6 ขั้นตอนวัด ROI บน Social Media อย่างมีประสิทธิภาพ

6 Steps measurement ROI on Social Media

มา ณ วันนี้นักการตลาดแทบจะทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่าช่องทาง Social Media เป็นอีกสื่อหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากในการทำการตลาดทุกวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะยังไม่แน่ใจก็คือว่า เราจะวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) บน Social Media อย่างไรดีให้มีประสิทธิภาพ? หลายๆองค์กรมักจะเข้าใจผิดโดยวัดจากแค่จำนวนคนกด Like ว่ายิ่งเยอะยิ่งดี แต่ถ้ามาลองคิดดูดีๆต่อให้คนกด Like เยอะแต่ถ้าไม่ได้ทำให้แบรนด์ขายสินค้าได้มากขึ้น หรือคนรู้จักแบรนด์มากขึ้น Like ที่ได้มาก็คงเปล่าประโยชน์ไป

- Advertisement -

และสำหรับบางคนอาจจะมีคำถามในใจว่า Social Media สามารถให้ผลตอบแทนที่มากกว่าแค่ Awareness หรือ เครือข่ายผู้ติดตาม ได้หรือไม่ เช่นให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินเลยจริงๆ คำตอบคือได้ครับ

รอบนี้ทาง Brand Buffet มีบทความเกี่ยวกับ 6 ขั้นตอนเพื่อการวัด ROI บน Social Media อย่างมีประสิทธิภาพ มาเป็นแนวทางครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

6 ขั้นตอนเพื่อการวัด ROI บน Social Media อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ตั้งเป้าหมายและผลที่คาดหวังให้ชัดเจน

ในแต่ละองค์กรหรือแต่ละแคมเปญนั้นล้วนแต่มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นตัววัดที่จะวัดต้องสอดคล้องไปกับเป้าหมายของแคมเปญนั้นๆด้วย เพื่อให้มีความชัดเจนว่าเราต้องการอะไรจากลูกค้า และจะได้ประเมินมูลค่าต่อหน่วยถูกในขั้นตอนถัดไป ตัวอย่างเป้าหมายที่คาดหวังเช่น

– ลูกค้าทำรายการสั่งซื้อออนไลน์

– กรอกสมัครข้อมูล

– ดาวน์โหลดแค็ตตาล็อกสินค้า

– ดูวิดีโอที่โพสต์ เป็นต้น

2. ติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด

ในการวัดผลลัพธ์นั้นค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับช่องทางที่เราวัดผล เช่น เว็บไซต์ก็ใช้ Google Analytics, Facebook ใช้ Insight เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเครื่องมือที่ใช้วัดผลในช่องทางต่างๆนั้นมักจะค่อนข้างสมบูรณ์ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

ท็อป 5 อันดับแรกที่มักถูกนำมาใช้ในการวัดผลคือ

Reach – คอนเทนต์ของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากแค่ไหน

Traffic – คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของเราในหน้าที่กำหนดไว้มากแค่ไหน

Leads – จำนวนคนที่ร่วมแคมเปญมีมากแค่ไหน

Customers – ลูกค้าที่เกิดขึ้นจาก Leads ที่เข้ามามีมากแค่ไหน

Conversion Rate – อัตราส่วนของผู้ที่เข้าเห็นคอนเทนต์ (Reach) ต่อจำนวนลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง (Customers) มากแค่ไหน

ท็อป 5 ตัวแปรนี้มีความเกี่ยวโยงกันอยู่ครับสรุปอีกทีก็คือ คนเห็น > คนเข้าเว็บ > คนร่วมแคมเปญ > คนทำรายการสำเร็จ > ประเมินเป็น Rate%

3. กำหนดมูลค่าต่อหน่วย ให้กับผลลัพธ์นั้นๆเป็นรูปแบบตัวเงิน

เพื่อให้การวัดผลจับต้องได้มากขึ้น เราควรจะกำหนดมูลค่าต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการกำหนดมูลค่านั้นเราสามารถใช้ได้สองวิธีเช่น

1. คำนวณจากสถิติที่ผ่านมา เช่น ถ้าเราประเมินคร่าวๆได้ว่าทุก 5,000 คนที่เห็น (Reach) จะมี 1,000 คนที่เข้าเว็บไซต์เรา (Traffic) จะเกิดรายการสั่งซื้อสินค้าประมาณ 10 รายการ (Leads) ซึ่งมีการสั่งซื้อจริงทั้งหมด 5 รายการ (Customers) เป็นจำนวนเงินประมาณ 10,000 บาท ดังนั้นแปลว่า เฉลี่ยแล้วถ้าคนเข้าเว็บ 5,000 คนจะมียอดขาย 10,000 บาท ดังนั้น มูลค่าของคนที่เข้ามาเว็บไซต์ต่อ 1 คนคือ 2 บาท

2. ถ้าไม่มีสถิติให้อ้างอิงจากประสบการณ์และประเมินเบื้องต้นก่อนครับว่า น่าจะมูลค่าประมาณเท่าไหร่ เพื่อให้เรามีตัวตั้งต้น และเมื่อเริ่มมีสถิติแล้วจึงค่อยปรับปรุงอีกทีนึง

4. ประเมินผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละช่องทาง

หากเรามีการใช้ Social Media อยู่หลายช่องทาง สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือต้องประเมินผลตอบแทนแยกในแต่ละช่องทางให้ได้ว่าช่องทางไหนสร้างผลตอบแทนให้มากที่สุด

5. ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละช่องทาง

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว เมื่อเราแยกผลตอบแทนแต่ละช่องทางแล้ว เราต้องแยกต้นทุนค่าใช้จ่ายในแต่ละช่องทางด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักๆที่เราควรคำนวณจะมีอยู่สองอย่างคือ

1. ค่าใช้จ่ายทางการตลาด เช่น Facebook ad, Fee , ฯลฯ

2. ค่าจ้างต่อชั่วโมงทำงานของบุคลากร

เมื่อเรารู้ทั้งผลตอบแทนและค่าใช้จ่าย เราก็จะทราบว่าช่องทางไหนที่คุ้มค่าแก่การลงทุนและลงแรง หรือช่องทางไหนที่เราไม่ควรโฟกัสอีกต่อไป

6. วิเคราะห์ ทำความเข้าใจและพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

สมการคำนวณ ROI คือ ROI = (กำไร-ต้นทุน) x 100 / ต้นทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็น % เช่น

1000 – 600 x 100 / 600 = 66.67%

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นในการวัด ROI บน Social Media อย่างมีประสิทธิภาพครับ

 

Source