7 แนวทางใช้โซเชียลมีเดียให้ทรงพลัง ตามแบบสตรีหมายเลขหนึ่ง “มิเชล โอบาม่า”

Michelle-Obama

Michelle Obama (มิเชล โอบาม่า) สตรีหมายเลขหนึ่ง ภรรยาสาวสุดชิคของประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า เป็นอีกคนหนึ่งที่ถือว่าใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างแข็งแรงและทรงพลังอย่างมาก เธอกลายมาเป็นแรงบันดาลใจและผู้ปลุกกระแสเรื่องราวดีๆ จากการใช้สิ่งที่มีอยู่ในมือได้อย่างชาญฉลาดและยอดเยี่ยม

วันนี้เรารวบรวม 7 ข้อคิดดีๆ ของวิธีที่มิเชล โอบาม่าใช้กับโซเชียลมีเดียต่างๆ ของเธอ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับงาน Social Marketing ได้ตามความเหมาะสม

1. มองเห็นโอกาสเสมอ
มิเชล โอบาม่า เริ่มการใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อกับผู้คนครั้งแรก เมื่อปี 2014 ด้วยการเปิดแอคเคาท์ใน Vine และให้คนสามารถเข้ามาถามตอบกับเธอได้โดยตรง ช่วงแรกๆ มีการส่งวิดีโอเข้ามาถามคำถามเธอจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กๆ และครอบครัว ที่ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ การทำอาหาร ไปจนถึงการทำสวน มิเชลตอบกลับคำถามเหล่านั้นอย่างน่ารัก แต่นั่นไม่ได้เป็นที่จดจำมากนักในโลกออนไลน์ จนกระทั่ง Youtube star อย่าง
Iman “Alphacat” Crosson ผู้ชอบแสดงล้อเลียนเป็นบารัค โอบาม่า พูดถึงมิเชล โอบาม่าในช่องของเขา ทีมของมิเชลมองเห็นโอกาสในช่องทางนี้ทันที และตอบโต้กลับจนกลายมาเป็นคลิป ‘Turnip For What’ ที่มีมิเชล โอบาม่าโยกตามจังหวะเพลงกับหัวหอมในมือ ซึ่งโด่งดังจนได้รับคำการชื่นขมว่าเป็นคลิป Vine ที่ดีที่สุดเลยทีเดียว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงของเธอ

 2. ทำตัวให้เข้าถึงง่าย

โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่จะทำให้เราติดต่อระหว่างกันได้โดยตรง และมิเชลก็ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่ช่วงที่บารัค โอบาม่าเป็นประธานาธิบดีนั้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กับยุคทองของโซเชียลมีเดีย นั่นหมายถึงเพียงแค่สไลด์หน้าจอ มิเชล โอบาม่า ก็เปิดประตูออกมาหาคนทั้งโลกได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สตรีหมายเลขหนึ่งคนอื่นๆ ในอดีตไม่มีโอกาสทำมาก่อน และมิเชลรู้ถึงข้อดีตรงนี้ ที่เธอจะสามารถเข้าถึงผู้ชมผู้ฟังของเธอได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุดคือเธอต้องดูเป็นมิตรเป็นกันเอง และเข้าถึงง่าย นั่นทำให้เธอมักจะทำอะไรขำๆ น่ารักๆ ที่แสดงความเป็นตัวเธอลงในช่องของเธอเสมอซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทั้งเธอและสามีมีเสน่ห์ตามธรรมชาติในการเข้าถึงคนอย่างไม่น่าเชื่อ และเธอรู้ดีว่านั่นเป็นสิ่งที่คนดูชอบ

3. มีทีมที่ดี
โซเชียลมีเดียก็เป็นดาบสองคม มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง ดังนั้น นอกจากเสน่ห์อันเปี่ยมล้นในตัวเองของเธอเอง มิเชลก็ต้องการมีทีมที่ดีในการวางแผน ออกแบบ และรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพราะจริงๆ แล้วแม้เธอจะเป็นภรรยาของบุคลผู้มีอำนาจมากของโลก แต่ก็เพียงแค่นั้น ตัวเธอเองไม่ได้อำนาจใดๆ ในมือ ไม่มีแม้แต่กองทุน สิ่งที่เธอมีคือชื่อเสียง จึงต้องหาทีมที่จะดึงมันออกมาใช้ให้ได้มีประสิทธิภาพที่สุด ผ่านช่องทางที่คนทั่วโลกเข้าถึงได้อย่างโซเชียลมีเดีย  และตอนนี้เธอมีทีมที่แข็งแกร่งที่ทำให้เธอเข้าถึงวัยรุ่นนับล้านคนได้โดยแทบไม่ต้องใช้เงินเลย และยังเป็นทีมที่เข้าใจธรรมชาติของมิเชลเป็นอย่างดี พวกเขาพร้อมนำไอเดียของเธอไปต่อยอด เพื่อสร้างสรรค์ออกมาให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และเผยแพร่มันออกไปทางโซเชียลมีเดีย

4. เลือกสื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และรู้วิธีที่จะสร้างความประทับใจ
มิเชลต้องการสื่อสารกับวัยรุ่นเป็นหลัก และเธอเองก็มีวัยรุ่นอยู่ใกล้ตัวนั่นคือลูกสาวทั้งสอง มิเชลใกล้ชิดพอที่จะรู้ว่าลูกๆ ของเธอชอบอะไร ดูอะไร และมีความสุขกับอะไร นั่นทำให้เธอรู้วิธีที่จะสื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่น เธอรู้ว่าพวกเขาไม่ค่อยได้ดูทีวี ไม่ได้ติดตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เกาะติดโทรศัพท์มือถือทุกๆ วัน มือถือและอินเตอร์เน็ตจึงเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการเข้าถึงพวกเขา รวมทั้งพยายามทำความเข้าใจกับคอนเทนท์ที่เด็กๆ สนใจและทำให้พวกเขาประทับใจด้วยคอนเทนท์เหล่านั้น เหมือนตอนที่บารัค โอบาม่าตัดสินใจไปเป็นแขกรับเชิญในซิทคอมเรื่องหนึ่ง นั่นทำให้ลูกสาวทั้งสองของพวกเขาปลาบปลื้มไม่ใช้เล่นเลยทีเดียว

5. วางแผนและติดตามผลเสมอ
ในทุกๆ วันทีมของเธอจะมีการติดตามผลสำหรับสิ่งที่ได้ทำไปในแต่ละวันว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด อะไรที่ยังต้องแก้ไข และวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ ซึ่งในการประชุมแต่ละครั้ง มิเชล โอบาม่าจะเข้าร่วมประชุมด้วยกัน ฟังด้วยกัน ถกปัญหาร่วมกัน และตัดสินใจร่วมกัน เพราะพวกเขาเชื่อว่าความยากของโซเชียลมีเดียคือการที่มันเข้าถึงได้ง่ายเกินไป ใครๆ ก็เป็นเจ้าของชาแนลหรือมีแอคเคาท์ของตัวเองได้ นั่นทำให้การแข่งขันในโลกออนไลน์สูงมาก พวกเขาจึงต้องการการวางกลยุทธ์ที่แข็งแรงและเฉียบขาดในทุกวันเพื่อสามารถสร้างคอนเทนท์ที่ดีพอที่จะยืนหยัดเหนือคอนเทนท์อื่นๆ ได้ในวันต่อๆ ไป เพราะโลกโซเชียลเป็นสิ่งที่สามารถวัดผลได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับทุกยอดไลค์ คอมเมนท์ และเอนเกจเมนท์ต่างๆ อย่างมาก

6. คอนเทนท์ที่แข็งแรงบางครั้งก็ต้องการคนช่วย
ตุลาคมที่ผ่านมามิเชลทำคลิปแคมเปญ Make Room Better โดยความพิเศษครั้งนี้คือการเชิญแขกรับเชิญพิเศษที่เป็นคนดังใน Vine ในกลุ่มต่างๆ มาร่วมแสดงเพื่อโปรโมทแคมเปญดังกล่าว ซึ่งพวกเขาก็เต็มใจ เพราะใครบ้างจะไม่อยากร่วมแคมเปญกับสตรีหมายเลขหนึ่ง และคลิปนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ถึง 91.7 ล้านวิว เนื่องจากในจำนวนของพวกเขาทั้งหมดมีผู้ติดตามถึง 41 ล้านคน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่มิเชลอาจไม่เคยเข้าถึงพวกเขาได้ด้วยตัวเองมาก่อน

7. ใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือเล็กๆ ในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ที่มิเชล โอบาม่าลุกขึ้นมามีตัวตนในโลกโซเชียลมีเดียมากมายขนาดนี้ไม่ใช่เพราะว่าเธออยากดังหรือเป็นเน็ตไอดอล (เพราะแค่เธอเป็นภรรยาประธานาธิบดีก็ดังพอแล้ว จะเป็นเน็ตไอดอลไปทำไม) แต่เพราะเธออยากใช้ชื่อเสียงที่เธอมีรวมกับสื่อออนไลน์ในมือทำสิ่งที่ดีให้กับโลก ที่เธอเชื่อว่าเธอสามารถทำได้ ที่ผ่านมาสตรีหมายเลขหนึ่งคนอื่นๆ ก็ต่างมีแนวทางในการลุกขึ้นมาทำนั่นทำนี่ของตัวเอง เช่น Bird Johnson ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม หรือ Laura Bush ที่พยายามผลักดันเรื่องการศึกษา แต่มิเชลมองไกลกว่านั้น กับอำนาจโซเชียลที่เธอมีอยู่ในมือ เธอทุ่มพลังให้กับ 4 เรื่อง คือ เยาวชนต้องได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น การลดภาวะโลกอ้วนในเด็ก การสนับสนุนให้เด็กผู้หญิงและผู้หญิงทั่วโลกได้เรียนหนังสือไม่ต่างจากผู้ชาย และการให้การช่วยเหลือทหารผ่านศึก และแม้ว่าเธอจะเป็นเพียงกระบอกเสียงแต่ก็จากสถิติพบว่าตัวเลขมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันอยู่ที่การลุกขึ้นมาลงมือทำของทุกคน ไม่ใช่แค่การประโคมรณรงค์ของคนใดคนหนึ่ง

อย่างที่เรารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาที่การหมดวาระของบารัค โอบาม่ามาถึง ผู้นำสหรัฐคนใหม่และภรรยาจะมีภาพลักษณ์อย่างไรคงต้องติดตามกันต่อ แต่ตอนนี้ครอบครัวโอบาม่าได้สร้างมาตรฐานใหม่ของการใช้โซเชียลมีเดียในทำเนียบขาวไว้อย่างที่เรียกว่าคงหาใครมาเทียบได้ยาก สุดท้ายมิเชล โอบาม่าทิ้งท้ายกับเราไว้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะทำหน้าที่ตรงนี้ในเวลาที่เหลือให้ดีที่สุด

Source 

Photo: NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

Comments are closed.