
คุณวิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย Festival Director เทศกาลโฆษณาและความคิดสร้างสรรค์ระดับเอเชียแปซิฟิก (ADFEST) เล่าที่มาธีม “Human+” ว่า ในช่วงเวลาที่ทุกคนกระโดดตามกระแส AI ไปทุกเรื่อง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกวงการต้องตามให้ทันก็จริง แต่ต้องทำอย่างมี “สติ” ที่จะไม่ให้ถูกกระแส AI ลากไปด้วยสปีดที่เร็วเกินไป และคำนึงถึงตลอดเวลาว่า “สุดท้ายเราต้องตัดสินใจบนความเป็นมนุษย์ก่อน”
ธีม “Human+” ของ ADFEST 2026 จึงต้องการให้กลับมามองที่สารตั้งต้นของความเป็นมนุษย์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียสร้างสรรค์
กระแส AI ตอนนี้ทุกคนพูดเรื่องมาทดแทนมนุษย์จำนวนมาก แต่ ADFEST ต้องการให้มองในมุมของการใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมพลังบวก (Empowerment) ไม่ใช่มาทดแทน
“Human+” ไม่ได้หมายถึงการที่มนุษย์ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี แต่คือการตั้งคำถามว่า จะใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ “ขยาย” ศักยภาพและคุณค่าของมนุษย์ ไม่ใช่ลดทอนมัน และจะสร้างโลกอนาคตที่ก้าวหน้าไปอย่างมีความหมายได้อย่างไร
AI เรียนรู้จากสิ่งที่มีมาก่อน หรือเรียนรู้จากข้อมูล (Data) ในอดีต ดังนั้นไอเดียที่ใหม่ ที่เป็นสารตั้งต้นจากมนุษย์ยังเป็นสิ่งสำคัญ จึงไม่ใช่เรื่องที่ AI หรือ มนุษย์ มาแข่งกัน แต่เป็นการทำงานร่วมกัน เพราะคนที่กำหนดทิศทาง ให้นิยาม ให้คุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ ต้องมาจากมนุษย์ก่อน
“ในโลกยุค AI Human+ คือ มนุษย์ในยุคเทคโนโลยี ที่ต้องนิยามบทบาทใหม่ของตนเอง ต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่สร้าง มนุษย์ที่ยังคงมีความรู้สึก จริยธรรม และความหวัง และมนุษย์ที่สามารถใช้เครื่องมือใหม่ๆ อย่าง AI ที่ช่วยทำงานได้มหาศาลและยังพัฒนาไปได้อีกไกล เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าให้กับสังคม”

คุณวิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย
Human+ เครื่องมือเสริมพลังบวก
“Human+” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงปรัชญา แต่สะท้อนความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด ที่ยกระดับศักยภาพของมนุษย์ เครื่องหมาย “พลัส” คือการเพิ่มขีดความสามารถโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เป็นพลังบวกที่เพิ่มทวีคูณบทบาทของมนุษย์ในฐานะผู้ออกแบบความคิด ตั้งกรอบจริยธรรม และกำหนดความหมายของสิ่งที่เทคโนโลยีสร้างขึ้น เพื่อให้ทุกผลงานยังคงสะท้อนหัวใจ ความเข้าใจ และความรับผิดชอบต่อโลกอย่างแท้จริง
“Human+ ต้องเริ่มจากสารตั้งต้นความเป็นมนุษย์ก่อน จากนั้นองค์ประกอบอื่นๆ รวมทั้งเทคโนโลยี AI คือ ส่วนขยาย (ตัวคูณ) เพราะหากไม่มีจุดนี้ (Human) จะนำสิ่งไหนมาคูณก็ได้เท่ากับศูนย์”
AI เป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมนุษย์ไม่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับ AI บนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ใช้อย่างสร้างสรรค์ และคนที่ใช้ AI เป็นได้เปรียบมหาศาล
โฟกัส Human-Driven Branding
โลกที่วัดผลเก่งขึ้น แต่ความรู้สึกคนยังสำคัญกว่า Performance Marketing ทำให้แบรนด์ “ดังไวแต่ไม่ฝังใจ” แต่ความเป็นมนุษย์ จะจำความรู้สึก สัมผัส และสร้างประสบการณ์ได้ดี นั่นทำให้ Human-Driven Branding
ยังมีบทบาทสำคัญ
“เวลาที่เราดูงานสร้างสรรค์ จะจดจำสิ่งที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ สร้างประสบการณ์ที่ทำให้นึกถึงได้ ไม่ใช่เทคโนโลยี เพราะเราไม่ได้จำว่างานนี้ใช้อัลกอริธึมที่ซับซ้อนแค่ไหน ไม่ได้จำว่าเป็นงานที่เทคโนโลยีสุดล้ำ แต่สิ่งที่มนุษย์จดจำได้ดีที่สุด คือสิ่งนั้นทำให้เรารู้สึกได้มากกว่า กระแสไวรัลทุกวันนี้ คือสิ่งที่สัมผัสได้มาจาก Human Emotion”
AI เชื่อม Human Emotion ไม่ได้ แต่มนุษย์สร้างความสัมพันธ์นี้และความผูกพันได้ เพื่อทำให้เกิด Brand Love และ Brand Loyalty
AI ยิ่งเก่ง จริยธรรมยิ่งสำคัญ
ADFEST มองว่า Human+ คือความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม ในวันที่เทคโนโลยีสามารถสร้างทุกสิ่งได้ภายในไม่กี่วินาที
“เราเห็นด้านมืดของ AI เช่นกัน ตั้งแต่การสร้างข่าวปลอม การบิดเบือนความจริง ไปจนถึงอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความรวดเร็วบางครั้งเข้ามาทดแทนความถูกต้อง”
ท่ามกลางเทคโนโลยีเหล่านี้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ พื้นฐานจริยธรรม ความรู้ผิดรู้ชอบของมนุษย์ ยิ่งจำเป็นมากขึ้นที่จะรักษาไว้ซึ่งความถูกต้อง และคุณค่าทางสังคม
ในยุคนี้ AI เก่งมากก็จริง แต่ก็จำเป็นต้องมีมนุษย์ด้วย เพราะ AI ยังไม่มีความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ และยังไม่เข้าใจผลลัพธ์ด้านมนุษยธรรม จริยธรรม และสามัญสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ เพราะฉะนั้น “AI ยิ่งเก่ง จริยธรรมยิ่งสำคัญ”
ADFEST ไม่ได้ต้องการให้ Human+ เป็นเพียงแค่ธีมของงาน แต่เป็นบทสนทนาของอุตสาหกรรม ที่ชวนทุกคนในวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักโฆษณา นักออกแบบ นักเทคโนโลยี แบรนด์ และคนรุ่นใหม่ มาร่วมกันนิยามอนาคตของความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง เพราะในวันที่ทุกอย่างสามารถถูกสร้างได้ด้วยเทคโนโลยี สิ่งที่โลกต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่แค่สิ่งที่ “ฉลาดกว่า” แต่คือสิ่งที่ “มีความหมายกว่า” สำหรับมนุษย์ และนั่นคือหัวใจของ ADFEST 2026 Human+
ADFEST 2026 เชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์ช่วยทำให้เทคโนโลยีทรงพลัง และความเป็นมนุษย์ทำให้มันมีความหมาย เมื่อสองสิ่งนี้มาบรรจบกัน โลกจะไม่ได้แค่เร็วขึ้นหรือฉลาดขึ้น แต่จะ “ดีขึ้น” ในแบบที่ยังคงมีหัวใจ
ส่องหมวดผลงานเพิ่มขึ้น ADFEST 2026
ในเวที ADFEST ผลงานสร้างสรรค์ที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการทำงาน จะอยู่ในหมวด Digital & Social Lotus/Digital Craft Lotus โดยยังไม่มีหมวดที่สร้างสรรค์โดย AI ทั้งหมด เพราะต้องการให้รางวัลบนความคิดสร้างสรรค์ที่เริ่มต้นจากมนุษย์ โดยใช้ AI เข้ามาเป็นส่วนขยายได้ แม้ยุคนี้จะมีหนังโฆษณาที่สร้างสรรค์โดย AI ทั้งหมด แต่ยังไม่ใช้ Core Value ของเวที ADFEST
สำหรับเวิร์กชอป Young Lotus 2026 ในหัวข้อ UNBOUND: The Next Era of Creative Culture โดยมี Google เป็นเจ้าภาพ เป็นอีกเวทีที่น่าสนใจ ที่พูดกับ Young Creative กลุ่ม Gen ที่เติบโตมากับ AI และกลายเป็นวิถีของคน Gen นี้ เป็นการปลดล็อกขีดจำกัดของครีเอทีฟรุ่นใหม่ออกจากวิถีการทำงานแบบเดิม เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานกับ AI และเครื่องมือต่างๆ ของ Google เพื่อสร้าง Creative Culture ยุคใหม่
ADFEST 2026 หมวดที่มีผลงานเพิ่มขึ้น
– INNOVA Lotus ผลงานเกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลนียั่งยืน ไอเดียสร้างสรรค์มาจากการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น สะท้อนมาจากแบรนด์และสังคมโดยร่วมที่ให้ความสำคัญนวัตกรรมด้านความยั่งยืน เพื่อดูแลต้นทุน แก้ปัญหาที่มีอยู่จริง และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตคนได้ระยะยาว ปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี
– Lotus Roots ผลงานเกี่ยวกับงานที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ที่มาจากเทรนด์ความเป็นปัจเจก ภูมิใจความเป็นตัวตนในด้านต่างๆ
ADFEST 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19- 21 มีนาคม 2569 ณ Pattaya Exhibition and Convention Hall (PEACH), Royal Cliff Hotels Group พัทยา
อ่านเพิ่มเติม
- ADFEST 2026 กับเหตุผลว่าทำไมถึงต้อง Human +
- ADFEST 2026 Human+ เสริมพลังบวกจากวิทยากรระดับโลก ผลักดันความคิดสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนอนาคต



