HomePR Newsผู้ว่าฯ กทม. กับโจทย์สิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ [PR]

ผู้ว่าฯ กทม. กับโจทย์สิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ [PR]

แชร์ :

สิ่งแวดล้อม

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประชากรตามทะเบียนราว 5.5 ล้านคน แต่เมื่อรวมประชากรแฝงแล้วอาจสูงกว่าสามเท่า มหานครแห่งนี้ไม่สามารถดำรงอยู่รอดได้เพียงลำพัง แต่มีลักษณะเป็น City-region ที่เชื่อมโยงกับจังหวัดโดยรอบในทุกมิติ ทั้งอาหาร น้ำ พลังงาน การจัดการขยะ ชายฝั่งทะเล และพื้นที่พักผ่อนช่วงวันหยุด อีกทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญ ๆ มีต้นเหตุและผลกระทบข้ามเขตการปกครอง

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

โจทย์สำคัญของผู้ว่าฯ รอบนี้ จึงไม่ใช่เพียงการบริหารอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ต้องบริหารความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดโดยรอบไปพร้อมกัน

สิ่งแวดล้อม

ต้นเหตุและผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามเขตกรุงเทพฯ

เห็นได้ชัดจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพฯ งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า แหล่งกำเนิดหลักของ PM2.5 ในกรุงเทพฯ มาจากยานพาหนะโดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล ซึ่งมีแนวโน้มคลี่คลายลงไปบ้าง และมาจากการเผาในที่โล่งจากพื้นที่โดยรอบ ทั้งภาคเกษตรกรรม การกำจัดเศษวัสดุ และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งยังมีความรุนแรงตามสภาพอากาศและการระบายอากาศในแต่ละช่วงเวลา

นอกจากปัญหาฝุ่นแล้ว กรุงเทพฯ ยังเผชิญกับโจทย์ด้านน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดโดยรอบทั้งสิ้น ด้วยกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องอาศัยพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอ่าวไทยตอนใน หรือ่าว ก.ไก่ ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีผ่านกรุงเทพฯ ไปถึงชลบุรี ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 400 กิโลเมตร การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝังทะเลบางขุนเทียน ที่มีความยาว 5-6 กิโลเมตร จึงต้องวางแผนอย่างเชื่อมโยง

ขณะที่เรื่องสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ ปลายทางของขยะที่เกิดขึ้นกว่า 1 หมื่นตันต่อวันในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้หายไปเอง แต่ถูกนำไปกำจัดและฝังกลบในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ฉะเชิงเทรา และกาญจนบุรี ทำให้ภาระด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้ตกอยู่กับแค่กรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว แต่กระจายไปสู่พื้นที่โดยรอบด้วย

สิ่งแวดล้อมดี ที่คนกรุงเทพฯ รอคอย

ย้อนกลับไปในห้วงเวลาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 4 ปีก่อน คราวนั้นสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ได้เคยสำรวจความเห็นของคนกรุงเทพฯ เกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม พบ 5 ประเด็นที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ได้แก่ อากาศสะอาด การจัดการขยะที่ดี มีพื้นที่สีเขียวเพียงพอ น้ำไม่รอระบาย และ คลองสวยน้ำใส

มาถึงปีนี้ 2569 เสียงสะท้อนผ่านสื่อและเวทีสาธารณะต่าง ๆ พบว่า ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ ต้องการ ยังคงเป็นประเด็นเดิม ๆ ที่ยังคงเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นควัน ตามมาด้วยปัญหาน้ำรอระบายและสภาพอากาศร้อน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นลำดับต้น ๆ เพราะที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น กรุงเทพฯ เริ่มมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หลายวันติดต่อกัน ซึ่งผิดปกติจากค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ

การบริหารจัดการที่ผ่านมาอาจประสบความสำเร็จในระดับโครงการหรือมาตรการเฉพาะหน้า แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้ ที่สำคัญปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และเศรษฐกิจของเมือง หากยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ กรุงเทพฯ จะยิ่งเปราะบางต่อความเสี่ยงใหม่ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย และการขยายตัวของเมืองในอนาคต

ความร่วมมือข้ามเขตปกครอง ที่ต้องเดินหน้าต่อ

ในช่วงปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เริ่มแสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ ผ่านความร่วมมือกับจังหวัดนครนายก ลดการเผาในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะช่วงอากาศปิดและช่วงลมตะวันออกพัดเข้ามากรุงเทพฯ ถือเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมข้ามเขตการปกครอง โดยใช้ข้อมูลร่วมกัน การแจ้งเตือนล่วงหน้า และการสนับสนุนเกษตรกรให้ลดการเผาในพื้นที่ต้นทาง

ความร่วมมือข้ามเขตแบบนี้ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ให้เป็นไฟไหม้ฟาง และขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดต้นทางของฝุ่นควันรอบกรุงเทพฯ ทั้ง 5 จังหวัด และแน่นอนว่าต้องประสานให้หน่วยงานระดับนโยบายเข้ามาด้วย เพื่อสร้างกลไกทางการบริหารที่ชัดเจน

เช่นเดียวกับ ความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในขอบเขตของกรุงเทพมหานคร การมีกลไกการจัดการร่วมกันในการกำหนดพื้นที่รับน้ำ การชะลอน้ำ การระบายน้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำล่วงหน้า เพื่อการปรับตัวและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น

อาหารปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งวาระที่สำคัญ เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่บริโภคอาหารจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน และพึ่งผลผลิตจากจังหวัดโดยรอบ ทั้งผัก ผลไม้ ข้าว เนื้อสัตว์ อาหารทะเล การจัดให้มีจุดจำหน่ายอาหารปลอดภัยที่คนทุกกลุ่มเข้าถึง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดตลาดและจูงใจแก่เกษตรกรและผู้ผลิต ปรับเปลี่ยนสู่ระบบการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โจทย์สิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ว่าฯ ยังมีอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าการลดความร้อนในเมือง ซึ่งต้องทำมากกว่าการปลูกต้นไม้ การจัดการขยะที่ไปสร้างภาระให้จังหวัดอื่น ผู้ว่าฯ ไม่ได้ถูกคาดหวังให้แก้ทุกปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นผู้นำในการสร้างความร่วมมือทั้งในและนอกกรุงเทพฯ

การจัดตั้ง “กลไกความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ” ที่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน จึงเป็นวาระสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมข้ามเขตการปกครอง ให้เกิดความต่อเนื่อง มีเอกภาพ และมีความรับผิดชอบร่วมกัน

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมมา 33 ปี และ ทำงานร่วมกับภาคีตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนโยบาย ขอแสดงความยินดีที่ท่านได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง และในฐานองค์กรพัฒนาเอกชน มุ่งหวังว่าวิสัยทัศน์ของท่านจะช่วยพลิกฟื้นสิ่งแวดล้อม 

สุดท้าย หากเราอยากเห็นเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ก็ไม่ควรปล่อยให้เป็นภาระของผู้ว่าฯ เพียงฝ่ายเดียว แต่เราจะร่วมกันลงมือสร้างสิ่งแวดล้อมกรุงเทพฯ ที่ดี ผ่านการกระทำในชีวิตประจำวัน เพราะเมืองน่าอยู่จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ติดตามข่าวสาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่ : สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย


แชร์ :

You may also like