HomeBrand Move !!15 ปี Apple ในมือ Tim Cook จาก CEO ที่ถูกตั้งคำถาม สู่ผู้นำบริษัทมูลค่า 4.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

15 ปี Apple ในมือ Tim Cook จาก CEO ที่ถูกตั้งคำถาม สู่ผู้นำบริษัทมูลค่า 4.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แชร์ :

หากย้อนกลับไปในวันที่ ทิม คุก (Tim Cook) ก้าวขึ้นรับตำแหน่ง CEO ของ Apple ต่อจาก Steve Jobs ในปี 2011 หลายคนตั้งคำถามว่า Apple จะยังคงสร้างนวัตกรรม และเติบโตต่อไปได้หรือไม่ โดยในเวลานั้นบริษัทมีมูลค่าราว 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้ต่อปีประมาณ 108,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พนักงานราว 60,000 คน และธุรกิจยังพึ่งพารายได้หลักจากการขาย iPhone, iPad และ Mac เป็นสำคัญ ขณะที่ผลิตภัณฑ์อย่าง Apple Watch, AirPods หรือบริการทางการเงินอย่าง Apple Pay ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น ส่วนธุรกิจ Services ก็ยังมีสัดส่วนค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

แต่ตลอดระยะเวลา 15 ปีภายใต้การนำของ Cook แอปเปิลได้เปลี่ยนจากบริษัทฮาร์ดแวร์ระดับโลก สู่การเป็น “Ecosystem ด้านเทคโนโลยีที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” ไม่เพียงเท่านั้น มูลค่าบริษัทยังเติบโตจากราว 350,000 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าแตะกว่า 416,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จำนวนพนักงานขยายสู่กว่า 166,000 คน ทั่วโลก

นอกจากนี้ Apple ยังสร้างธุรกิจใหม่ที่กลายเป็นเสาหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Apple Watch, AirPods รวมถึงบริการอย่าง Apple Music, Apple Pay, iCloud และ Apple TV+ ที่ช่วยผลักดันรายได้ของฝั่ง Services จนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต

ผู้บริหารที่เปลี่ยน “Apple”

แม้ Cook จะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะผู้นำที่สร้าง “ผลิตภัณฑ์ปฏิวัติโลก” แบบ Steve Jobs แต่สื่อตะวันตกเลือกที่จะยกย่องเขาในฐานะผู้บริหารที่เปลี่ยน Apple ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่แข็งแกร่งและทำกำไรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจโลก โดยเฉพาะในวันที่นักลงทุนกังวลว่า Apple อาจหมดอนาคตหลังยุค Jobs

ทั้งนี้ หากมองผ่านตัวเลข จะเห็นภาพการเติบโตของ Apple ภายใต้การนำของ Tim Cook ได้อย่างชัดเจน โดยในปี 2011 ที่เขาเข้ารับตำแหน่ง CEO บริษัทมีมูลค่าประมาณ 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้ต่อปี 108,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีพนักงานราว 60,000 คน ขณะที่ปัจจุบัน Apple มีมูลค่าพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้ต่อปีมากกว่า 416,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีพนักงานกว่า 166,000 คน ทั่วโลก

ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่โดดเด่นคือ ฐานผู้ใช้งานที่ขยายตัวไปอย่างมหาศาล จากอุปกรณ์ Apple ที่มีการใช้งานหลายร้อยล้านเครื่องในปี 2011 สู่มากกว่า 2.5 พันล้านเครื่องในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน Apple ยังสร้างธุรกิจบริการขึ้นมาเป็นอีกเสาหลักของบริษัท โดยมีสมาชิกบริการแบบชำระเงินมากกว่า 1.5 พันล้านบัญชี นับเป็นการเปลี่ยน Apple จากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นนำ สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานทั่วโลกผ่านทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ได้ว่า บางครั้ง “การบริหารที่ยอดเยี่ยม” ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ “การคิดค้นนวัตกรรม” เช่นกัน

จาก Jobs สู่ Cook และจาก Cook สู่ Ternus

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในช่วง 15 ปีภายใต้การนำของ Tim Cook แอปเปิล ไม่ได้เติบโตแค่ในแง่ของยอดขายหรือมูลค่าตลาดเท่านั้น แต่ยังขยายตัวในทุกมิติของธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ หากยุคของ Steve Jobs ถูกจดจำในฐานะผู้สร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนโลก ยุคของ Tim Cook ก็อาจถูกจดจำในฐานะผู้ที่เปลี่ยน Apple จากบริษัทเทคโนโลยีที่โดดเด่น ให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจขนาดมหึมา และสร้างผลกำไรได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป Apple จะเข้าสู่บทใหม่ภายใต้การนำของ John Ternus (ส่วน Tim Cook จะขยับขึ้นไปเป็น Executive Chairman ของบริษัทตามแผนการสืบทอดตำแหน่งที่ Apple วางไว้ล่วงหน้า) คำถามที่น่าติดตามจึงไม่ใช่เพียงว่า Ternus จะรักษาความสำเร็จที่ Cook สร้างไว้ได้หรือไม่ แต่ยังต้องติดตามว่า เขาจะพา Apple เติบโตไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การแข่งขันด้าน AI กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

Source

Source

Source

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

เป็นเพื่อนกับเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like