ตอบคำถาม “มาร์กี้” แม่ค้า #ฝากร้านด้วยค่ะ แล้วได้อะไร

0

margie_ฝากร้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชี่ยลมีเดีย ตอนนี้เมื่อ ดาราสาวชื่องดัง มาร์กี้-ราศรี บาเลนซิเอก้า โพสต์ถามในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอว่า “ทำไมต้องฝากร้านในไอจีคนอื่น…”  คำตอบที่เข้ามาก็หลากหลาย และดุเด็ด เผ็ดมัน บ้างก็เข้าใจดารา บ้างก็ต่อว่ารุนแรง

และนี่คือคำตอบที่ได้จากการงานสัมมนาเรื่อง Zocial Insight ครั้งที่ 3 Presented by ETDA “ล้วงลึก Life Style Gen-C เผยทุกเทคนิคออนไลน์ สร้างยอดขายด้วย Idea” โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โซเซียล อิงค์ จำกัด เผยผลการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของ โซเซียล อิงค์ ที่ชี้ให้เห็นว่า

“คอมเมนต์ฝากร้านใน ig เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการซื้อของใน social media ถึง 13%”

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โซเซียล อิงค์ จำกัด
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โซเซียล อิงค์ จำกัด

นี่เองเป็นเหตุผลที่ทำให้คอมเมนต์ฝากร้านในอินสตาแกรมของเหล่าเซเลบบริตี้เป็นแท็คติคยอดฮิตของเหล่าพ่อค้า-แม่ค้า ที่ใช้การค้าสินค้าผ่านโซเชี่ยลมีเดีย (S-Commerce)

นอกจากนี้ภายในงานสัมมนาเดียวกันยังมีข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องการ #ฝากร้านด้วยค่ะ ดังนี้

– คนไทยซื้อของทาง Social Media 2.6 ครั้ง: เดือน

จำนวนร้านค้าใน FB

จำนวนร้านค้าและดาราถูกฝากร้าน

ประเภทสินค้า

– ข้อมูลจากปี 2014 พบว่า ญาญ่าญิ๋ง เป็นดาราที่ถูกฝากร้านมากที่สุด

ดาราที่ถูกฝากร้านมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เหล่าพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ต้องถามตัวเองว่าวิธีการฝากร้านในอินสตาแกรมดาราเป็นวิธีการที่ได้ผลอย่างยั่งยืนจริงหรือ หรือว่าจะใช้กลยุทธ์ 5 ข้อ ต่อไปนี้

1. ยั่วให้อยาก อย่าให้จากไป

48% พบว่าการผู้บริโภคเห็นรูปจากโซเชี่ยลมีเดียของเพื่อน เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคเห็นแล้วมีความน่าเชื่อถือ เพราะว่าได้รับคำแนะนำจากคนใหม่ตัว นอกจากนี้ยังมีวิธีการเห็นโฆษณาจากโซเชี่ยลมีเดีย และการอ่านคอมเมนต์จากพันทิป ตามมาเป็นลำดับ2-3 ส่วนการฝากร้านใน IG เป็นวิธีการที่สามารถกระตุ้นความอยากของผู้บริโภคในโซเชี่ยลมีเดียได้ก็จริงแต่ได้ผลน้อยที่สุด เมื่อเทียวกับ 3 วิธีข้างต้น

2. Search ต้องเจอ อย่าให้เธอหลุดมือ!!

ผู้บริโภค Gen C มีช่องทางการเสิร์ช 3 ช่องทางดังนี้

– ค้นหาจาก Google 68%

– ค้นหาจาก Facebook Search 46%

– ค้นหาจาก Instagram 31%

ร้านค้าออนไลน์ต้องใส่ใจกับเรื่องเสิร์ชเช่นกัน

3. อย่าปล่อยให้ลังเล หมั่นเทโปรโมชั่น

– ต้องมีบริการหลังการขาย 90%

– ต้องมีโปรโมชั่นจากทางร้านออกมาเป็นระยะ 87%

– ต้องอัพเดทสินค้าให้บ่อย อย่าปล่อยให้นาน 87%

– ตอบลูกค้าให้ไว ก่อนจะปันใจไปร้านอื่น 86%

– มีรีวิวจากลูกค้ารายอื่น 82%

– จำนวนผู้ติดตาม 75%

4. พร้อมปิดการขาย

ลูกค้าหลายรายให้ทั้งวิธีทักหรือสอบถามข้อมูลผ่านหน้า Wall หรือแม้แต่ Inbox ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่รู้ว่าด้วยเพราะตัวร้านค้าเองหรือตัวลูกค้า บางรายอาจปิดการขายได้ด้วยเฟซบุ๊กเลย บางรายไปแชทกันต่อในไลน์ หรือไปสั่งซื้อหน้าเว็บไซต์ จะอย่างไรก็ตามไม่ว่าลูกค้าจะถนัดแบบไหน พ่อค้า-แม่ค้าทั้งหลายต้องตามไปตอบสารพัดคำถามให้ได้ทุกที่

นอกจากนี้เรื่องการ “จ่ายเงิน” ก็เป็นโจทย์สำคัญ ตอนนี้การจ่ายเงินแบบโอนเงินผ่านธนาคารให้กันยังเป็นวิธีการยอดฮิตของลูกค้าและร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทยที่ตัวเลข 66% อีก 31% โอนผ่านตู้เอทีเอ็ม นอกจากนี้ยังมีช่องทางใหม่ๆ เช่น บัตรเครดิต, บริการออนไลน์หรือเก็บเงินปลายทาง

5. บริการหลังการขายต้องดี งั้นเจออีกทีใน Pantip

  ผู้บริโภคคนไทยมีพฤติกรรมเรื่องดีบอกต่อ, เรื่องแย่โพสต์พันทิป

เรื่องดีบอกต่อ

ดาราทั้งหลายก็มีความเป็นนุษย์ หลายคนก็มีร้านค้าของตัวเอง หรือรับงานพรีเซนเตอร์, โพสต์ขายสินค้า การคอมเมนต์ฝากร้านถึงจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มอัตราการมองเห็นให้กับร้านค้า แต่ร้านค้าทั้งหลายก็ไม่ควรอาศัยช่องทางนี้เป็นทางเดียว เพราะการทำการตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน น่าจะสร้างการรับรู้แล้วทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกที่ดีกับแบรนด์มากกว่า

Source

Comments are closed.