
คุณสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX
SYNNEX เปิดการเติบโตครึ่งปีแรก พบทำยอดขายทะลุ 23,000 ล้านบาท คาดการณ์ตลาดสินค้าไอทีครึ่งปีหลังยังโตต่อ โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่พุ่งแรงจากปัญหาด้านซัพพลายและการมาถึงของ AI พร้อมประกาศเปิดตัว 4 บริการตอบโจทย์ Ecosystem พาร์ทเนอร์ “เซอร์วิส-ไฟแนนซ์-ประกัน-รับซื้อสินค้าไอทีมือสอง”
คุณสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX กล่าวถึงทิศทางการเติบโตของบริษัทภายในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026: Empowering the Future” ว่า กำลังย้ายไปสู่จุดที่เทคโนโลยีสามารถสร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรม AI ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้า
“เรามองเห็นการปรับตัวของสินค้าไอทีค่อนข้างมากในด้านราคา อย่างแอปเปิลก็มีการปรับราคาเยอะ ซึ่งแอปเปิลเป็นแบรนด์ที่แปลกมาก ถ้าของมา สินค้าตัวที่แพงที่สุดจะขายดีที่สุด และหมดเป็นอันดับแรก ๆ เราแทบไม่มีสินค้าแอปเปิลค้างสต็อกเลย”
นอกจากนี้ คุณสุธิดายังเผยทิศทางของราคาสินค้ากลุ่มไอทีด้วยว่า มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี ทั้งในกลุ่มสตอเรจ และเมมโมรี่ เนื่องจากการมาถึงของ AI
“เรามองว่า การขึ้นราคาสินค้าไอทียังมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี ทั้งในกลุ่มสตอเรจ และเมมโมรี่ ต้องยอมรับว่า เอไอทำให้สินค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์เติบโตมากจริง ๆ เมื่อกลุ่มเหล่านี้เติบโต ก็แย่งซัพพลายกัน ซึ่งเรายังไม่เห็นภาพว่าสถานการณ์นี้จะจบเมื่อไร แต่โดยรวม เรายังมีสินค้าหลักในหลายแบรนด์ เราเลยยังมีสินค้าทดแทนนำเสนอให้ลูกค้าได้”
“แต่คนที่เคยบอกว่า จะรอซื้อโน้ตบุ๊กราคาถูกในปีนี้ เราบอกได้เลยว่า ไม่มีแล้วค่ะ ปีนี้คงไม่ได้ลดแล้วค่ะ
คาดการณ์พฤติกรรมผู้ซื้อสินค้าแอปเปิลในไทย ในวันที่ Duo เปิดตัว
ในมุมผู้บริหารซินเน็ค คุณสุธิดายังได้อธิบายถึงรูปแบบการซื้อสินค้าแอปเปิลในประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจ โดยสินค้าที่มักขายดีที่สุดเมื่อมีการเปิดตัวโปรดักท์ใหม่คือ รุ่นที่ดีที่สุด และแพงที่สุด พร้อม ๆ กับสินค้าที่ตกรุ่นไปแล้วก็จะกลับมาขายดีไปพร้อมกัน
ดังนั้น ในปีนี้ที่แอปเปิลมีการเปิดตัว iPhone Duo จึงคาดว่า น่าจะเป็นรุ่นที่ขายดีไม่แพ้สินค้าในกลุ่ม Pro Max ของปีก่อนหน้า
“สำหรับสินค้าแอปเปิล เราตั้งเป้าโต และเราก็อยากได้สินค้าเพิ่ม เพราะเรามั่นใจว่าเราขายได้ ซึ่งเขามีเกณฑ์ในการพิจารณาโดยดูจากลูกค้าว่าซื้อไปเปิดเครื่องใช้เลยหรือไม่ เขาดูเลเวลนั้นเลย แต่ช่องทางของซินเน็ค ทำให้เขามั่นใจได้ว่า ขายไปปุ๊บ ลูกค้าเปิดเครื่องใช้เลย กระบวนการเหล่านั้นถูกคิดคะแนนทั้งหมด และไทยเป็นประเทศที่ยอดขายแอปเปิลมีการเติบโตลอด เราเป็นเทียร์วันด้วย ทำให้มีคนจากต่างประเทศมาซื้อจากประเทศเราเยอะ จึงเป็นเหตุผลว่าของจะขาด”
“ปกติเราชอบขาด Pro Max แต่ปีนี้ Duo น่าจะของขาดเช่นกัน”
เตรียมดึงแบรนด์จีนบุกตลาด Robotics ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม
ภายในงาน คุณสุธิดายังได้เผยถึงทิศทางการทำตลาดสินค้ากลุ่มโรโบติกส์เพิ่มเติม โดยเผยว่าจะมีการเดินทางไปเจรจาด้านธุรกิจกับผู้ผลิตในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงเดือนตุลาคมนี้ เกี่ยวกับการทำตลาดหุ่นยนต์ 3 ชนิด ได้แก่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง และแขนกล โดยทั้งหมดจะเน้นตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก (ไม่ใช่กลุ่มคอนซูเมอร์)
ชูทิศทางปี 2027 จาก Distributor สู่ Value Creator
นอกจากนี้ บนเวที คุณสุธิดายังได้เผยถึงการมาถึงของ AI พร้อมเทรนด์ในการเติบโตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากการ์ทเนอร์ว่า กลุ่ม Device มีการเติบโต 8.2% กลุ่ม IT Services เติบโต 9% กลุ่ม Software เติบโต 15% และกลุ่ม Data Center เติบโต 55.8%
ส่วนตัวเลขของประเทศไทย พบว่า การลงทุนด้าน Digital ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026 อยู่ที่ 1.12 ล้านล้านบาท นำโดยกลุ่ม Data Center, Data Hosting และบริการ Cloud (อ้างอิงจาก BOI และ World Bank)
“ปีนี้ ซินเน็คตั้งเป้ายอดขายที่ 53,000 ล้านบาท โดยเราเติบโตดีมากในกลุ่มสมาร์ทโฟน เกมมิ่ง Wearable อีกทั้งเทรนด์ Longevity ช่วยให้สินค้ากลุ่มไอทีเติบโตอย่างมากเช่นกัน มีเพียงกลุ่มเดียวที่เราติดลบ คือกลุ่มแอปเปิล เพราะครึ่งปีแรก เกิดการขาดแคลนสินค้า แต่ ณ วันนี้ แอปเปิลเปิดตัวโปรดักท์ใหม่เรียบร้อยแล้ว เราจึงเชื่อว่าครึ่งปีหลัง สินค้ากลุ่มแอปเปิลจะกลับมาเติบโตอย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ คุณสุธิดายังได้เปิดตัว 4 บริการใหม่เพื่อต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่าย สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยี และการเติบโตร่วมกับพันธมิตรใน Technology Ecosystem ซึ่งประกอบด้วย
- Service Point บริการหลังการขาย
- SWOPMART Trade-In บริการรับซื้อมือถือมือสอง
- Prompt Money บริการด้านไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องการผ่อนชำระตัวเครื่องมือถือ
- Ice Cream บริษัทพาร์ทเนอร์เพื่อให้บริการด้าน Insurance สำหรับกลุ่ม Consumer Device เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการรับประกันและบริการหลังการขาย
โดย Service Point และ SWOPMART Trade-In เป็นบริษัทในเครือของซินเน็คเอง ส่วน Prompt Money และ Ice Cream เป็นบริษัทพาร์ทเนอร์ ซึ่งคุณสุธิดากล่าวด้วยว่า จากทิศทางดังกล่าว SYNNEX จะเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจร่วมกัน ครอบคลุม Solution Service ไปจนถึงบริการหลังการขาย (After Sales) การขยายตลาด และการสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอด Customer Lifecycle เพื่อยกระดับประสบการณ์และตอบโจทย์อุตสาหกรรมทุกระดับ




