สะระแหน่-มังคุด สุดฮอตสมุนไพรไทย ต่างชาติแห่ทำเครื่องอางค์

0

 

 Mintel (มินเทล) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ ตลาดผู้บริโภคและสื่อ มากกว่า 40 ปี  วิเคราะห์และคาดการณ์ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศไทย ไว้ว่า  ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามมีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 3,600 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จาก 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 ซึ่งมินเทลคาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์ความงามของไทยจะมีการเติบโตถึงร้อยละ 34 คิดเป็นมูลค่า 4,800 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2558   และหลังจากการผนวกกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ผลิตภัณฑ์ความงามจากไทยเป็นตัวรุกตลาดและวางรากฐานในซีกโลกตะวันตกมากขึ้น

บีบีครีมโดนใจเกินคาด

ผลิตภัณฑ์ความงามที่มีแหล่งกำเนิดจากภูมิภาคเอเชีย อาทิ ผลิตภัณฑ์บีบีครีม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและขยายตลาดสู่ทวีปยุโรป โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บีบีครีมระหว่างเดือนมกราคม 2554 – กันยายน 2555 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 330 ทั้งนี้ ทวีปเอเชียยังคงเป็นกลุ่มตลาดเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์บีบีครีม สะท้อนได้จากข้อมูลในปี 2554 ประเทศจีนครองส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์บีบีครีมสูงถึงร้อยละ 30 ตามด้วยประเทศเกาหลีใต้ (ร้อยละ 22) และประเทศญี่ปุ่น (ร้อยละ 11)

“บีบีครีมได้ถูกปล่อยออกฝั่งซีกโลกตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งร้านค้าในทวีปยุโรปต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายได้อย่างงดงาม ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ของสื่อมวลชนในระดับประเทศและสื่อในแวดวงความสวยความงาม ซึ่งสร้างความน่าสนใจและตื่นเต้นให้แก่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เราจึงคาดหวังที่จะเห็นผลิตภัณฑ์บีบีครีม   แบรนด์ใหม่ๆ รวมทั้งแบรนด์ของไทยวางจำหน่ายในร้านค้าของตลาดยุโรปเพิ่มมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บีบีครีมยังมีการตอบรับที่ดียิ่งในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะสามารถเจาะตลาดละตินอเมริกาในเร็วๆ นี้อีกด้วย” วิเวียน รัดด์  ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องใช้ส่วนบุคคล มินเทล กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในปี 2554 พบว่าผลิตภัณฑ์บีบีครีมที่วางจำหน่ายในแต่ละประเทศจะมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น ผลิตภัณฑ์บีบีครีมที่วางจำหน่ายในทวีปยุโรป จะเน้นเรื่องการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเป็นพิเศษ (ร้อยละ 95) ทั้งยังมีส่วนผสมของสารต้านริ้วรอยสูงถึงร้อยละ 56 และมีคุณสมบัติในการเพิ่มความกระจ่างใสและเป็นประกายให้แก่ผิวถึงร้อยละ 89 เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์บีบีครีมที่จำหน่ายในทวีปเอเชีย กลับให้ความชุ่มชื้นเพียงร้อยละ 75 เท่านั้น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของสารต้านริ้วรอยเพียงร้อยละ 23 และมีคุณสมบัติในการเพิ่มความกระจ่างใสและเป็นประกายให้แก่ผิวเพียงร้อยละ 27 นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บีบีครีมที่วางขายในทวีปเอเชีย ยังมีการพัฒนาสูตรขึ้นใหม่โดยเพิ่มความขาวให้แก่ผิวหน้าถึงร้อยละ 33 ในขณะที่ผลิตภัณฑ์บีบีครีมที่วางขายในทวีปยุโรปกลับไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวเลย

 

“สะระแหน่”ยอดฮิต

จากการวิจัยล่าสุดของมินเทลพบว่า ส่วนผสมจากพืชสมุนไพรตามธรรมชาติเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ความงาม เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกชาวไทย เนื่องจากผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ๆ ของแบรนด์ชั้นนำจากโลกฝั่งตะวันตกหันมาใช้ส่วนผสมของสารสกัดจากพืชสมุนไพรธรรมชาติมากขึ้น อาทิ “ใบสะระแหน่” เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมจากพืชสมุนไพรธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องใช้ส่วนตัวโดยใช้ส่วนผสมของใบสะระแหน่มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง (โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 38 ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั่วโลก) และจากข้อมูลการวิจัยในปี 2554 ระบุว่า สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยใช้ใบสะระแหน่มากที่สุดเป็นอันดับ 3  หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั่วโลกและเป็นประเทศที่สำคัญในการนำใบสะระแหน่มาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ความงามดังกล่าวมากที่สุด และจากข้อมูลการวิจัยในปี 2551 พบว่าประเทศฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นำใบสะระแหน่มาใช้เป็นส่วนผสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องใช้ส่วนตัวรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในปี 2551 เป็นร้อยละ 5 ในปัจจุบัน

ประเภทของผลิตภัณฑ์ความงามซึ่งมีส่วนผสมของใบสะระแหน่ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวหน้าและลำคอในสัดส่วน 1/3 หรือร้อยละ 33 สบู่ก้อนและสบู่ดูแลผิวกายในสัดส่วนร้อยละ 14 นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้บำรุงรักษาเส้นผมอีกด้วย

 

“มังคุด” มาแรง

นอกจากนี้ “มังคุด” ยังเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมจากพืชสมุนไพรธรรมชาติที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและได้รับความนิยมอย่างสูงในสหราชอาณาจักร โดยในปี 2554 สหราชอาณาจักรครองเจ้าตลาดที่ใช้ส่วนผสมจากมังคุดเป็นรายใหญ่อันดับ 2 โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11 เป็นร้อยละ 16 ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั่วโลกในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ส่วนผสมพื้นบ้านชนิดอื่นๆ จากภูมิภาคเอเชีย อาทิ พืช Shikakai ก็ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในทวีปยุโรป ซึ่งผลิตภัณฑ์ความงามชนิดแรกที่มีส่วนผสมจากพืชได้ปล่อยออกสู่ตลาดในสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกในปี 2555 ในขณะที่ฝรั่งเศสและอิตาลีเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ที่มีส่วนผสมของพืชชนิดดังกล่าวจำนวน 3 ชนิดและ 2 ชนิดตามลำดับในปีนี้ด้วยเช่นกัน

 

ส่วนผสมจากพืชสมุนไพรธรรมชาติของประเทศไทย ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากทวีปยุโรป ทำให้ผลิตภัณฑ์ความงามของไทยมีลู่ทางเพื่อการส่งออกมากขึ้น นอกจากนี้ การมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสปาที่ได้รับความนิยมอย่างสูง อีกทั้งการได้รับแรงสนับสนุนที่ว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก ยิ่งทำส่วนผสมจากพืชสมุนไพรของไทยได้รับความสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจากผู้บริโภคทั่วโลก” วิเวียนกล่าวปิดท้าย