10 กฏเหล็กปั้นแบรนด์ให้ฮิปสุดๆ [The 10 Rules of Brand Buidling]

10 rules brandbuilding

 

 

วันนี้ทุกคนอยากลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์  ก็เหมือนกับตอนเด็กๆที่หลายคนฝันอยากเป็นนักดนตรี อยากเป็นนักกีฬา ตอนนี้บางคนก็เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ  เริ่มเขียนใน bio อินสตราแกรมและพยายามที่จะสร้างแบรนด์ขึ้นมา จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่มีสูตรสำเร็จตายตัวทุกเรื่องราวทุกรายละเอียดมีความแตกต่างจากหลายอย่าง ทั้งจากตัวเราจากสิ่งรอบตัว ความครีเอทีฟหรือทุน ยังไงซะ แม้จะไม่มีวิธีการเป๊ะๆ  10 กฏช่วยสร้างแบรนด์ให้ฮิปสุดๆ

1. ถ้าไม่ตะโกนก็หุบปากซะ! : ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็อย่าพูดเลยเหอะ

แต่ถ้ามีอะไรจะพูด – พูดให้หมดใน “ทุกๆ สิ่งที่ทำ” ทั้งในฐานะที่เป็นแบรนด์และองค์กรธุรกิจ เพราะทั้งหมดเป็นเหมือนลายมือที่จะทำให้สินค้าเราแตกต่างและน่าสน  …. เสื้อที่ดีทุกตัวเต็มไปด้วยไอเดีย ไม่เพียงแค่กราฟฟิคดีๆ และข้อความบนเสื้อเท่านั้น แต่มันรวมถึงเราตัดเย็บมันยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างที่แฝงอยู่ทั้งในเนื้อผ้า การฟอกสี รูปแบบของเว็บไซด์ โทนสีของร้านค้าปลีก ฉะนั้น “เอาให้มันชัดทุกจุด” เพราะทั้งหมดมันบอกเกี่ยวกับตัวเรา ที่เหนือกว่านั้นทุกสิ่งที่เราทำมันสะท้อนแบรนด์ของเราด้วย

 

2. ให้คนอื่นพูดถึงเรา – ดีกว่าเราพูดเอาเอง : เลิศสุดที่จะบอกว่าคุณคือใคร คือ บอกอะไรที่คุณไม่ได้เป็น

“กฏได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอการเปลี่ยนแปลง”  กฏมันก็ถูกออกแบบมาตามสิ่งที่คนคิดว่าป๊อป อะไรๆ ที่คนอื่นๆ ทำ หรือทำตามๆ กันมา หรือไม่ก็อะไรชาวบ้านเค้าใส่กัน หรือคนอื่นๆ เห็นว่าถูก และเพื่อจะแหกกฏ ให้กล้าที่จะเปลี่ยนซักหน่อย สร้างมาตรฐานของเราขึ้นเองก็ได้ คิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ รวมถึงคิดวิธี ที่จะทำด้วย ท้ายสุดของการต่อสู้รันฟันแทงกับกฏ เราก็จะได้ธงนำทางที่ชัดเจน

 

3. ทำซำๆ ย้ำไปเรื่อยๆ

การทำอย่างต่อเนื่อง เหมือนพิสูจน์ตัวเองว่าเรามีระเบียบแบบแผนมากแค่ไหน บางอย่างเราเองก็ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับมันหรือจะเป็นเรื่องที่เราเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะยุคอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้มีเทรนด์มากมายวิ่งกันให้วุ่น

“มันไม่มีทางลัด” มันต้องสู้ ต้องทุ่มสุดตัว ,  ต้องทำ -และทำทุกๆ วินาที  ,   ทำ – และทำทุกๆ ชั่วโมง  , ทำทุกๆ วัน  – ไม่งั้นก็แพ้

 

4. แค่เพียงทำได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำ

“มีหัวใจ แต่อย่าลืมใช้สมอง” – เหมือนที่ต้องเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างรักกับหลง

อย่างที่รู้ๆ กันว่า ความทะเยอทะยานคือสิ่งดีที่จะพาเราไปถึงจุดหมาย เพราะเราจะไปไม่ถึงเป้าแน่ๆ หากไม่ได้พยายาม

จงกล้าที่จะบ้าหน่อย หัดตัดสินใจอะไรผิดๆ บ้าง และนั้นแหละเป็นสิ่งที่โลกต้องการ

แบรนด์เก่งๆ รู้จักตัดอะไรที่พวกเค้าจะไม่ทำล้านเปอร์เซนต์ เพราะมีเพียงเราคนเดียวในโลกที่เป็นคนควบคุมทุกอย่างเกี่ยวกับแบรนด์เรา และมันต้องมีสักอย่างแน่ๆ ที่เราทำได้เจ๋งโคตรขณะที่คนอื่นทำไม่ได้  ดั้งนั้นจงกล้าที่จะปฏิเสธ  แบบนี้เราไม่ขาย เราไม่เอา เช่น  แผ่นโป๊ แผ่นผี!

 

5. ดีให้สุดติ่งเท่าที่เราจะเป็น

เรารู้ดี ว่าเราเริ่มต้นสร้างแบรนด์หรือธุรกิจเพราะเรามีอะไรอยากจะพูด อยากจะทำให้โลกเห็น เรานี่แหละที่จะเข้าไปแลกหมัดบอกคนอื่นว่ามันมีอะไรอยู่ข้างนอกนั่น เรามี Passion ที่จะออกไอเดีย และเราก็มีธุรกิจในมือ มันก็คล้ายกับการทำงานอื่นๆ นั่นแหละ แต่คราวนี้มันเป็นของเราทั้งหมด ปัญหาอย่างหนึ่งของการไม่ได้เริ่มธุรกิจเอง เราจะไล่ทำความฝันให้คนอื่น เราจะกลายเป็นเงาของคนอื่น และกว่าที่เราจะรู้ตัว เราก็ไม่มีเสียงที่จะพูด – และที่เจ็บกว่านั้น เวลาพูดเสียงของเรามันก็เหมือนเสียงของคนอื่น เราจะจมหายไปพร้อมกับฝูงชน

ฉะนั้น จงดีให้สุดติ่งเท่าที่เราจะเป็นได้    เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำได้ – และทำได้ดีที่สุด

แม้ว่าสุดท้ายอาจจไม่ได้เด่นดัง แต่เชื่อเถอะว่า  – เป็นตัวเองดีกว่าเป็นเงาคนอื่นแน่ๆ

 

6.  ใช้หัวใจ

PASSION!  ข่าวดีคือ พวกเรามีมัน และมีเยอะด้วย ขอพูดอีกที –  เรามี Passion และมีเยอะโคตรๆ

สำหรับคนอยากรวย คุณก็จะมี Passion ที่จะใช้ทุกเวลาในชีวิต ทุกหยดหยาดที่จะคิด หาทุกวิถีทางที่จะรวย วิธีคิดนี้ส่งผลให้คุณกลายไปเป็นนายแบงค์ นักธุกรกิจ หรือไม่ก็โจร!

ถ้าคุณฝันอยากจะดูแลบริการคนอื่น ชีวิตมันจะหาหนทางนั้นให้คุณเองแหละ อาจจะไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์ แม้ไม่ได้รวยในสายตาคนอื่น แต่แน่นอนว่าหัวใจจะถูกเติมเต็มด้วยความสุข

มันไม่มีอะไรตายตัว ถ้าเรามี Passion จริงๆ ที่จะสร้างแบรนด์ อยากเล่าเรื่องราวของมัน และลงมือทำธุรกิจ จงตั้งใจ แล้ววาง Passion ลงไว้ที่นั่น   Passion จะเป็นตัวกับหนดชีวิตของเรา  – ขอเพียงมั่นใจว่าวางหัวใจไว้ถูกที่

 

7.  ฆ่าให้เรียบ : ธุรกิจเป็นที่แห่งชัยชนะ ไม่ได้ทำไว้หาเพื่อน

แม้ว่ามันฟังดูโหด แต่นี่คือความสัมพันธ์ของระบบนิเวศน์ ลองคิดดู ท้ายสุดของโลกแล้ว โลกนี้มันจะเหลือแค่เราและแบรนด์ของเรา ต้องยอมรับว่ายิ่งเราหรือธุรกิจที่เราปั้นมากับมือเติบโต เราก็ยิ่งเข้าใกล้ความเป็นที่ 1 คล้ายๆ โปสเตอร์หนังของ Facebook ที่ว่า “You don’t make a few friends without making 500 Million enemies. If you’re not willing to offend and sever, stop now”And choose a platonic, mediocre life. เราไม่สามารถมีเพื่อนแท้ได้โดยไม่สร้างศัตรูนับล้าน และถ้าไม่กล้าที่จะเอาจริง กลับบ้านแล้วกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเรียบๆ

 

8.  อย่าไปใส่ใจ feedback หรือดราม่าในเน็ตให้มาก

เว็บไซด์ตัวแม่จะไม่หวั่นเสียงจากประชาชน ทุกคนจะมารุมล้อมรื้อขอ Comment หน่อย ขอปล่อยอารมณ์นิด เพราะทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะโพส แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเอา feedback มาอิงแอบแนบเป็นสรณะ ไม่ว่าจะด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ที่กำลังเติบโตหรือคิดงาน Creative ออกมาจ๋าๆ บางทีการฟัง feedback อาจทำให้งานชะงัก comment หรือความคิดเห็นจากคนอื่นอาจจะส่งผลกับ Project หรืองานเราตั้งใจจะทำไว้ในอนาคต และเมื่อฟังหรือได้ยินมากๆ มันก็ – ยากที่เราจะได้ยินเสียงตัวเอง ท่ามกลางเสียงโหวกแหวกเหล่านั้น

เช่นเดียวกับการที่มีคนเข้ามา Like ให้หัวใจจุ๊บๆ นั่นไม่ได้หมายความที่ทำน่ะมันดีที่สุดสำหรับเรา มันก็แค่ดีที่สุดสำหรับพวกเค้า เช่นเดียวกันกับคนมา thumbs-down ว่าห่วย มันไม่ได้ห่วยสำหรับเราฮะ มันแค่ห่วยสำหรับพวกเค้า  … ดีที่สุดคือฟังเสียงตัวเองให้ชัด

 

9.  เป็นวัยใสเสมอ: ไม่ทำตัวเด็ก ก็จะไม่พบสุข

วัยใสเป็นวัยที่รู้จักมองหาโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลงและอยู่นอกการควบคุมของเหตุผล เรื่องเงินทองหรือการเย้ยหยัน ยิ่งโตยิ่งถูกล่ามไว้ด้วยความรับผิดชอบและความสงสัย เวลาเป็นวัยใสมันไม่กลัวกฎแล้วทุกอย่างมันก็ฮิป จำไว้ว่า ใสไม่ใสอยู่ที่ทรรศนคติในการใช้ชีวิต ไม่ใช่ตัวเลข

 

10.  Have fun มันส์กันให้สุด

“จริงจังกับงานให้สุด แต่ผ่อนปรนกับตัวเองให้มาก”

ชีวิตไม่ได้สั้น แต่บทความมันต้องสั้น แล้วก็ต้องจบแล้ว (ว่ะ) – อ่านให้หนุกนะ!

 

 

 

เรียบเรียง Palouis (Brandnaked)

ที่มา : thehundreds