บริษัท Reliance ซึ่งเป็น Master Franchisee ของ 7-Eleven India ได้ออกมาประกาศปิดร้านสาขาทั้งหมดที่มี 31 แห่งในประเทศแล้วอย่างเป็นทางการ หลังเจอคู่แข่งสุดแกร่งในธุรกิจค้าปลีกอย่างบริการ Quick Commerce และร้านโซห่วยท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแดนภารตะได้เหนือชั้นกว่า
ด้าน Seven & i Holdings บริษัทแม่จากญี่ปุ่นก็ได้ยืนยันด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า Reliance ได้ปิดสาขา 7-Eleven ทั้งหมดในเมือง Mumbai และ Pune แล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ 7-Eleven India เคยมีประมาณ 60 สาขา ก่อนจะทยอยลดจำนวนลงจนเหลือ 31 สาขาสุดท้ายดังกล่าว
สำหรับสาเหตุของการปิดตัว มาจากการดำเนินธุรกิจที่ 7-Eleven India ไม่สามารถสร้างผลกำไรและการเติบโตได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากคู่แข่งในตลาดค้าปลีกเดิมของอินเดียอย่างร้าน Kirana ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศนั้นมีความแข็งแกร่ง และมีสายสัมพันธ์กับลูกค้าในชุมชนที่แน่นหนา และถ้าชาวอินเดียต้องการซื้อสินค้าแบบด่วน ก็สามารถสั่งผ่านแพลตฟอร์ม Quick Commerce เช่น Blinkit, Zepto, Swiggy Instamart ได้ ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถส่งสินค้าอุปโภคบริโภคมาให้ถึงบ้านภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วย
ผลก็คือ 7-Eleven ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างร้านโชห่วยท้องถิ่น กับแพลตฟอร์ม Quick Commerce ไม่สามารถนำจุดเด่นของตัวเองมาเป็นจุดขายในตลาดอินเดียได้ (อย่างน้อยก็ ณ เวลานี้) สะท้อนได้จากผลประกอบการของ 7-India Convenience Retail ที่พบว่า บริษัทมีรายได้ประมาณ ₹92 crore หรือราว 10.6 ล้านเหรียญสหรัฐในปีการเงินล่าสุด (สิ้นสุดมีนาคม 2026) แต่ขาดทุนเกือบ ₹90 crore เลยทีเดียว
Devangshu Dutta ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาด้านค้าปลีก Third Eyesight มองว่า แม้ Reliance จะพยายามเข้าถึงผู้บริโภคผ่านทุกช่องทาง แต่ท้ายที่สุดแล้วธุรกิจต้องคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะพบว่า ร้านประเภท Kirana หรือร้านขายของชำท้องถิ่นของอินเดียมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อในระบบแฟรนไชส์หรือเชนค้าปลีกสมัยใหม่อย่างมาก โดยร้านเหล่านี้ใช้คนในครอบครัว มีค่าใช้จ่ายในการบริหารต่ำ และไม่ได้คาดหวังอัตรากำไรในระดับเดียวกับธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ส่งผลให้สามารถแข่งขันด้านราคาและความใกล้ชิดกับชุมชนได้มากกว่า การถอนตัวของ Reliance จึงเป็นการทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ได้ทบทวนบทบาทของตัวเองในตลาดที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลายทางก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี โมเดลของ 7-Eleven ยังคงแข็งแกร่งในญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ไทย, สิงคโปร์ ฯลฯ เห็นได้จากการที่ Seven & i Holdings บริษัทแม่ของ 7-Eleven มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 85,000 สาขาทั่วโลก และสำหรับในอินเดีย ทาง Seven & i ก็ยังไม่ได้ปิดโอกาส หรือยอมรับว่าจะโบกมือลาตลาดอินเดียถาวร โดยทางบริษัทบอกเพียงว่า กำลังพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ อยู่ ซึ่งอาจหมายถึงการมองหาพาร์ทเนอร์รายใหม่ เพื่อกลับมาทำตลาดอีกครั้งก็เป็นได้





