HomeBrand Move !!รับมือ Gen AI บุกโฆษณาวิดีโอ! ถอดแนวคิดโร้ดแมปความปลอดภัย TikTok ดันเครื่องมือคัดกรองเต็มสูบ

รับมือ Gen AI บุกโฆษณาวิดีโอ! ถอดแนวคิดโร้ดแมปความปลอดภัย TikTok ดันเครื่องมือคัดกรองเต็มสูบ

แชร์ :

คุณฟรานซิส สโตนส์ Head of Global Responsible Media & Brand Safety, Global Business Solutions, TikTok

เจาะแนวคิด TikTok สร้างพื้นที่ปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตรับยุค AI ด้วยการเปิดตัว TikTok Brand Safety Center พร้อมคู่มือปกป้องแบรนด์ Brand Protection Playbook และ AI Safety Essentials (คู่มือสร้างสรรค์โฆษณาด้วย AI อย่างรับผิดชอบ) ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Responsible Marketing Advisory บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดอิสระ พร้อมดัน TikTok Real เป็นโซลูชันสำหรับแบรนด์ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค-แบรนด์ท่ามกลางกระแสการใช้งาน AI พุ่งสูง

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายในงาน APAC Responsible Media Forum 2026 ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งรวมตัวแทนจากแบรนด์ เอเจนซี และพันธมิตร 30 คน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางยกระดับความปลอดภัยของแบรนด์และการโฆษณาอย่างรับผิดชอบ โดยปฏิเสธไม่ได้ว่า การปรับใช้ AI ในการผลิตคอนเทนต์ และการโฆษณาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เช่น ข้อมูลจาก The World Federation of Advertisers (WFA) ระบุว่า 78% ของแบรนด์ต่างๆ มีการนำคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI มาปรับใช้ในการตลาดแล้ว และอีก 67% กำลังเร่งจัดทำการติดฉลากและแนวทางการใช้ AI (AI Labeling and Disclosure Guidance) ร่วมด้วย

ขณะที่ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (IAB) พบว่า 86% ของผู้ซื้อโฆษณาได้ใช้ หรือมีแผนจะใช้ Gen AI แล้ว โดยคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2026 สัดส่วนของโฆษณาแบบวิดีโอที่ใช้ Gen AI อาจสูงถึง 40% เลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ผลสำรวจจาก Meltwater ร่วมกับ YouGov เผยว่า 86% ของผู้บริโภคมองว่า ต้องมีการเปิดเผยอย่างชัดเจน หากคอนเทนต์นั้นสร้างด้วย AI และ 59% ระบุว่า การไม่เปิดเผยข้อมูลจะลดทอนความเชื่อมั่นลง นอกจากนี้ 87% กังวลว่าคนทั่วไปจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือเรื่องจริง แม้ว่า 58% จะมั่นใจว่าตนเองแยกแยะได้ก็ตาม ซึ่งช่องว่างเหล่านี้ อาจสะท้อนได้ว่าความคลุมเครือเป็นประเด็นสำคัญของความน่าเชื่อถือ

เวที TikTok APAC Responsible Media Forum 2026 ยังเผยผลวิจัยของ Ipsos ใน 12 ตลาดด้วยว่า ผู้ชมที่พบคอนเทนต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์บน TikTok มองว่าแบรนด์มีความจริงใจสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เห็นคอนเทนต์ดังกล่าว 30% และมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า 11% (ผลวิจัยมีการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 ตัวเลขแสดงการเพิ่มขึ้นเชิงสัมพัทธ์ของการประเมินแบรนด์ในกลุ่มที่เห็นคอนเทนต์ที่แบรนด์สนับสนุนบน TikTok เทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เห็นคอนเทนต์ดังกล่าว)

คุณฟรานซิส สโตนส์ Head of Global Responsible Media & Brand Safety, Global Business Solutions, TikTok กล่าวถึงความสำคัญในการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “ผู้คนเข้ามาที่ TikTok เพื่อรับชมคอนเทนต์ที่จริงใจ การรักษาประสบการณ์นี้จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อกับผู้ชมบนแพลตฟอร์ม“

”บทบาทของเราคือการสร้างและรักษาความไว้วางใจ พร้อมมอบเครื่องมือและมาตรการปกป้องที่ช่วยให้แบรนด์มีส่วนร่วมกับเทรนด์และวัฒนธรรมใหม่ ๆ บน TikTok ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” คุณฟรานซิสกล่าว พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่ TikTok ได้ทำ เช่น การเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอแห่งแรกของโลกที่นำ Content Credentials ตามมาตรฐาน C2PA มาใช้ (เมื่อปี 2024) เพื่อช่วยให้ผู้ชมรู้ว่าคอนเทนต์ใดสร้างขึ้นหรือผ่านการปรับแต่งโดย AI

ปัจจุบัน TikTok ได้ติดป้ายกำกับวิดีโอที่สร้างโดย AI หรือ AIGC แล้วกว่า 3,000 ล้านรายการ โดยใช้ทั้ง Content Credentials เครื่องมือติดป้ายกำกับสำหรับครีเอเตอร์ และเทคโนโลยีลายน้ำที่มองไม่เห็น

เปิดเครื่องมือ TikTok มี AI อยู่ในส่วนใดบ้าง

สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในเครื่องมือที่เปิดให้ใช้งานของ TikTok จะพบว่ามีอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม ดังนี้

  • TikTok Shop: มีการใช้ AI ตรวจสอบสินค้าลอกเลียนแบบ หรือสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยมีช่องทางรายงานสำหรับเจ้าของสิทธิ์ด้วย ซึ่งการนำเสนอสินค้าบนแพลตฟอร์มมีหลัก5 ประการ ได้แก่ นำเสนออย่างตรงไปตรงมา, มีความโปร่งใสเกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างสรรค์, การกล่าวอ้างต้องเป็นความจริง, สอดคล้องและทำงานร่วมกับครีเอเตอร์และพันธมิตร และต้องสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค
  • TikTok One: พื้นที่สำหรับแบรนด์ในการค้นหาและร่วมงานกับครีเอเตอร์ โดย AI เข้ามาช่วยในเรื่องการตัดต่อ การแปล ตลอดจนปรับเนื้อหาให้เข้ากับแต่ละท้องถิ่น (Localisation) และการผลิตชิ้นงาน (โดยผู้บริหารชี้ว่า AI จะต้องไม่เปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ หรือรูปลักษณ์ของครีเอเตอร์ในลักษณะที่ก่อให้เกิดการบิดเบือนหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยจุดนี้อยู่ภายใต้ Code of Conduct ของทางแพลตฟอร์มคือ เนื้อหาต้องมีความเป็นออริจินัล ออกแบบและผลิตโดยครีเอเตอร์ รวมถึงต้องสะท้อนมุมมองที่แท้จริงของครีเอเตอร์
  • TikTok Smart+ : เครื่องมือสำหรับใช้ AI เพื่อยิงโฆษณาแบบอัตโนมัติ ทั้งการเสนอราคาประมูล (Bidding) และการคัดเลือกชิ้นงานโฆษณา (Creative Selection) ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย งบประมาณ และชิ้นงานที่ผู้ลงโฆษณาตั้งไว้
  • TikTok Symphony: เป็นพื้นที่สำหรับใส่ป้ายกำกับ (Label) คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลตามนโยบายโฆษณาของ TikTok (อย่างไรก็ดี ผู้ลงโฆษณายังคงมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลสำหรับคอนเทนต์อื่น ๆ ที่สร้างขึ้นด้วย AI หรือมีการดัดแปลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีหน้าที่ตรวจสอบว่าชิ้นงานสุดท้ายเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือไม่)

Screenshot

6 ช่องทางการ Report บน TikTok

อย่างไรก็ดี หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้ใช้งานและแบรนด์สามารถใช้ช่องทางของ TikTok ในการรายงานปัญหาต่าง ๆ ได้ 6 ช่องทางดังนี้ (เช่น ปัญหาด้านเนื้อหา บัญชีผู้ใช้ ปัญหาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ)

  • บัญชี (Account) — รายงานบัญชีที่อาจละเมิดนโยบายของ TikTok
  • โพสต์ (Post) — รายงานวิดีโอหรือโพสต์เฉพาะรายการจากบัญชีใดก็ได้
  • ความคิดเห็น (Comment) — รายงานความคิดเห็นเฉพาะรายการบนเนื้อหาของผู้ใช้และโฆษณา
  • ลิขสิทธิ์ (Copyright) — รายงานกรณีที่อาจมีการละเมิดลิขสิทธิ์
  • เครื่องหมายการค้า (Trademark) — รายงานกรณีที่อาจมีการละเมิดเครื่องหมายการค้า
  • ทรัพย์สินทางปัญญาบน TikTok Shop (TikTok Shop IP) — เจ้าของสิทธิ์สามารถรายงานปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาบน TikTok Shop ได้

เปิดแนวทางการลงโฆษณายุค AI บน TikTok

สำหรับแบรนด์ที่ลงโฆษณาบน TikTok ทางแพลตฟอร์มเผยว่า มีแนวทางดูแลความปลอดภัยสำหรับแบรนด์ไว้ 3 ด้าน ได้แก่

  • พื้นที่โฆษณาที่ปลอดภัย (Safe spaces) TikTok กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานสำหรับโฆษณาทั้งหมด พร้อมให้แบรนด์เลือกควบคุมเนื้อหาที่โฆษณาจะปรากฏร่วมด้วยให้เหมาะกับธุรกิจ ผ่านเครื่องมือ
    • Inventory Filter สำหรับคัดกรองเนื้อหา,
    • Category Exclusion สำหรับยกเว้นหมวดหมู่เนื้อหา,
    • Vertical Sensitivity สำหรับปรับระดับความเหมาะสมตามประเภทธุรกิจ และรายการยกเว้น
      โดยมีพันธมิตรอิสระอย่าง DoubleVerify, Integral Ad Science และ Zefr ช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม
  • ป้ายกำกับคอนเทนต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ช่วยให้ผู้ชมทราบว่าครีเอเตอร์กำลังร่วมงานกับแบรนด์
  • เปิดเผยการใช้ AI อย่างชัดเจน (Clear disclosure) ป้ายกำกับคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ช่วยให้ผู้ชมทราบว่าเนื้อหาใดสร้างขึ้นหรือผ่านการปรับแต่งอย่างมีนัยสำคัญด้วย AI

คุณฟรานซิสเผยด้วยว่า แบรนด์สามารถเลือกใช้เครื่องมือหลายรูปแบบให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง โดยเครื่องมือใหม่ของ TikTok สามารถช่วยให้แบรนด์ติดตามว่าผู้คนพูดถึงอย่างไร ประเมินความเสี่ยง และรับมือได้อย่างทันท่วงทีด้วย เช่น  TikTok Market Scope Brand Perception (อยู่ใน Business Center สามารถแสดงปริมาณการพูดถึงแบรนด์ ความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ และประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง)

หรือในกรณีเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า แบรนด์สามารถแจ้งข้อกังวลด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านทีมดูแลบัญชีของ TikTok หรือรายงานเนื้อหาที่สงสัยว่าละเมิดสิทธิ์ผ่านช่องทางรับเรื่องของ TikTok ได้โดยตรง นอกจากนั้นยังมีศูนย์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP Protection Center) ของ TikTok Shop ที่แบรนด์ และเจ้าของสิทธิ์สามารถรายงานรายการสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้าได้ เมื่อยืนยันการละเมิดแล้ว ระบบจะนำรายการสินค้านั้นออกและบันทึกการละเมิดของผู้ขาย และสุดท้ายคือเครื่องมืออย่าง TikTok Real สำหรับช่วยแบรนด์บน TikTok Shop ในการป้องกันสินค้าปลอมโดยตรง ทั้งการตรวจสอบการได้รับอนุญาตของผู้ขาย รับการแจ้งเตือนรายการสินค้าที่น่าสงสัย และนำสินค้าที่ตรวจสอบยืนยันว่าเป็นของปลอมออกจากแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว โดยคุณฟรานซิสได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า

“AI อาจทำให้ผู้ลงโฆษณามีศักยภาพในการผลิตชิ้นงานมากขึ้น แต่การนำเสนอต้องเกิดขึ้นอย่างมีความรับผิดชอบ และอยู่ภายใต้ความโปร่งใส ด้วยเหตุนี้ การเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าคอนเทนต์ที่เผยแพร่เป็นคอนเทนต์ที่ผลิตจาก AI และการออกแบบแพลตฟอร์มที่มีความรัดกุมจึงมีความสำคัญมาก“

”สำหรับการลงโฆษณา สิ่งที่แบรนด์ต้องรักษาไว้คือความจริงใจ การแสดงออกที่อยู่ภายใต้ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง“ คุณฟรานซิสกล่าวสรุป

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like