แคมเปญออนไลน์ ท้าคุณชายผู้ว่าฯ มาร่วมชะตากรรม เดินทางด้วยขนส่งในกทม.

 

 

วันนี้(22 ก.ย.) ที่เว็บไซต์ change.org ได้มีการตั้งแคมเปญรณรงค์ออนไลน์ ชื่อว่า #CarFreeEverdayChallenge ท้าผู้ว่าฯเดินทางมาทำงานด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นแคมเปญที่ตั้งโดยสมาชิกชื่อ นาคร สัญจรชน โดยระบุรายละเอียดของแคมเปญรณรงค์นี้ว่า


“ถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน”

เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของกทม.และการวางผังเมืองล้วนมีปัญหา ประชาชนที่พอมีฐานะถูกผลักให้ต้องหันไปใช้รถยนต์ในการเดินทางเพราะความสะดวก ปลอดภัย ที่มีระบบขนส่งมวลชนในกทม.ให้ไม่ได้เรามีการรณรงค์การลดใช้รถยนต์ (Car Free Day) มาตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จำนวนรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ระบบรางไม่ครอบคลุม และที่แน่ๆ ไม่มีทางผ่านหน้าบ้านทุกคนได้ รถเมล์ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เพราะให้สัมปทานเอกชนไปทำสภาพถนนย่ำแย่ ทางเท้าไม่เรียบ พร้อมจะทำให้สะดุดได้ตลอดเวลาคนเดินเท้าถูกแย่งพื้นที่จากหาบเร่ แผงลอย และป้ายโฆษณา

การเดินข้ามถนนเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องปีนข้ามสะพานลอยสูงๆในขณะที่ทางข้ามอัจฉริยะที่อุตส่าห์ลงทุน และประชาสัมพันธ์ไว้ใหญ่โต ล้วนทยอยเปลี่ยนเป็นสะพานลอยจักรยานไม่ต้องพูดถึง ทางจักรยาน 200 กม.ที่กล่าวอ้างไว้ ใช้งานไม่ได้จริงคนที่จะใช้งาน ต้องลงไปเสี่ยงขีวิตบนท้องถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์บนถนนที่ออกแบบมาให้เอื้อกำกับการใช้รถยนต์เป็นหลักเป้าหมายปี 2575 กทม.ต้องการให้ชาวกรุงเทพฯ 64% ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางประจำวันจะไปถึงได้ เราคงต้องเลิกใช้วิธีการเดิมๆ เพราะก็เห็นกันอยู่ ว่าสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ

 

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารต้องมาเก็บข้อมูลจริงด้วยตัวเองเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากรุงเทพให้ดีอย่างที่สัญญาไว้เพราะ KPI ที่ใช้บริหารอยู่มันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้และท้ายที่สุด การรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ที่ดีที่สุดคือการที่ผู้ที่พูดรณรงค์ ออกมานำประชาชน ทำตนเป็นแบบอย่างให้ดูไม่ใช่คิดฝัน วางแผนจากเบาะหลังอย่างเคยเริ่มต้นจากวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน ออกจากบ้านโดยใช้แค่บริการจากเข็มกลัด Car Free Day (รถประจำทาง BTS MRT เรือด่วน) เดิน หรือจักรยานและทำให้ได้อย่างน้อย วันทำงานสัปดาห์ละหน

แน่นอน การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกทม.ทั้งหมดแต่กทม.ต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเป็นแกนนำที่จะประสานงานแก้ปัญหามิใช่หรือหากอ้างแค่ว่ากทม.ไม่มีอำนาจ เรามีปลัดกทม.เป็นคนอำนวยการทำงานทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่ากทม.ให้เปลืองงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเพราะถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนยังไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน จริงมั้ย?

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมลงชื่อในแคมเปญสามารถกดไปร่วมลงชื่อได้ที่ www.change.org  ค้นหาคำว่า #CarFreeEverdayChallenge หรือร่วมติดแท็กดังกล่าวเพื่อสะท้อนสภาพปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ

 

Partner : ประชาชาติธุรกิจ