HomeBrand Move !!7 เบื้องหลัง Big Bad Wolf 2026 การเดินทางของหนังสือ 1 ล้านเล่ม กับภารกิจสร้างนักอ่านในยุค AI

7 เบื้องหลัง Big Bad Wolf 2026 การเดินทางของหนังสือ 1 ล้านเล่ม กับภารกิจสร้างนักอ่านในยุค AI

แชร์ :

คุณแจ็คเกอลีน อึ๊ง ผู้ร่วมก่อตั้ง Big Bad Wolf Books

ในโลกธุรกิจ หากเอ่ยถึงการครบรอบ 10 ปี หลายคนอาจมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับมหกรรมหนังสือยักษ์ใหญ่ “Big Bad Wolf Books” คงต้องบอกว่าการเดินทางจนมาถึงโอกาสแห่งการครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้เป็นการเดินทางที่มีสีสันไม่น้อย

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เหตุที่กล่าวเช่นนั้น เพราะในปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่ Big Bad Wolf Books เข้ามาจัดเทศกาลหนังสือในประเทศไทยเป็นปีที่ 10 นั้น (เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2016) ทางทีมผู้จัดงานได้เตรียมความพิเศษเอาไว้มากมายหลายข้อ เริ่มตั้งแต่

ตอบโจทย์พฤติกรรมหนอนหนังสือไทย 45% อ่านทุกวัน

ผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทย ปี 2567 ของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) พบว่า คนไทยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน โดย 45% อ่านทุกวัน และหนังสือรูปเล่มยังได้รับความนิยมในสัดส่วน 50% ใกล้เคียงกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ 47% สะท้อนว่าแม้พฤติกรรมการอ่านจะเปลี่ยนไปตามยุคดิจิทัล แต่ประสบการณ์ของการเลือก สัมผัส และเป็นเจ้าของหนังสือยังคงมีความหมายสำหรับนักอ่านชาวไทยไม่แพ้กัน

หนังสือภายในงานที่เตรียมไว้มากกว่า 1 ล้านเล่ม

อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของเทศกาลหนังสือ Big Bad Wolf Books ในปีนี้เลยก็ว่าได้ กับหนังสือภาษาอังกฤษจากสำนักพิมพ์ทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงานมากกว่า 1 ล้านเล่ม โดยคุณแจ็คเกอลีน อึ๊ง ผู้ร่วมก่อตั้ง Big Bad Wolf Books กล่าวถึงประสบการณ์ที่นักอ่านจะได้รับจากการเข้าร่วมงานว่า เป็นการชวนมา “ค้นพบหนังสือเล่มใหม่” เพื่อให้ผู้ที่รักการอ่านเป็นทุนเดิม ไปจนถึงนักอ่านหน้าใหม่ ได้มีโอกาสค้นพบ “หนังสือที่ใช่” ในแบบของตัวเอง

การเดินทางของหนังสือจากมาเลเซียสู่ไทย

ไม่เพียงเท่านั้น หนังสือที่เข้าร่วมในเทศกาลครั้งนี้ ได้ถูกส่งมารวมตัวกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะออกเดินทางอีกครั้งโดยขบวนรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่จำนวน 8 คัน เป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้มาถึงกรุงเทพมหานครตามเวลาที่กำหนด และจะถูกจัดเรียงอย่างน่าสนใจที่ PLATINUM POP ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในย่านราชประสงค์บนพื้นที่ 60,000 ตารางฟุต ตลอดช่วง 2–13 ต.ค. นี้ แถมช่วงเวลาที่เปิดให้เหล่าหนอนหนังสือเข้าไปทักทายยังยาวนานขึ้นกว่าเดิม โดยจะเปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 น.– เที่ยงคืน เลยทีเดียว

พบหนังสือดีที่ราคาเริ่มต้น 20 บาท

จุดที่น่าสนใจอีกข้อหนึ่งของงาน Big Bad Wolf Books ในปีนี้ก็คือ ราคาเริ่มต้นของหนังสือกลุ่ม Clearance Sale ที่ 20 บาทเท่านั้น รวมถึงยังมีกลุ่ม “หนังสือดีในราคาที่ไม่น่าเชื่อ” ที่เริ่มต้นในราคา 40 – 55 บาทด้วย

คุณแจ็คเกอลีน อึ๊ง ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนที่เราเข้ามาจัดงานในประเทศไทยครั้งแรก เรามีความเชื่อง่าย ๆ ว่า หนังสือไม่ควรเป็นของฟุ่มเฟือย หรือเป็นสิ่งที่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เข้าถึงได้ง่าย”

“สิบปีผ่านไป สิ่งที่มีความหมายที่สุดสำหรับเราไม่ใช่เพียงจำนวนหนังสือที่ขายได้ แต่คือการที่เราได้ช่วยสร้างนักอ่านหน้าใหม่ขึ้นมา ส่วนลดที่มากมายของหนังสือในงานอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครสักคนเดินเข้ามาในงาน แต่ความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับเราคือ เมื่อเขากลับออกไปพร้อมหนังสือสักเล่มที่เปิดมุมมองใหม่ จุดประกายความสนใจใหม่ หรือทำให้เขามองเห็นความเป็นไปได้บางอย่าง และความรักในการอ่านนั้นยังถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป”

นักอ่านกลุ่มไหน สนใจ Big Bad Wolf

ทางทีมงาน Big Bad Wolf ยังได้เผยถึงสถิติผู้เข้าร่วมงานในปี 2025 โดยพบว่าผู้เข้าร่วมงานกลุ่มใหญ่ที่สุดคือที่กลุ่มเยาวชน (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 70%) ตามมาด้วยกลุ่มผู้ใหญ่ (Middle Age) ที่ประมาณ 20% ส่วนที่เหลือคือกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กอีกประมาณ 10%

ส่วนการเดินทางเข้าร่วมงานพบว่ามีทั้งมาคนเดียว, มาสองคน และมาเป็นกลุ่มในสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งทำให้เห็นว่าการเลือกพื้นที่ของการจัดงานในปีนี้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ และทำให้การเลือกซื้อหนังสือสนุกมากขึ้น

เมื่อการอ่านสำคัญไม่แพ้ AI

อย่างไรก็ดี หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 2026 ก็คือ AI ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในแง่ของการเรียนรู้ โดยจะเห็นได้ว่า AI สามารถค้นหา สรุป และสร้างคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งการมาถึงของ AI ทำให้เกิดความท้าทายเพิ่มเติมไปด้วยว่า คนที่จะประสบความสำเร็จ และใช้ประโยชน์ได้จริงจากความสามารถของ AI นั้น อาจต้องเป็นคนที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านั้นให้เข้าใจ และสามารถเชื่อมโยง – ตั้งคำถาม ตลอดจนประเมินความน่าเชื่อถือ และสร้างความคิดเห็นของตัวเองให้ได้ด้วย

ในจุดนี้ ผล PISA 2025 พบว่า มีนักเรียนไทยอายุ 15 ปีเพียง 41% ที่มีทักษะการอ่านตั้งแต่ระดับพื้นฐาน Level 2 ขึ้นไป เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ 69% ซึ่งสะท้อนว่าโจทย์ของการอ่านวันนี้ไม่ใช่เพียง “อ่านออก” หรือ “อ่านมาก” แต่คือ อ่านแล้วเข้าใจ วิเคราะห์ และคิดต่อได้มากเพียงใดนั่นเอง ซึ่งในจุดนี้ หนังสือเล่มสามารถสร้างจังหวะให้ผู้อ่านได้อยู่กับเนื้อหา ทบทวน เชื่อมโยง และคิดอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะสำหรับเด็ก การอ่านยังเป็นพื้นฐานสำคัญของภาษา ความคิด จินตนาการ และการเรียนรู้ในระยะยาวอีกด้วย

หนังสือดังบนโซเชียลตบเท้าเข้าร่วม

ส่วนใครที่รอพบหนังสือยอดนิยมจากชุมชนนักอ่าน รวมถึง BookTok คุณแจ็คเกอลีน อึ๊ง เผยว่า หนังสือเหล่านั้นเดินทางมาร่วมงานในปีนี้แน่นอน อาทิ The Housemaid’s Secret โดย Freida McFadden, Iron Flame โดย Rebecca Yarros และ I Want to Die but I Still Want to Eat Tteokbokki โดย Baek Sehee

รวมถึงหนังสือสำหรับเด็กและครอบครัว อาทิ CoComelon: Feelings และ Code Name Bananas โดย David Walliams ที่หลายคนรอคอยด้วย

ทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นภาพหนึ่งด้วยว่า Big Bad Wolf Books 2026 กำลังท้าทายความกังขาที่ว่า การอ่านนั้นสำคัญไฉน ในโลกที่ AI เข้ามาช่วยค้นหาและสรุปข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที รวมถึงย้ำภาพที่ว่า บางทีคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์อาจไม่ใช่การได้มาซึ่งคำตอบอย่างรวดเร็วกว่าใคร ๆ แต่เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจ วิเคราะห์ เชื่อมโยง ฯลฯ ข้อมูลเหล่านั้น ก่อนจะบอกว่ามันคือ “คำตอบ” ก็เป็นได้

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like