HomeMediaสรุป 6 แนวทางการปรับตัวของเอเยนซีโฆษณา รับมือเทคโนโลยี AI ท้าทาย 

สรุป 6 แนวทางการปรับตัวของเอเยนซีโฆษณา รับมือเทคโนโลยี AI ท้าทาย 

แชร์ :

ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาปี 2025 ได้รับกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการลดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่งผลให้ปีนี้เม็ดเงินโฆษณามีแนวโน้มลดลง แต่หากดูเฉพาะสื่อดิจิทัลยังเติบโตจากภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน เกิด Media Fragmentation แพลตฟอร์มต่างๆ มาแย่งเวลาผู้คน อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจึงถูกดิสรัปต์และต้องปรับตัวครั้งสำคัญ

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) เปิดงาน “Adman Awards & Symposium 2025” งานความคิดสร้างสรรค์ใหญ่แห่งปี ปลุกพลัง “Humanity” ท้าทาย AI  ภายใต้ธีม “The Future of Advertising is Humanity” 

ในเวทีเสวนา “ธุรกิจโฆษณาจะไปกันยังไงต่อ?” คุณรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) และคุณภารุจ ดาวราย นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (DAAT) และผู้ก่อตั้ง Lateral สรุป 6 แนวทางการปรับตัวของเอเยนซี ท่ามกลางการแข่งขันสูง เทคโนโลยี AI  เข้ามาท้าทายและไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป ดังนี้

1. ออกจาก Ad Industry เข้าสู่ Solution Industry 

– เอเยนซีทำงานยากขึ้น เพราะลูกค้า (แบรนด์) คาดหวังมากขึ้น ลูกค้าต้องการ Solution Provider จึงเห็นได้ว่าเอเยนซีโฆษณาคิดค่าตอบแทนหลายโมเดล เช่น ผูกกับผลลัพธ์ของยอดขาย จึงต้องปรับตัวเป็น Solution Industry

2. ออกจาก Agency Silos เข้าสู่ Collaboration Ecosystem 

–  จากเอเยนซีที่ทำงานเป็น Silos แยกแผนกต่างๆ หรือแตกบริษัทลูกทั้ง ครีเอทีฟ มีเดีย กลยุทธ์ พีอาร์ แต่ปัจจุบันต้องมี Expert ทุกสาขา ต้องทำงานในรูปแบบ Collaboration Ecosystem นำความเก่งแต่ละด้านมาทำงานร่วมกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

3. ออกจาก Storytelling เข้าสู่ Story-Doing  

– จากวันที่พูดเรื่อง Content is King สร้างจุดเด่นด้วย Storytelling วันนี้เอเยนซีต้องทำให้ลูกค้าเห็นด้วย Story-Doing เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นความจริงใจของแบรนด์ ด้วยการสร้างพลังในรูปแบบ Brand Community สร้างเอนเกจเมนต์และความไว้วางใจให้กับผู้คน เพื่อทำให้เกิด Connectivity ที่เป็นบทบาทสำคัญของแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

4. ออกจาก Brief เข้าสู่ Belief 

– ในฝั่งของลูกค้า (แบรนด์) จากการ Brief งานเมื่อต้องออกสินค้าหรือบริการใหม่  แต่การตลาดในยุคดิจิทัลต้องทำ 24 ชั่วโมง ยุคนี้ทั้งฝั่งลูกค้าและเอเยนซี จึงต้องออกจากโฟกัสเดิมเรื่อง Brief  โดยให้ความสำคัญกับ  Belief ว่าคืออะไรและโปรดักท์จะช่วยผู้บริโภคให้ดีขึ้นอย่างไร และ Belief ว่าจะทำให้ธุรกิจดีขึ้นและเติบโตทั้งคู่ เมื่อทั้งทั้งแบรนด์และเอเยนซี มี Belief เดียวกัน จะสนับสนุนกันและกันเป็นพาร์ทเนอร์ชิประยะยาวมากกว่าการทำ Brief ระยะสั้นแบบเดิม

5. ออกจาก Attention Economy เข้าสู่ Intention Economy  

– เมื่อเอเยนซีมีบทบาทเป็น Solution ก็จะรู้พฤติกรรมผู้บริโภคว่าไปอยู่ไหนด้วย Intention อะไร ดังนั้นหากแบรนด์เข้าหาผู้บริโภคเพื่อหา Attention โดยไม่สนใจ Intention ว่าผู้บริโภคกำลังทำอะไรอยู่ ก็จะกลายโฆษณาขยะ ที่ทำให้คนไม่ชอบ แต่การรู้และเข้าใจ Intention ผู้บริโภคว่าอยู่ที่แพลตฟอร์มไหน จะเชื่อมโยงสิ่งที่เกี่ยวกับผู้บริโภคได้ เช่น  Intention ผู้บริโภคกำลังสนใจเรื่องบันเทิง ก็ต้องใช้สิ่งเดียวกันเข้าหา ในยุคนี้ Intention  สำคัญกว่า  Attention ต้องเข้าผู้บริโภคด้วย Data เพื่อสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภคผ่านความเข้าใจที่ถูกต้อง

6. ออกจาก AI Panic เข้าสู่ Humanity Edge 

–  AI ถือเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้  อุตสาหกรรมจึงอยู่ในช่วง AI Panic  แต่ที่จริง AI เกิดขึ้นมารองรับคนที่อยากทำงานมากขึ้นหรือคนขยัน เอเยนซีจึงต้องนำ AI มาเสริมศักยภาพ จึงเป็นเรื่อง Humanity Edge เพราะ AI มาช่วยเสริมศักยภาพการทำงานได้ดี เอเยนซีต้องปรับตัวนำความเข้าใจมนุษย์ที่คนทำงานมีไปต่อยอดกับเทคโนโลยี และต้องอยู่กับ AI ให้ได้

ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน โฆษณาดิจิทัลยังโต

คุณภวัต เรืองเดชวรชัย นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) กล่าวว่าปัจจุบัน “สื่อทีวีและสื่อดิจิทัล” เป็น 2 สื่อใหญ่ ที่ครองเม็ดเงินโฆษณาสูงสุด  แม้แนวโน้มคนดูทีวีลดลง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ทุก Gen ไม่ได้ดูทีวีเหมือนกันอีกต่อไป แต่เลือกดูตามเวลาที่สะดวก แต่ทีวีก็ยังมีบทบาทเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน จากพฤติกรรมคนเปลี่ยน คือไม่ได้ดูทีวีนานเท่าเดิม แต่เสพสื่ออนไลน์มากขึ้น ทำให้สื่อดั้งเดิมไม่เติบโต ขณะที่สื่อดิจิทัลปี 2025 คาดมูลค่า 33,000 ล้านบาท เติบโต 5% กลุ่มนี้เป็นตัวเลขที่เก็บข้อมูลได้ แต่ในสื่อดิจิทัลยังมีตัวเลขที่เก็บไม่ได้ เช่น การใช้เงินโฆษณาของ SMEs แบรนด์เล็กที่ซื้อโฆษณาออนไลน์เอง อีกราว 23,000 ล้านบาท  ถ้ารวมตัวเลขกลุ่มนี้เข้าไปด้วย ก็จะทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมโฆษณาทุกสื่อแตะ 1 แสนล้านบาท 

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม “เอเยนซี” ต้องปรับตัวใช้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความเป็นมนุษย์ ทั้ง 3 สิ่งเมื่อรวมกันเป็นสิ่งที่ AI ไม่มีโดยตรง

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “โฆษณา” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่สำคัญ โดยมีมูลค่า 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 4-5% ต่อปี

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็น S-curve เครื่องยนต์สร้างการเติบโตใหม่ของประเทศ โดยต้องโฟกัส “คอนเทนต์และโฆษณา” ที่รวมกันมีมูลค่า 6 แสนล้านบาท

ในยุคที่สื่อเกิด Media Fragmentation ทำให้การดูคอนเทนต์คอนไทยเปลี่ยนไป โดยดูผ่านแพลตฟอร์ม OTT มากขึ้น คนโฆษณาต้องปรับตัวไปอยู่ในแพลตฟอร์มใหม่ๆ ด้วย เพราะทีวีคนดูลดลง ขณะที่ OTT ผู้ชมเพิ่มขึ้น อย่าง Netflix ใช้เงินลงทุนทำคอนเทนต์ในประเทศไทยกว่า 10,000 ล้านบาท มีผู้ชมคอนเทนต์ 1,000 ล้านชั่วโมง

ทิศทางหลังจากนี้จะใช้เทคโนโลยีมาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโฆษณาให้เกิดประสิทธิภาพ  มีเดียเอเยนซีต้องปรับตัวใช้เครื่องมือ AI มาทำงาน เข้าใจการใช้ Data  ที่มาจาก Consumer Insight มากขึ้น ด้านการผลิตใช้ AI มาช่วย แต่เรื่อง Human ยังสำคัญ เพราะเครื่องมือให้ทางเลือกได้ แต่คนตัดสินใจยังเป็นมนุษย์ ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ความเป็น “มนุษย์” ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ จึงต้องมุ่งสร้าง Talent ที่ดีให้กับอุตสาหกรรม มนุษย์ต้องทำหน้าที่ควบเทคโนโลยี

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like