5 แนวคิดฉุดแบรนด์ล่้ม(จม) ในยุคดิจิตอล

0

Business-Centric

ปัจจบันดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการตลาด แบรนด์ต่างๆจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อที่จะรับมือกับการตลาดรูปแบบใหม่นี้ แต่ยังคงมีบางแบรนด์ที่ลังเลที่จะให้ความสำคัญกับดิจิตอลอย่างเต็มที่     ตัวดิจิตอลเองมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยิ่งยากต่อการไล่ตาม  จึงทำให้แบรนด์เพิิกเฉยมันไป  Digiday พูดคุยกับแบรนด์ต่างๆในประเด็นที่ว่า  “อะไรถูกอะไรผิดในการทำดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง”  จึงได้ข้อสรุปมาเป็น  5 แนวคิดฉุดแบรนด์ล่้ม(จม) ในยุคดิจิตอล
ดังนี้

1. ผลประโยชน์เป็นหลัก

แนวคิดที่มักจะทำให้การตลาดแบบดิจิตอลล้มเหลว  คือ  มุ่งเน้นไปที่ผลกำไรธุรกิจมากเกินไป  จนให้ละเลยความสำคัญกับลูกค้าซึ่งถือเป็นหัวใจของธุรกิจ (Customer Centric)   พวกเขาเห็นเพียงผลประโยชน์เพียงระยะสั้น แทนการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเพื่อผลประโยชน์ระยะยาว  แท้จริงแล้วการให้ความสำคัญกับลูกค้าก็เปรียบเสมือนการให้ความสำคัญกับธุรกิจ

ตัวอย่างของ L.L. Bean ไม่ค่อยซักถามลูกค้าในกรณีคืนของสินค้า  จริงอยู่ที่ลูกค้าบางรายอาจจะไม่ซื่อสัตย์  นำสินค้าที่ใส่แล้วหลายรอบกลับมาคืน และทำอีกๆหลายรอบ   แต่หากมองกลับกันในระยะยาว  สิ่งสร้างความพอใจให้กับลูกค้าและทำให้พวกเขากลับมาใช้บริการอีกเรื่อยๆ

 

2.  ทำแบบเดิมๆ

ถ้าคุณยังคงใช้งบการตลาดส่วนใหญ่ไปกับการทำแผ่นพับ  ใบปลิวหรือป้ายโฆษณาอยู่ล่ะก็  คุณอาจจะอยู่ในยุคหินก็เป็นได้ แบรนด์ที่จะล้มเหลวในยุคดิจิตอลนี้ก็คือ  แบรนด์ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง  หากไม่มีปรับตัวให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาด  ก็จะถูกทิ้งให้รั้งท้าย ดังนั้นความยืดหยุ่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น  ความล้มเหลวของ Kodak ที่รั้นจะพัฒนาแต่เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Analog โดยไม่สนใจการตลาดแบบดิจิตอลรอบข้าง

 

3.  อยู่เซฟโซน

การอยู่ในโซนปลอดภัยมักจะไม่ตื่นเต้นและไม่เป็นที่จดจำสักเท่าไหร่    แบรนด์ที่ไม่ลองเสี่ยงที่จะใช้ช่องทางหรือ Platform ใหม่ๆมักจะไปไม่ได้ไกลเท่าไรนัก  ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากความกลัวที่จะล้มเหลว  ถูกเยาะเย้ย  และความกดดัน    อันที่จริงแบรนด์อาจจะพบความล้มเหลวในช่วงต้นและเรียนรู้จากความผิดพลาด  และความกดดันก็ผลักดันสิ่งดีๆเข้ามาเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น  Red Bull ที่ได้เสี่ยงสร้างการจดจำภาพของการดิ่งท้ามฤตยูของ Felix Baumgartner ในชั้นสตาร์โตสเฟียร์  ซึ่งภาพลักษณ์ของบริษัทอาจจะออกมาตรงกันข้ามหาก Felix  ได้รับบาดเจ็บหรือประสบอุบัติเหตุ

 

4.  ไม่ใส่ใจข้อมูล

หากไม่ให้ความสำคัญต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ (Ignoring the data)  จะทำให้คุณยิ่งห่างไกลจากการประสบความสำเร็จในสมรภูมิดิจิตอล  นักการตลาดที่ฉลาดจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ เพื่อทราบความเคลื่อนไหวของสภาพตลาด  ผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการต่างๆด้วย   แบรนด์ที่ไม่สนใจข้อมูลดังกล่าวก็จะไม่สามารถนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าได้  และแน่นอนลูกค้าก็มักจะเลือกแบรนด์ที่พยายามจะตอบสนองความต้องการของพวกเขา

ตัวอย่างเช่น  United Airlines  ไม่ใส่ใจกับความต้องการของลูกค้า   ไม่ยอมรับความคิดเห็นหรือร้องเรียนที่โพสต์ไว้ใน Social Media  จนทำให้ลูกค้ารายหนึ่งทำวีดีโอวิจารณ์สายการบินซึ่งมีผู้เข้ามาชมถึง 12 ล้านครั้ง

 

5. ต่างคนต่างทำ

อีกหนึ่งสาเหตุของการไม่ประสบความสำเร็จ  คือ  ดิจิตอลจำเป็นต้องถูกผสานเข้าไปกับ DNA ของแบรนด์  ซึ่งหมายถึง  ดิจิตอลต้องเข้าไปอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่แบรนด์ทำ  ถ้าหากต่างคนต่างทำงาน โดยไม่มีการนำมาผสมผสานกัน ยังไงก็ต้องล้มเหลว

ตัวอย่างของการรณรงค์สนับสนุนวันเอดส์โลก 2010  ไม่ประสบผลสำเร็จและได้รับเงินบริจาคไม่มากนัก  เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ที่ขาดการผสมผสานระหว่างเครื่องมือดิจิตอลอื่นๆ กับ สิ่งพิมพ์ / สื่อนอกบ้าน /  สื่อทีวี

 

ที่มา :  Digiday