HomeInsightเทรนด์ “Better Me” ผู้บริโภคอยากเป็นตัวเองที่ดีขึ้น ด้วย “อาหาร-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม” แบรนด์จะจับโอกาสอย่างไร

เทรนด์ “Better Me” ผู้บริโภคอยากเป็นตัวเองที่ดีขึ้น ด้วย “อาหาร-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม” แบรนด์จะจับโอกาสอย่างไร

แชร์ :

Better Me Trend

การเกิด COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาคิดทบทวนถึงแนวทางการใช้ชีวิต และการเปลี่ยนวิถีชีวิตในแต่ละวันของพวกเขา ในรายงาน Tetra Pak Index 2021 ฉบับล่าสุด (เต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์) ทำแบบสำรวจใน 9 ประเทศคือ บราซิล สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ อินเดีย แอฟริกาใต้ ไนจีเรีย อังกฤษ และสเปน ซึ่งเป็น Data Insight ที่สามารถนำไปปรับใช้ทั่วโลก ระบุว่า

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

การระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และความเปราะบางที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนประสบอยู่นั้น กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมาก และเป็นตัวเร่งให้เกิดพฤติกรรมใหม่ หรือนิสัยใหม่ เพื่อเป็น “ตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น” หรือ Better Me ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ยังคงอยู่ (Sticky Trends) ในยุค Post-Pandemic ที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง

เทรนด์ “Better Me” หรือการเป็นตัวเองที่ดีขึ้น คือ การพัฒนาตัวเอง และการดูแลตัวเอง ให้มีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดี โดยมาจาก 3 ปัจจัยที่ Influence ผู้บริโภคยุคใหม่คือ อาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิต และแบรนด์นำไปปรับใช้ให้เข้ากับวิถีใหม่ของผู้บริโภค

มาเจาะลึกใน 3 เทรนด์ที่ผู้บริโภคมองว่าจะทำให้ตัวเขาเอง สามารถเป็นตัวเองที่ดีขึ้นได้

Better Me Trend_Tetra Pak Index_2021

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

 

1. “บ้าน” เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต ผู้คนจึงกลับมาทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน

แต่ก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19 “บ้าน” คือ สถานที่พักผ่อนหลับนอนเท่านั้น โดยใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง หลายคนใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ และใช้เวลาอยู่กับบ้าน 10 ชั่วโมง หรือน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามตั้งแต่มี COVID-19 “บ้าน” ได้เปลี่ยนบทบาท กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพราะผู้คนได้ทำกิจกรรมที่บ้านมากขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่พักผ่อนหลับนอนเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ทำงาน ห้างฯ/ร้านค้าออนไลน์ ยิมออกกำลังกาย ห้องเรียน คาเฟ่เล็กๆ หรือแม้แต่เป็นร้านอาหารของเราเอง

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนคือ ผู้บริโภคเริ่ม Back to basic ด้วยการทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน (Cooking at home)

Tetra-Pak-Index_2021_Home-Cooking_Better-Me

จากการวิจัยพบว่า 61% ของผู้บริโภคบอกว่าทำอาหารมากขึ้นเวลาอยู่บ้าน โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาทำอาหารเองที่บ้านคือ

– 73% ช่วยลดขยะจากเศษอาหาร เพราะการทำอาหารเอง จะรู้ปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อการรับประทานของตัวเราเอง และสมาชิกในครอบครัว

– 62% ควบคุมความปลอดภัย และคุณภาพอาหาร เพราะสามารถเลือกวัตถุดิบ ส่วนผสม และการปรุงต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

– 58% ทำให้ได้อาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ

– 44% ช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย

จึงมองว่าพฤติกรรม หรือนิสัย “Cooking at home” จะเป็นหนึ่ง Sticky Trends ที่อยู่ต่อไป เพราะเมื่อคนทำอาหารแล้ว รู้สึกสนุก ได้อาหารปลอดภัย คุณภาพ และดีต่อสุขภาพด้วย ทำให้ผู้บริโภคจะยังคงทำต่อไป

Tetra Pak Index_2021_Better Me

 

2. “สุขภาพ” จากรักษา สู่การสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

ผลสำรวจพบว่า 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า การมีสุขภาพดี หมายถึงความปลอดภัย และร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพราะผู้บริโภคตระหนักว่า การดูแลสุขภาพก็เป็นการสร้าง Better Me ให้กับตัวเขาเอง

เพราะฉะนั้นผู้บริโภคจึงหันมาสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immunity-boosting) ทั้งให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่สร้างความแข็งแรงทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ยังรวมถึงการรับประทานที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

จากการสำรวจนี้พบว่าในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผู้บริโภคต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการแพร่ระบาด COVID-19 กลุ่มสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย เติบโตสูงถึง 500% และคาดการณ์ว่าในยุค Post-COVID-19 การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย จะยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งทำให้เทรนด์การบริโภคอาหารเหล่านี้ได้รับความนิยมต่อเนื่อง  

Better Me Trend_Tetra Pak Index_2021

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

เทรนด์อาหาร Real Food มาจากธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง หรือไม่ได้ผ่านกระบวนการมากนัก

เทรนด์ Low Fat, Low Sugar, No Sugar

เทรนด์อาหารทางเลือก สำหรับผู้แพ้อาหาร เนื่องจากปัจจุบันมีคนแพ้อาหารมากขึ้น หรือไม่รับประทานอาหารบางอย่าง ทำให้มีการพัฒนาอาหารทางเลือกมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์นมธัญพืช เช่น นมอัลมอนด์

เทรนด์โปรตีนจากพืช (Plant-based Food) ประเภทต่างๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภครับประทานมังสวิรัติ กลุ่ม Vegan และกลุ่ม Flexitarian ที่ลดการรับประทานเนื้อสัตว์

เทรนด์อาหารจากมุนไพร หรือการใช้พืชพรรณต่างๆ เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย ฟ้าทะลายโจร

Tetra Pak Index_2021_Health_Better Me

อย่างไรก็ตามในขณะที่ผู้บริโภคดูแลอาหารการกินมากขึ้น ก็พบอีกหนึ่งพฤติกรรมการบริโภคในระหว่างการแพร่ระบาด COVID-19 ที่คนใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น และจะเป็น Sticky Trend ต่อไป คือ ผู้บริโภครับประทานอาหารว่าง หรือขนมมากขึ้น โดยพบว่า

– 44% ของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างบอกว่า รับประทานอาหารว่าง หรือขนมมากขึ้นตั้งแต่เกิด COVID-19 เพราะช่วยคลายเครียด หรือผ่อนคลาย

แต่การรับประทานของว่าง หรือขนม ผู้บริโภคก็ยังต้องการสิ่งที่มีประโยชน์ รับประทานแล้วไม่รู้สึกผิด นั่นแสดงให้เห็นว่าในทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะมื้อหลัก และมื้อรอง อาหารที่รับประทานไปนั้น ต้องตอบโจทย์สุขภาพด้วย

เพราะฉะนั้นในมุมของผู้ผลิต หรือแบรนด์ ควรผลิตสินค้าที่มี Functional Value ด้านสุขภาพ เช่น การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ หรือวัตถุดิบที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ๆ เช่น นมทางเลือก เนื่องจากในช่วง COVID-19 พบว่า ตลาดนมอัลมอนด์ มีการเติบโตดี สะท้อนข้อเท็จจริงว่าผู้บริโภคหันมาบริโภคสินค้าเหล่านี้มากขึ้น

Tetra Pak Index_2021_Health_Better Me

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

 

3. ผู้บริโภค ต้องการการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

การระบาดใหญ่ COVID-19 จึงเป็นตัวเร่งเทรนด์สิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนมากขึ้น จากแต่ก่อนผู้บริโภคตระหนัก และรับรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ทุกวันนี้ทรานส์ฟอร์มสู่ “การปฏิบัติ” ในชีวิตจริงมากขึ้น โดยพบว่า

– 83% ของผู้บริโภคกังวลมลพิษ และขยะพลาสติกในมหาสมุทรมากที่สุด

– 78% กังวลภาวะโลกร้อน (78%)

– 77% กังวลในเรื่องปัญหาขยะอาหาร และการเข้าถึงอาหาร

– 49% ของประชากรทั่วโลกยังตระหนักว่า ทุกการตัดสินใจของพวกเขาในชีวิตล้วนส่งผลส่งกระทบผลต่อสิ่งแวดล้อม

Tetra Pak Index_2021_Environment_Better Me

จากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น ทำให้กว่า 72% ของผู้บริโภคเชื่อว่าต้องลงมือทำทันที มิฉะนั้นจะล้มเหลวในรุ่นต่อไปในอนาคต

– 35% ของผู้บริโภคมองหาแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยส่งเสริมนิสัยรูปแบบใหม่นี้ให้กับพวกเขาได้อย่างยั่งยืน

– 84% ของผู้บริโภคบอกว่าอยากใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถรีไซเคิลได้

Tetra Pak Index_2021_Better Me

– 55% มีความรอบคอบในการเลือกซื้ออาหารมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการทิ้งและสร้างขยะอาหาร

– 46% ชี้ว่าตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ พวกเขาพยายามคัดแยกขยะ ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษ แก้ว หรือพลาสติก เพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างเหมาะสมต่อไป

– 50% บอกว่าพวกเขาจะหันมารีไซเคิลให้มากขึ้นในปีหน้า เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

Tetra Pak Index_2021_Better Me

เพราะฉะนั้นในมุมของผู้ผลิต หรือแบรนด์ ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับด้านสิ่งแวดล้อม 100% และเป็น “ผู้นำ” (Take Lead) ด้านนี้ ก่อนที่จะถูกภาครัฐมาควบคุม เพราะการที่แบรนด์นำโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการธุรกิจ ผู้บริโภคจะมองว่าแบรนด์นั้น มีความตั้งใจ หรือจริงใจในการเข้ามาช่วยสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยสิ่งที่แบรนด์ทำได้ เช่น

– แบรนด์ ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสว่ากำลังรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร เช่น ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้

– ควบคุมปริมาณของอาหาร และเครื่องดื่มตั้งแต่กระบวนการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับการบริโภคของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เช่น หากสินค้านั้น กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ อาจผลิตในปริมาณน้อยลงหน่อย เนื่องจากผู้สูงอายุ บริโภคไม่มากอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้านั้นเป็นกลุ่มวัยรุ่น ผลิตในปริมาณมากหน่อย เพราะเป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต และใช้พลังงานเยอะ

– เพิ่มข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมบนบรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจน จากเดิมมีการใส่ข้อมูลผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว แบรนด์ควรหาพื้นที่ส่วนหนึ่งบนบรรจุภัณฑ์ สำหรับใส่คำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อม เช่น บรรจุภัณฑ์นี้ รีไซเคิลได้ พร้อมทั้งบอกวิธีนำไปรีไซเคิล

ดังนั้นแบรนด์ไหนที่ลงมือด้านสิ่งแวดล้อมก่อน ย่อมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะเป็น First Mover โดยเฉพาะกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม เป็นด่านแรกที่ผู้บริโภคมอง และตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่

Tetra Pak Index_2021_Better Me


แชร์ :

You may also like