10 วิธีป้องกันขโมยข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต

 

secure online

 ในเมื่ออินเตอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพไปเสียแล้ว  ข้อมูลส่วนตัวต่างๆของคุณจึงเวียนว่ายอยู่ในออนไลน์  ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองของนักโจรกรรมข้อมูล หรือ บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีต่อคุณ ที่จะเข้ามาล้วงความลับนั้นไป  Forbes เปิดเผย 10 วิธีป้องกันการข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลง่ายๆ ดังนี้

 

1.ตั้งรหัสผ่านป้องกันในอุปกรณ์ต่างๆ

บางคนบอกว่าการนั่งพิมพ์รหัสผ่านเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ  แต่การไม่รหัสผ่านสำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ  ไม่ต่างอะไรกับการเปิดประตูบ้านหรือประตูรถทิ้งเอาไว้แต่ตัวคุณไม่อยู่  ถ้าหากคุณโชคดีก็ไม่มีอะไรเสียหาย  แต่ถ้าหากโชคร้ายข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลลับต่างๆจะถูกขุดคุ้ยออกมาจนหมด

2.Google Alert ช่วยเตือน

ใช้บริการ Google Alert  ที่จะใช้แจ้งเตือน เมื่อชื่อหรือข้อมมูลส่วนตัวเรา ไปอยู่ในโลกออนไลน์  Google Alert จะทำการเตือนเราผ่านอีเมลล์  ซึ่งทำให้เราสามารถจัดการข้อมูลของเราได้อย่างทันท่วงที

3.ลงชื่อออกทุกครั้งหลังจากใช้งานเสร็จ:

ลงชื่อออก หรือ Sign out จะช่วยลดการถูกติดตามหรือแกะรอยข้อมูลของคุณในโลกอินเตอร์เน็ต  นอกจากนี้ยังป้องกันจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต่อจากคุณมาแอบดูข้อมูลส่วนตัวอีกด้วย (ในกรณีใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ)  มิฉะนั้นแล้วผลร้ายจะตามมา

4.อย่าให้อีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์ หรือรหัสไปรษณีย์ไปง่าย

คนแปลกหน้าเจอในผับ/บาร์มาขออีเมล์ เบอร์โทร หรือ รหัสไปรษณีย์ อย่าไปให้เด็ดขาด  แม้กระทั่งเป็นพนักงานห้างสรรพสินค้าที่จะนำเสนอข่าวสารหรือโปรโมชั่นใหม่ๆก็ตาม  แต่ถ้าไม่ต้องการก็พวกเขาไปตรงๆ

เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

5.ตั้งรหัสเข้าคอมพิวเตอร์

สำหรับคอมพิวเตอร์ทางทีดีควรจะตั้งรหัสผ่านเข้าฮาร์ดดิสก์แห่งเก็บข้อมูลสำคัญๆของคุณ   การตั้งรหัสผ่านไม่ยากอย่างที่คิด  สำหรับ Mac ใช้ FileVault ส่วนพีซี ต้องใช้ Bitlocker

6.เปิดใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนใน Gmail  

ใน Gmail จะมีบริการพิสูจน์ตัวตน 2 ขั้นตอน ถ้าหากต้องการเข้าอีเมลล์ด้วยอุปกรณ์ใหม่จะต้องได้รับรหัสยืนยันที่ส่งเข้าไปทางมือถือเสียก่อน  มิฉะนั้นแล้วจะใช้งานไม่ได้  ซึ่งหมายถึงว่าถ้าหากมีรหัสผ่านเข้าอีเมลล์แต่ไม่ได้มีรหัสยืนยันจากระบบพิสูจน์ตัวตน  ข้อมูลในอีเมลล์ก็ยังปลอดภัยอยู่

7.จ่ายสดสำหรับสินค้าบางอย่าง

ในการซื้อสินค้าหรือชำระเงิน  ถ้าเป็นไปได้ควรจะใช้เงินสดไม่ควรจะเครดิตการ์ด เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นจะเป็นแหล่งในการติดตามและเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของคุณไว้หมดเลย

8.ตั้งค่า Facebook เป็น Friends Only

เราทุกคนต่างมีข้อมูลส่วนตัวที่จะต้องปกปิด  แต่ใน Facebook อีกหลายคนยังไม่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้  จึงทำให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เพื่อนสามารถเข้ามาดูข้อมูล หรือ โพสต่างๆได้อย่างง่ายดาย  ดังนั้นเข้าไปใน Privacy Setting เพื่อตั้งค่าให้เหมาะสม

9.เคลียร์ History และ Cookies

History และ Cookies  เป็นตัวบันทึกการกระทำต่างๆบนโลกออนไลน์ของคุณ ดังนั้นแนะนำว่า คุณควจะตั้งค่าให้ระบบเคลียร์อัตโนมัติทุกสัปดาห์หรือเดือน  โดยไปที่ Options เลือก Privacy Setting แล้วกด Never Remember Your History สิ่งนี้จะทำให้ลดจำนวนการถูกติดตามในโลกออนไลน์ลงได้

10.ใช้ IP Masker อำพรางตัว

ในการเข้าเว็บไซต์แต่ละครั้ง จะมีข้อมูลไอพีของคุณอยู่ในเว็บไซต์เสมอ  แต่ถ้าหากต้องกาเข้าอย่างไร้ร่องรอย  แนะนำให้ใช้ IP Masking  บริการอำพราง IP  อย่างเช่น  download Tor หรือใช้ HideMyAss.com

 

ที่มา :  Forbes