทั้งนั้น แต่คุณเจอแล้วจะต่อสู้กับมันอย่างไรต่างหาก คือบทพิสูจน์ระหว่างคนสู้ชีวิต กับ คนท้อถอย และถ้าหากยอมแพ้ ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีครอบครัว และลูกน้องที่อยู่ข้างหลังต้องล้มไปกับคุณด้วย

ชิงชัย เอื้อครองธรรม นักธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยคิดขอยอมแพ้กับชีวิตมาแล้ว ถ่ายทอดเรื่องราวของเขาผ่านคลิปวิดีโอ แนะนำร้าน เนื่องในโอกาสที่เขาเปิดร้านสาขา 2 ที่สุขุมวิท 39 หลังจากเล็งเห็นศักยภาพว่า ร้านอาหารซีฟู้ด คอนเซ็ปท์ที่เขาคิดขึ้นมา มีช่องว่างทางการตลาดเหลือและน่าจะไปได้ดี และสาขาแรกที่ซอยสวนมะลิก็มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างล้นหลาม จนร้านคูหาเดียวคับแคบเกินไป

สดจริง ใหญ่จริง

“ร้านอาหารซีฟู้ดในประเทศเรายังมีช่องว่างอยู่มาก เพราะว่าของเป็นๆ สดจริงๆ ไม่ค่อยมีใครทำในร้าน เพราะว่ามันมีความเสี่ยง ถ้าเกิดว่าวัตถุดิบเกิดเสียหายขึ้นมา ขาดทุนทันที ร้านดังๆ ต่างๆ เต็มที่มีแค่ปูเนื้อ หรือปูม้า กุ้งมังกรแล้วก็ปลาเก๋าธรรมดา ไม่มีตัวเลือกอื่นให้ลูกค้า แต่ผมมีปูจากออสเตรเลีย จากรัสเซีย กุ้งมังกรจากแทนซาเนีย กุ้ง Irish Lobster หอยหลอดสเปน หอยเป๋าฮื้อจากออสเตรเลีย ปลาหวั่งปู่เหลียวที่หายากมากๆ  ซึ่งมันมีความเสี่ยง ขณะที่ในต่างประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ ของพวกนี้จะมีขาย โดยเฉพาะที่ฮ่องกงเพราะเขาได้ของมาจากจีนด้วย” นี่คือมุมมองทางการตลาดที่ชิงชัยมองเห็น

เหตุผลที่เขาเข้าใจในเรื่องการดูแลรักษาวัตถุดิบสดๆ จากพื้นน้ำเป็นอย่างดี ก็เพราะความสนใจในการเลี้ยงปลาทะเล จนกลายเป็นงานอดิเรกในระดับที่การจัดแต่งตู้ปลาทะเลของเขาได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ของคนรักการเลี้ยงปลาทะเลระดับโลกให้เป็น 1 ใน 10 ของตู้ปลาทะเลที่สวยที่สุดของโลก จนทำให้เขาได้รับเชิญไปพูดที่ฟลอริด้า ประเทศอเมริกา ในการประชุมระดับอินเตอร์เพื่อแบ่งปันความรู้ให้คนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกันมาแล้ว ดังนั้นองค์ความรู้เรื่องของการสรรหาวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกแล้วดูแลอย่างดีจนกระทั่งเสิร์ฟถึงโต๊ะจึงเป็นเรื่องที่เขาถนัด

“ร้านอาหารของผมเน้นตัวเลือกพิเศษเป็นของใหญ่ จริงๆ ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าไซส์ก็มีผล เวลาลูกค้าเลือกทาน Bigger is Better ยิ่งสมัยนี้มีการแชร์รูปกันในโซเชี่ยลมีเดีย ความใหญ่นอกจากจะมาพร้อมกับความอร่อยแล้วยังมี  Visual ที่ดูตื่นตาตื่นใจอีกด้วย” 

ความพิเศษของที่นี่ก็คือ บางเมนูไม่ใช่ว่าจะหาทานได้ง่ายๆ บางครั้งต้องเป็นฤดูกาลเท่านั้น เช่น Tasmanian King Crab ปู Snow Crab จากออสเตรเลีย ที่สนนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 7,500 บาท หรือปลาบางชนิดที่กิโลกรัมละ 18,000 บาท ก็มีให้ได้ชิม

“ร้านอาหารต้องทำให้ดี ถ้าทำให้ดี รสชาติอาหารมันต้องมาอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แล้วพอเป็นอาหารซีฟู้ดความสดของวัตถุดิบมีผลมากกับรสชาติ ตามด้วยสถานที่ บรรยากาศ แล้วก็บริการ ทั้งหมดนี้ต้องทำให้มันดีสุดๆ ทำให้ครบ ผมทำเพราะมันเป็น Passion ของผม ผมจึงเต็มที่กับทุกเรื่อง เพราะผมเชื่อว่าผลกำไรมันก็จะตามมาเอง” ชิงชัยเผยถึงแนวคิดในการทำธุรกิจร้านอาหารของเขา

หนทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่เขามีร้านสาขา 2  แล้ว ชิงชัยต้องเผชิญกับปัญหาทางธุรกิจและปัญหาครอบครัวที่โหมเข้ามาในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากพี่ชายคนที่ดูแลกิจการห้องเย็นนำเข้าผลไม้ของครอบครัวเสียชีวิต เขาต้องเข้ามารับไม้ต่อแบบไม่ทันตั้งตัว ในตอนที่เริ่มลงทุนขยายสาขาร้านอาหารไปแล้ว แถมปัญหาก็เกิดขึ้นซ้ำ เมื่อหุ้นส่วนชาวจีนที่รู้จักกันมานานจนทำสัญญาใจกันไว้ว่าจะลงทุนทำร้านร่วมกัน เกิดถูกโกงเงินจนไม่สามารถมาร่วมงานกับเขาได้แล้ว หุ้นส่วนคนไทยรายใหม่ที่เจรจาก็ไม่สะดวกจะลงทุนในสาขานี้ ในตอนนั้นเขาถึงขนาดว่าจะหยุดทุกอย่างและยอมแพ้เพื่อหนีปัญหา “ผมเคยคิดจะกดปุ่ม STOP ให้ทุกอย่างจบ” แต่เมื่อนึกถึงหน้าภรรยาและลูก เขาจึงลุกสู้อีกครั้ง พร้อมกับบทเรียนที่สอนให้เขารู้ว่า   

“คนๆ เดียวในโลกนี้ ที่จะทำให้คุณยอมแพ้ได้ คือตัวคุณเอง”

ในวันนี้ร้าน “หลุยส์ ลีแมน ซีฟู้ด” สาขาที่ 2 เปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศภายในร้าน ชิงชัย ลงทุนยกตู้ปลาจากบ้านที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นตู้ปลาทะเลชื่อดังระดับโลกมาเผยโฉมให้ลูกค้าได้เห็น ที่เด่นที่สุดก็คือปลา Peppermint Angelfish ราคา15,000 เหรียญสหรัฐ และมีตัวเดียวในเอเชีย จะมาแหวกว่ายเป็นอาหารตา นอกเหนือจากเมนูอาหาร ซึ่งประกอบไปด้วย เมนูซิกเนเจอร์ “ปูผัดไข่เค็ม”, “กุ้งลายเสือพันหมี่”, “หมั่นโถวจักรพรรดิ”  “หม้อดินทะเลใต้” “หอยสังข์ซาชิมิ” ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไอเดียจากเจ้าของร้าน ผู้ที่แม้จะทำอาหารไม่เป็นแต่เป็นนักชิมตัวยงมาตลอดชีวิต เขามีความคิดว่าเมนูหลักต้องไม่เหมือนใคร จึงใส่ความคิดสร้างสรรค์ แล้วทำงานร่วมกันกับเชพหลักของร้าน จนเกิดเป็นเมนูแปลกๆ มีเอกลักษณ์ แล้วเขาก็มีหน้าที่ “ชิม” ถ้าโดน! ค่อยนำมาเสิร์ฟในร้านได้ 

Tasmanian-King-Crab-ผัดไข่เค็ม-+-ผัดพริกไทยดำ
Tasmanian King Crab ผัดพริกไทยดำ
กุ้งลายเสือพันหมี่ผัดไข่เค็ม
กุ้งลายเสือพันหมี่ผัดไข่เค็ม
สเต็กเป๋าฮื้อ
สเต็กเป๋าฮื้อ

ตอบแทนสังคม ด้วย Core Value

ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจและการต่อสู้ของคนที่เกือบล้มมาแล้วเท่านั้น ร้านอาหารหลุยส์ ลีแมน ซีฟู้ด มีอีกเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของกิจการในประเทศไทย นั่นก็คือการคืนกำไรสู่สังคม ทุกเดือนร้านอาหารที่เมนูแต่ละอย่างราคาไม่ใช่น้อย จัดเลี้ยงอาหารทะเลเกรดเอให้กับเด็กด้อยโอกาสแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก คิดเป็นเงินมูลค่า 3-5% ของรายได้ เพื่อผลักดันให้เด็กๆ เหล่านี้มีแรงบันดาลใจ

“เวลาที่เด็กๆ เขามากิน ผู้ดูแลของพวกเขาจะคัดเด็กกลุ่มหนึ่งมา เพราะจะมาทั้งหมดทุกคนทั้งบ้าน 500 กว่าคน คงไม่สะดวก แล้วก็จะบอกกับพวกเขาว่า ที่ถูกคัดเลือกก็เพราะเป็นเด็กดี ก็เป็นกำลังใจ เป็นพลังให้พวกเขารู้สึกว่า เขาจะต้องเป็นเด็กดีนะ แล้วคนที่ได้มาก็จะเอากลับไปเล่าให้เพื่อนๆ เขาฟัง มันก็จะเป็นการผลักดันต่อๆ ไป ว่าเขาจะต้องเป็นเด็กดี”  ชิงชัยเล่าพร้อมรอยยิ้ม

การดึงเอาสินค้าหรือ Value ในสินค้าของตัวเองใส่เข้าไปในโครงการเพื่อสังคม ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ธุรกิจไซส์เล็ก แต่ก็มีส่วนร่วมเพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์ดีๆ ให้กับสังคมได้เช่นกัน

โครงการ-Once-In-a-Lifetime-Meal-ของ-Louis-Leeman-Seafood
โครงการ Once In a Lifetime Meal

ฝันขั้นต่อไป ต้องหวนกลับไปที่จุดเริ่มต้น

นอกจากเรื่องของร้านอาหารแล้ว ชิงชัย ยังคิดต่อยอดไปอีกว่า เมื่อร้านอาหารซีฟู้ดความฝันของเขาไปได้ดี จะเปิดคอนเนอร์ขายผลไม้สด และน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ หวนกลับไปยังธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น ไหนๆ ชื่อ “หลุย ลีแมน” ก็เป็นชื่อที่มีความหมายกับเขาอยู่แล้ว เพราะนี่คือ ชื่ออังกฤษ ที่คุณพ่อของเขา ตั้งชื่อให้ตัวเอง เวลาที่ต้องติดต่อกับชาวต่างชาติ คอนเน็กชั่น และความรู้เรื่องผลไม้ก็ยังไม่ได้ทิ้งไปไหน ธุรกิจของครอบครัวกับฝันของตัวเองก็จะกลับมาเดินเคียงข้างกันได้อีกครั้ง     

Louis-Leeman-Seafood---The-Grande-4

Louis-Leeman-Seafood---The-Grande-2

บทความนี้มุ่งเน้นให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และมุมมองต่อธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ดินแดนที่ได้ขึ้นชื่อว่าร้านอาหารของเราไม่เคยหลับใหล ดึกดื่นแค่ไหนก็หาของกินได้เสมอ ร้านอาหารซีฟู้ดที่ดูเหมือนจะผุดขึ้นมากมายมีสไตล์แปลกใหม่หลากหลาย แต่นี่ก็คือตัวอย่างของการหาช่องว่างเจอ จนกลายเป็นร้านที่คนรุ่นใหญ่ใจถึง และชอบซีฟู้ดตัวจริงกล่าวถึง ถ้าหากว่าเสิร์ชเรื่องราวของร้าน Louis Leeman Seafood ในอินเทอร์เน็ต จะพบว่ามีรายการโทรทัศน์, เว็บไซต์ หรือนักชิมไปลิ้มลองและติดใจกันอยู่มากแล้ว เบื้องหลังสุดดราม่าและลูกบ้าของเจ้าของร้านก็มีแง่มุมให้เก็บมาคิดแล้วแปลงเป็นพลังให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจ หรือคนที่กำลังท้อแท้เรื่องงาน ได้ไม่มากก็น้อย

www.facebook.com/LouisLeemanSeafood

Louis Leeman Seafood – The Grande

161 สุขุมวิท 39 (อาคาร Citi @ Living Resort ชั้น 1)  โทร 081-8121704, 02-2582807

Louis Leeman Seafood

315 ถนนยุคล 2 (สวนมะลิ ) โทร 081-8121704, 02-2236911