Homehttps://www.brandbuffet.in.th/curvy-dating-apk/ตามรอยโดนัลด์ ทรัมป์? อีลอน มัสก์ ทวีต อยากสร้าง “โซเชียลมีเดีย” ของตนเอง

ตามรอยโดนัลด์ ทรัมป์? อีลอน มัสก์ ทวีต อยากสร้าง “โซเชียลมีเดีย” ของตนเอง

ชี้ Free Speech จำเป็นต่อระบอบประชาธิปไตย


shutterstock elon musk

นอกจากแพลตฟอร์ม Truth Social ของโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งเปิดตัวไปแล้ว ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของมหาเศรษฐีอย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ออกมาโลดแล่นด้วยเช่นกัน หลังจากที่เขาได้ทวีตว่า เขากำลังคิดอย่างจริงจังเรื่องการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

“มหาเศรษฐีไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” คำกล่าวนี้อาจสะท้อนได้ดีถึงตัวตนของมหาเศรษฐีคนดังที่บังเอิญตรงกันอย่างเหลือเชื่อ เพราะทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla ที่เพิ่งทวีตเกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าวไปเมื่อสุดสัปดาห์นี้เอง

อย่างไรก็ดี อีลอน มัสก์ ไม่ได้บอกว่า รายละเอียดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เขาจะสร้างนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร รวมถึงจะเป็นพื้นที่ที่ให้อิสระในการแสดงความคิดเห็นมากน้อยแค่ไหน โดยเขาบอกเพียงแค่ว่า Free speech เป็นสิ่งสำคัญสำหรับระบอบประชาธิปไตย

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มที่อีลอน มัสก์มีตัวตนมากที่สุดก็คือ ทวิตเตอร์ (Twitter) โดยเขามีผู้ติดตามมากกว่า 79.4 ล้านแอคเคาน์ กระนั้น เขาก็ยังตั้งคำถามถึงทวิตเตอร์ด้วยเช่นกันว่าเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีความเป็นกลาง และให้อิสระทางการแสดงความคิดเห็นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในจุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตัวตนของเขานั้นอาจไม่ชอบการถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม

แต่บางที ดราม่าบนโลกออนไลน์ก็ไม่ได้มาจากตัวแพลตฟอร์มเสมอไป เพราะในกรณีของอีลอน มัสก์เอง ก็เคยเกิดดราม่าจากทวีตของตัวเองมาหลายครั้ง เช่น การที่เขาทวีตถามผู้ติดตามว่า เขาควรจะขายหุ้นเทสล่าสัก 10% หรือไม่ จนทำให้หุ้นเทสล่าตก และถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาออกจดหมายเรียกให้เข้าไปชี้แจง

สร้างโซเชียลมีเดียใหม่ “ไม่ง่าย”

ในซีกโลกตะวันตก Matt Navarra ที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดียรายหนึ่งได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เขาเห็นเทรนด์ที่บุคคลที่มีชื่อเสียงอยากสร้างโซเชียลมีเดียของตนเอง แต่การสร้างโซเชียลมีเดียในยุคนี้ไม่ง่าย และต้องใช้เงินเยอะ เห็นได้จากบรรดาแพลตฟอร์มทางเลือกอย่าง Rumble, Parler, Gettr ในสหรัฐอเมริกาที่มีนโยบายสร้างความแตกต่าง เพื่อให้คนเปลี่ยนจาก Facebook, Twitter, TikTok มาใช้แพลตฟอร์มของตนเอง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก

Matt Navarra ยังได้ยกตัวอย่าง Parler โซเชียลมีเดียที่เป็นชนวนให้เกิดความวุ่นวายใจกลางเมืองของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มกราคมปีที่แล้วว่า ตัวแอปได้ถูกถอดออกจาก App Store ทันที และกว่าจะกลับเข้ามาได้ บริษัทก็ต้องแสดงให้ทาง Apple เห็นว่า มีระบบตรวจจับ หรือมีแนวทางควบคุม Hate Speech ได้แล้วนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ Free Speech จึงอาจไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มใบภายใต้คำว่า “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” อย่างที่อีลอน มัสก์คาดหวัง หรือถึงแม้เขาจะลงทุนสร้างแพลตฟอร์มของตนเอง ก็ใช่ว่าจะได้เจอก็เป็นได้

Source 


You may also like