อภิมหาโปรเจกต์  “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ฝันใหญ่ครั้งใหม่ของ “ศุภลักษณ์ อัมพุช”

0

em district

ด้วย Passion อันแรงกล้าของ ศุภลักษณ์ อัมพุช นายหญิงแห่งเครือเดอะมอลล์ ที่อยากทำให้ประเทศไทยเป็น “ฮับ” ของการช็อปปิ้งที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จนเป็นที่มาของอภิมหาโปรเจทก์  “ดิ เอ็ม ดิสทริค”(The Em District) ที่ลงทุนระดับหมื่นล้าน สร้างศูนย์การค้า 3 แห่ง ในทำเลทองบนเส้นสุขุมวิท  และในวันนี้  27 มีนาคม ฝันของหญิงแกร่งแห่งวงการค้าปลีกคนนี้ เดินมาเกินกว่าครึ่งทางแล้ว เมื่อ ดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQquartier) ศูนย์การค้าแห่งที่ 2 ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

เอ็มควอเทียร์ กับ เอ็มโพเรี่ยม แตกต่างกันแต่เสริมพลังซึ่งกันและกัน

เชื่อว่าคงมีหลายคนกังขาว่า ห้างใหญ่ไฮโซอยู่ห่างกันเพียงแค่ทางเชื่อมรถไฟฟ้ากั้นกลางเท่านั้น แล้วแบบนี้ ห้างทั้งสองแห่งจะแย่งลูกค้ากันเองหรือไม่ เรื่องนี้ ศุภลักษณ์ กล่าวว่า “เอ็มโพเรี่ยมจะเน้นเรื่องการช็อปปิ้ง ส่วนเอ็มควอเทียร์จะเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์”

ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจ หลังจากเปิดตัวดิ เอ็มควอเทียร์ก็น่าจะกระตุ้นยอดขายของเดอะมอลล์ให้ทะลุหมื่นล้าน “การเปิดให้บริการของ ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มดิสทริค คาดว่าจะเป็นแมคเน็ตที่สำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าจากทั่วทุกสารทิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในขณะนี้ ดิ เอ็มดิสทริค เริ่มเป็นที่จับตามองของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากประเทศ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และมาเลเซีย ที่มีแผนที่จะเดินทางมาเยี่ยมชม ดิ เอ็มดิสทริค ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าเมื่อ ดิ เอ็มดิสทริค เปิดให้บริการจะมีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 150,000 คนต่อวัน โดยแบ่งเป็นคนไทยร้อยละ 60 และชาวต่างชาติอีกร้อยละ 40 โดยบริษัทฯ คาดว่าในปีแรกที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มโพเรี่ยม โฉมใหม่เปิดให้บริการจะมียอดขายราว 10,000 ล้านบาท ทำให้ยอดขายของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เติบโตขึ้นเป็น 53,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นประมาณร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปี 2557”

2
ศุภลักษณ์ อัมพุช (ขวา)

ไม่ใช่ “ซูเปอร์แบรนด์” ไม่ใช่ยี่ห้อ “ดิ เอ็ม ดิสทริค”

ไม่เสียชื่อความหรูหราของ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” งานนี้แบรนด์เนมชั้นนำของโลกต่างก็ยกเอาดีไซน์ล่าสุดของแฟลกชิพ สโตร์มาลงที่ “ดิ เอ็มควอเทียร์” ด้วยงบประมาณที่ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป จำกัด กระซิบว่าช็อปดังๆ ส่วนใหญ่ใช้งบตกแต่งประมาณ 3-7 ล้านยูโร ไม่นับสินค้าในสโตร์ รายชื่อแบรนด์ดังส่วนหนึ่ง เช่น LOUIS VUITTON, DOLCE & GABBANA, DIOR, LOEWE, VALENTINO, GUCCI, PRADA, MONTBLANC, TIFFANY & CO  และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ถ้าจะให้ใส่ทั้งหมด ผู้อ่านคงต้อง Scrollเมาส์ไปอีกหลายหน้าเลยทีเดียว ความน่าสนใจยังอยู่ที่การจับเทรนด์ใหม่ๆ ในสังคม หลายๆ ช็อปเพิ่มพื้นที่ช็อปปิ้งของ “แฟชั่นผู้ชาย” ซึ่งเป็นกระแสที่ผู้ชายแต่งตัวและให้ความสำคัญกับสินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น บางแบรนด์ก็แยกร้านอกมาเฉพาะเพื่อตอบรับความต้องการนี้เลยทีเดียวอย่างเช่น DIOR HOMME และนอกจากจะมีพื้นที่ให้แบรนด์ดังจากเมืองนอกแล้ว “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ยังไม่ลืมที่จะพาแบรนด์กับดีไซน์เนอร์ไทยมาอวดนักท่องเที่ยว ด้วยการจัดสรรพื้นที่ให้ ซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ เช่น GREYHOUND, 31 THANWA, FLYNOW, ISAWAN, KAI, ISSUE, TU’I ฯลฯ โดยรวมแล้วมีกว่า 1,000 แบรนด์แฟชั่น คิดเป็น 50% ของพื้นที่

long champ em district

vogue em district2

ยังมีพื้นที่ของการรับประทานอาหารที่ก็นำเอาร้านดังทั้งระดับโลกและร้านอาหารชื่อดังของไทยมารวมตัวกัน โดยคิดเป็นพื้นที่ 20% ของห้าง และพื้นที่ที่เหลือเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์กับเทคโนโลยี เพื่อทำให้การช็อปปิ้งใน “ดิ เอ็ม ดิสทริค”  ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

emquarter bkk2

emquarter mall bkk

จัดหนักตั้งแต่เปิดห้าง

แน่นอนว่าความเชี่ยวชาญเรื่องการทำกิจกรรมช่วงเปิดห้าง เครือเดอะมอลล์ก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ไม่แพ้ใครเช่นกัน เพื่อฉลองและสร้างกระแสในช่วงเปิดตัว “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ได้จัดหนักร้านค้าต่างๆ ทำโปรโมชั่น ยกตัวอย่างแบรนด์ที่เป็นเจ้าของจับจองกันง่ายๆ อย่าง  H&M ก่อนเลยที่ยังไม่ทิ้งมุข “ต่อคิว” สำหรับคิวแรกจะได้รับ  Gift Voucher จากทางร้าน 10,000 บาท แล้วลดหลั่นกันไป ส่วน กลุ่ม Super Luxury Brand Name ก็มีคอลเลกชั่นพิเศษลิมิเต็ด เอดิชั่น เพื่อฉลองการเปิดห้าง ซึ่งสำหรับนักสะสมต้องรีบจับจองเป็นเจ้าของ เพราะของแบบนี้เพิ่มมูลค่าในวันข้างหน้าแน่นอน

ในส่วนของตัวห้างสรรพสินค้าเองก็จับมือกับบัตรเครดิตและสถาบันการเงินชั้นนำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, แบงก์กรุงเทพ, ซิตี้แบงก์ หรือแม้แต่ เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งบางรายช็อป 10,000 บาทก็ให้บัตรกำนัลของทางห้างคืน 10,000 บาทเลยทีเดียว

ยังไม่นับการชิงโชคที่ช็อปปิ้งแค่ 2,000 บาท ก็มีสิทธิ์ลุ้น ของรางวัล ซึ่งก็แค่ คอนโดนิเนี่ยมหรูย่านสุขุมวิท กับรถพอร์ช และรถเบนซ์ แค่นั้นเอ๊งงงง!!!

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเรียกคนไปเที่ยว ไปถ่ายรูปแล้วเช็คอิน เรียกกระแสเก๋ๆ อีกเพียบ เช่น การแสดงภายใต้คอนเซ็ฟท์ World Extraordinary ที่มีการทำ 3D Mapping Extraordinaire ฉายภาพลงบนตัวตึกของห้างทั้งสอง ที่มาพร้อมกับ มิดไนท์ เซล ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 6 เมษายน สร้างประสบการณ์การเดินช็อปปิ้งในช่วงแรกให้หน่ำใจ

รวมแล้วทั้งโปรโชั่นและกิจกรรมทั้งหมดใช้งบประมาณเฉพาะการเปิดตัว 500 ล้านบาท แบ่งเป็น 250 ล้านบาท สำหรับการจัดกิจกรรมอีเว้นท์เพื่อฉลองการเปิด ดิ เอ็ม ดิสทริค, 50 ล้านบาท สำรับการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ, 100 ล้านบาท สำหรับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบครบวงจรครอบคลุมทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์ พร้อมทั้งทุ่มงบประมาณอีก 100 ล้านบาท ในการออกแบบและพัฒนาดิจิทัลแพลทฟอร์มทันสมัยที่สุดเพื่อนำมาใช้ในการอำนวยความสะดวกและดูแลลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการช้อปปิ้ง

เพื่อทําให้ฝันใหญ่ครั้งนี้ของเธอเป็นจริง ต้องบอกว่า “ศุภลักษณ์  อัมพุช” จัดหนักจัดเต็มก็คงต้องเอาใจช่วยให้ย่านสุขุมวิทกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สําคัญให้ได้เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่ระดับประเทศเท่านั้น  แต่เมกะโปรเจ็กท์นี้กําลังเป็นการสร้าง Destination สําคัญระดับภูมิภาคเทียบชั้นเมืองใหญ่ๆ ของโลกไม่ว่าจะเป็นดูไบ โตเกียว หรือแม้แต่นิวยอร์ค ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการสร้างงานให้กับคนไทยอีกมาก

เย้ๆๆ อีกหนึ่งช่องทางรับข่าวสารกับ Brand Buffet  ผ่าน LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

  เพิ่มเพื่อนรัวๆ  ที่ ID :   @brandbuffet

เพิ่มเพื่อน

Credit Image http://auworkshop.co/emquartier/