
คุณวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรู ไอดี
ทรูไอดี เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ตาตั้ง by TrueID” เจาะตลาดคอนเทนต์ไทย ชี้เป็นการ Transformation ครั้งใหญ่ของ TrueID ในปีนี้ หลังพบพฤติกรรมผู้ชมนิยมดูคอนเทนต์แนวตั้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมประกาศจับมือ DramaBox ยักษ์ใหญ่จากจีนส่งละครกว่า 40,000 เรื่องลงแพลตฟอร์มโดยมีทั้งพากษ์ไทย-อีสาน ผนึกแอปพลิเคชันของพันธมิตรในเครือทั้ง TrueMoney, 7-eleven, True, MakroPlus, Lotus’s, Amaze รวมถึงพันธมิตรในอนาคต มาช่วยต่อยอดคอนเทนต์ผ่าน “มินิแอป” เพื่อให้ผู้ชมมีโอกาสเข้าถึงบริการได้มากขึ้น
พลิกโฉม TrueID ด้วย “Content-Commerce-Community”
คุณวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรู ไอดี กล่าวถึงการเปิดตัว “ตาตั้ง by TrueID” ในวันนี้ (16 กรกฎาคม) ว่าเป็นหนึ่งใน 3 กลยุทธ์การ Transformation ครั้งใหญ่ของ TrueID โดยมีจุดเริ่มต้นจากการมี “คอนเทนต์ที่น่าสนใจ”
สาเหตุที่เริ่มจากคอนเทนต์ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้ชมในปัจจุบันที่ทรูพบว่า มีลูกค้ามากถึง 12 ล้านรายรับชมซีรีส์แนวตั้งต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวัน (9.00 – 20.00 น.) นอกจากนั้นยังมีผู้เข้าชมวิดีโอสั้นในแอป TrueID มากถึง 30 ล้านคนต่อเดือน
อย่างไรก็ดี ในพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคในปัจจุบัน ก็พบ Pain Point บางประการ นั่นคือมีการสลับแอปพลิเคชันไปมามากกว่า 101 ครั้งต่อวัน (อ้างอิงจาก Lokalise Tool Fatigue & Productivity Report 2025) ซึ่งอาจสะท้อนว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีนักในการใช้งาน หรือมีคอนเทนต์ที่ต้องการรับชมในหลายแอปจนเลือกไม่ถูก จึงนำไปสู่การจับมือของ TrueID กับ DramaBox เพื่อนำคอนเทนต์ละครสั้นกว่า 40,000 เรื่องเข้ามาตอบโจทย์ในจุดนี้
คุณวินท์รดิศเผยต่อไปด้วยว่า จุดแข็งของ TrueID คือการมี Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เช่น การมี True Points สำหรับใช้ในการแลกพอยต์ ซึ่งอาจสามารถนำมาแลกสิทธิในการเข้าชม TrueID, การมีระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ (โดยมีการยกสถิติของปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของประเทศไทยกับการมีผู้ใช้งาน 1.1 ล้านคนเข้ามายัง TrueID เพื่อรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศพร้อมกันในวันเดียว) ตลอดจนการมีคอนเทนต์ให้เลือกชมจำนวนมาก
ด้านคุณพรรษกร เลาห์เรณู หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับมือกับ DramaBox ในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความนิยมในคอนเทนต์แนวตั้งในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วมากที่สุดในบรรดาประเทศต่าง ๆ ของภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ดี คอนเทนต์บน “ตาตั้ง by TrueID” ไม่ได้มีเฉพาะละครจีน แต่ยังมีละครสั้นฝีมือคนไทยด้วย โดยปัจจุบันมีการร่วมมือกับสตูดิโอไทยราว 15 แห่งเพื่อผลิตละครสั้นแนวตั้งสำหรับเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม โดยจะเปิดตัวประมาณเดือนละ 2 – 3 เรื่อง ส่วนนักแสดงนั้น พบว่ามีทั้งดารานักแสดงที่เคยเล่นละครแบบดั้งเดิม รวมถึง KOL และอินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เล่นละครมาก่อน แต่เข้าใจการถ่ายทำโดยใช้โทรศัพท์มือถืออย่างดีมาร่วมงานด้วยประมาณ 30 รายแล้ว
เบื้องหลังละครสั้น จบไวใน 2 เดือน ชี้เป็นโอกาสใหม่ในการ Tie-in สินค้า
คุณพรรษกรยังได้กล่าวถึงกระบวนการผลิตละครสั้นด้วยว่า นอกจากเน้นการผลิตที่รวดเร็วแล้ว ยังมีการเปิดให้สตูดิโอไทยเข้าถึง Data การรับชม ซึ่งช่วยให้ทางสตูดิโอสามารถปรับเนื้อหาได้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งประเด็นนี้พบว่าตอบโจทย์ในมุมของ Content Partner ที่ต้องมองหาโมเดลรายได้ใหม่ ๆ เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาในปัจจุบันได้ย้ายเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การพึ่งพารายได้แบบเดิมอาจไม่เพียงพอ
“ละครสั้นจะใช้เวลาในการถ่ายทำประมาณ 2 เดือน ตัวละครหลักอาจมีราว 6 – 10 คน แน่นอนว่าต้องมีนักแสดงเสริมด้วย ซึ่งถือว่าสั้นกว่าการผลิตละครแบบดั้งเดิมที่อาจใช้เวลาถึง 9 เดือน พอจอมือถือแคบ การเล่าเรื่องก็จะกระชับมาก ซึ่งนอกจากคุณไอซ์ – อธิชนัน ศรีเสวก (นักแสดงในสังกัดเลมอนชอต) ที่เป็นนักแสดงมาก่อนและอยากลองเล่นละครแนวตั้ง เราก็ยังมีอินฟลูเอนเซอร์, KOL ที่เข้าใจการทำงานของการใช้มือถือถ่าย เพราะฉะนั้น ซีรีย์แนวตั้งจึงเป็นการเปิดโอกาสครั้งใหญ่ของครีเอเตอร์”

คุณพรรษกร เลาห์เรณู หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เครือเจริญโภคภัณฑ์
“ที่ผ่านมา แบรนด์อยากจะทำไทร์อินในซีรีแนวยาว แต่ในโลกแห่งการทำงานจริงมันมีความท้าทายอยู่ เพราะในการเปิดกล้องละครนาน 9 เดือน มาร์เก็ตติ้งวินโดว์ผ่านไปแล้ว ลิปสติกสีนี้ไม่ฮิตแล้ว แต่พอเป็นละครแนวตั้ง ถ่ายทำ 2 เดือน มันแมทช์พอดีเลยกับมาร์เก็ตติ้งวินโดวส์ของแบรนด์ เป็น Sweet Spot มาก ๆ แบรนด์สามารถเล่าสตอรี่ ไทร์อินโปรดักท์ นางเอกแต่งหน้าแบบไหนไปทำงาน ใส่เสื้อแบบไหนไปเจอพระเอก พบรักแบบไหน มีขวดน้ำยี่ห้ออะไร เราคิดว่ามันคือโอกาสมาก ๆ และถือว่านี่เป็น Innovation ค่ะ”
ด้านคุณเฉิน รุ่ยชิง (Ruiqing Chen) ประธานกรรมการ DramaBox กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญต่อวิสัยทัศน์การเติบโตระยะยาวของ DramaBox ด้วยความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ศักยภาพของบุคลากรด้านคอนเทนต์ และพฤติกรรมของผู้ชมที่พร้อมเปิดรับรูปแบบความบันเทิงใหม่อย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่าความร่วมมือกับทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผ่านตาตั้ง by TrueID จะเป็นก้าวสำคัญในการผสานความเชี่ยวชาญด้านซีรีส์สั้นระดับโลกของ DramaBox เข้ากับความเข้าใจผู้บริโภค ศักยภาพด้านเทคโนโลยี และเครือข่ายการเข้าถึงที่ครอบคลุมในประเทศไทย เพื่อส่งมอบคอนเทนต์คุณภาพที่สอดคล้องกับความสนใจและบริบทของผู้ชมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“ในระยะยาว เรามองเห็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์ซีรีส์สั้นที่สำคัญของภูมิภาค และเป็นแหล่งกำเนิดเรื่องราวคุณภาพที่สามารถเข้าถึงผู้ชมในระดับสากล DramaBox จึงพร้อมร่วมสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านองค์ความรู้ มาตรฐานการผลิต เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ตลอดจนต่อยอดสู่การพัฒนาคอนเทนต์ต้นฉบับและความร่วมมือด้านการผลิต เพื่อร่วมกับทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์สร้างระบบนิเวศคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง และผลักดันผลงานของครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก”

คุณเฉิน รุ่ยชิง (Ruiqing Chen) ประธานกรรมการ DramaBox
สำหรับในช่วงแรกของการเปิดตัว พบว่ามีการตั้งราคาเอาไว้ที่ 69 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 159 บาทต่อเดือน จากราคาปกติ 199 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้าทรูและดีแทค สามารถสมัครแพ็กเกจรายเดือนในราคา 39 บาท โดยจะมีสิทธิพิเศษ ใช้ 9 ทรูพอยท์ หรือ dtac reward 29 Coins แลกรับสิทธิ์รับชม TATANG แบบไม่จำกัดนาน 7 วันด้วย
ทั้งนี้ หลังจากการเปิดตัว “ตาตั้ง by TrueID” การทรานสฟอร์ม TrueID จะเข้าสู่สเต็ปที่ 2 นั่นคือการเปิดตัวในส่วนของ Commerce และ Community ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2026 ต่อไป ซึ่งในจุดนี้คุณวินท์รดิศกล่าวด้วยว่า
“จากที่ได้เดินทางไปจีน เราเริ่มเห็นสัจธรรมว่า อาชีพหลักของดาราจีนตอนนี้คือการไลฟ์ขายของ และดาราเหล่านี้ก็เคยเป็นนักแสดงละครแนวตั้งมาก่อน ซึ่งภาพนี้ก็อาจเกิดในไทยได้เช่นกัน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่รับเทรนด์เหล่านี้ได้รวดเร็วมาก”
MiniApp ตัวช่วยละครสั้น?
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการนำละครสั้นของตาตั้งไปปรากฏในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในเครือธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น TrueMoney, True, Lotus’s ฯลฯ รวมถึงพาร์ทเนอร์ในอนาคต ผ่านฟีเจอร์ MiniApp ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่ต้องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่ม
คุณวินท์รดิศ กล่าวถึงพฤติกรรมของคนไทยที่นำไปสู่การใช้ MiniApp กับตาตั้งด้วยว่า คนไทยมีส่วนผสมของ East และ West นั่นคือ ต้องการแอปที่ใช้งานง่าย เน้นความสะดวกของ UX/UI เป็นหลัก และก็ชอบโปรโมชัน ส่วนลด ดังนั้น การใช้ MiniApp เพื่อให้ตาตั้งไปปรากฏในแอปต่าง ๆ ของธุรกิจในเครือจึงเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงละครสั้นได้เป็นอย่างดี

มินิแอปตาตั้งในแอป TrueMoney
“สำหรับเรา คนก็คือคอนเทนต์ เพราะฉะนั้น สินค้าจะขายของได้ดีอย่างไร อยู่ที่การเข้าถึง ถ้าต้นทุนสูงก็ขายไม่ได้ บทบาทของแพลตฟอร์มคือการทำให้เข้าถึงได้ง่ายที่สุด ต้องแม่นยำ เราทำเพื่อให้มันโตไปได้ร่วมกัน ต้องร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้ให้เกิดขึ้น” คุณวินท์รดิศกล่าวปิดท้าย




