เรียกได้ว่าเป็นการเจรจาที่นำไปสู่ข้อยุติเป็นการชั่วคราว สำหรับกรณีที่สหภาพแรงงานออกมาประท้วง Samsung Electronics กรณีจ่ายโบนัสที่ไม่ตอบโจทย์ (น้อยกว่าคู่แข่งอย่าง SK Hynix และพนักงานไม่สามารถเลือกได้ว่าจะรับเป็นเงินสดหรือหุ้น) โดยทางสหภาพแรงงานได้ยกเลิกการประท้วงนัดหยุดงานเป็นเวลา 18 วันของพนักงานในสหภาพที่มีมากถึง 48,000 คนลงไปก่อน แต่จะมีการลงคะแนนเสียงจากการไกล่เกลี่ยของรัฐบาลเกาหลีใต้ในระหว่างวันที่ 22 ถึง 27 พฤษภาคม เกิดขึ้นตามมา
ข้อตกลงนี้ทำให้หุ้นของซัมซุงพุ่งขึ้น 8.5% ในวันพฤหัสบดี ขณะเดียวกันก็มีสื่อตะวันตกรายงานว่า การจ่ายโบนัสของ Samsung Electronics ให้กับพนักงานแผนก Memory chip ในครั้งนี้อาจทำให้พนักงานบางคนได้รับโบนัสเป็นตัวเลขสูงถึง 626 ล้านวอน (ประมาณ 13 ล้านบาท) เลยทีเดียว
สำหรับจุดเริ่มต้นของการประท้วงครั้งนี้มาจาก ความไม่พอใจที่พนักงานของ Samsung Electronics พบว่า บริษัทจ่ายโบนัสให้ตนเองน้อยหน้าคู่แข่งอย่าง SK Hynix โดยข้อมูลจากรอยเตอร์ระบุว่า พนักงานฝ่าย Memory Chip ของ Samsung จะได้รับโบนัสเป็นเงินสดคิดเป็น 50% ของเงินเดือนประจำปี พร้อมโบนัสพิเศษเพิ่มเติมที่ผูกกับกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจชิป โดยบริษัทจะกันกำไรประมาณ 10.5% มาใช้เป็นโบนัสในรูปแบบหุ้น (ในจำนวนนี้ 40% จะมอบให้กับฝ่ายธุรกิจชิปทั้งหมด และอีก 60% จะเป็นของฝ่ายผลิต Memory Chip)
แม้ว่าโบนัสที่พนักงาน Samsung บางคนอาจได้รับนั้นพบว่าสูงถึงราว 626 ล้านวอน (ประมาณ 13 ล้านบาท) แล้วก็ตาม (คิดจากฐานเงินเดือนที่ 80 ล้านวอน) แต่เมื่อพนักงานนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง SK Hynix ซึ่งระบุว่าจะให้โบนัสที่ 700 ล้านวอน หากบริษัทสามารถทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ (250 ล้านล้านวอน) ในปีนี้ และ SK Hynix ยังมีทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เนื่องจากเปิดให้พนักงานเลือกได้ว่าจะรับเป็นเงินสดหรือหุ้นด้วย จึงนำไปสู่ความไม่พอใจ และเป็นที่มาของการประท้วงจากสหภาพแรงงานดังที่ปรากฏ
โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีการประเมินว่า หากการประท้วงหยุดงานในครั้งนี้เกิดขึ้นอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมากถึง 1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 21,500 ล้านบาท เนื่องจากกระทบต่อการผลิตชิปหน่วยความจำ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก และความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้นถึง 100 ล้านล้านวอน หากการหยุดชะงักของการผลิตชิปทำให้ซัมซุงต้องทิ้งแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังผลิตอยู่
แม้ดีลนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ซัพพลายชิปโลกจะสะดุด แต่ในอีกทางหนึ่งก็สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน Samsung ออกมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ระหว่างพนักงานในแต่ละหน่วยธุรกิจ ซึ่งเริ่มสร้างความกังวลเรื่อง “การรักษาคนเก่ง” ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงกับคู่แข่งอย่าง SK Hynix ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดชิป AI และมีระบบโบนัสที่หลายคนมองว่าตอบโจทย์พนักงานมากกว่า Samsung
ข้อมูลจากรัฐบาลเกาหลีใต้ยังระบุด้วยว่า ปัจจุบัน Samsung Electronics มีส่วนแบ่งในการส่งออกของเกาหลีใต้คิดเป็น 22.8% อีกทั้งรายได้ของบริษัทยังมากถึง 12.5% ของ GDP ของประเทศอีกด้วย




