
ทีเอ็ม โรห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานบริษัท และหัวหน้าฝ่าย Device eXperience (DX) บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ในยุคที่ AI พัฒนาสู่การเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ อุปกรณ์มือถือจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มากที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล การกำหนดมาตรฐานใหม่ให้สมาร์ทโฟนจอพับได้ในวันนี้ คือการขับเคลื่อนประสบการณ์ระดับพรีเมียมไปอีกขั้น พร้อมทั้งพาผู้บริโภคเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความอัจฉริยะอย่างทั่วถึง”
ซัมซุงให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับอัตราส่วนหน้าจอของ The all-new Galaxy Z Fold8 ใหม่ว่า ออกแบบมาให้สอดรับกับพฤติกรรมการเปิดรับคอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่อพับหน้าจอ หน้าจอด้านนอกอัตราส่วน 10:16 ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและจับกระชับมือมากขึ้น และเมื่อกางหน้าจอออก หน้าจอหลักขนาดใหญ่อัตราส่วน 4:3 จะทำให้การเล่นเกมและการชมภาพยนตร์ทำได้เต็มอรรถรสมากขึ้น
ซัมซุงยังระบุด้วยว่า เทคโนโลยี Flex Titanium ช่วยให้ตัวเครื่องบางลง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการรองรับหน้าจอ ช่วยดูดซับแรงกดและแรงกระแทก ตลอดจนลดการมองเห็นรอยพับบนหน้าจอเมื่อระยะเวลาผ่านไป นอกจากนี้ โครงสร้างรูปแบบใหม่ดังกล่าวยังช่วยให้การเปิดใช้งานตัวเครื่องให้ดียิ่งขึ้นด้วย
เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ กลยุทธ์ขยาย Galaxy Ecosystem
นอกจากเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในตระกูลพับได้ไปแล้ว ซัมซุงยังร่วมมือกับแบรนด์แว่นตา Gentle Monster และ Warby Parker เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะออกมาด้วย โดยแว่นตารุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยาย Galaxy Ecosystem จากสมาร์ทโฟนไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ รองรับการใช้งานแบบแฮนด์ฟรีสำหรับการทำงาน และการเดินทาง
ด้านฮาร์ดแวร์ แว่นตาใช้ชิป Snapdragon AR1 Gen1 ของ Qualcomm มาพร้อมกล้องในตัวสำหรับรับข้อมูลจากสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น รองรับการประมวลผล AI แบบเรียลไทม์ การสั่งงานด้วยการสัมผัส และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นใน Galaxy Ecosystem ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ในส่วนของระบบเป็นการพัฒนาร่วมกันของซัมซุงและ Google โดยใช้แพลตฟอร์ม Android XR และมีการผสาน Gemini เข้ากับตัวแว่น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับ AI ผ่านคำสั่งเสียงและข้อมูลภาพจากกล้องได้โดยตรง โดยสิ่งที่ระบบทำได้มีตั้งแต่ การสรุปข้อความและอ่านข้อมูลสำคัญให้ผู้ใช้ฟัง, การแปลภาษาแบบเรียลไทม์, การแชร์ภาพสดจากมุมมองของผู้ใช้ระหว่างการสนทนา, การบันทึกภาพและข้อมูลจากมุมมองของผู้ใช้ เช่น การถ่ายภาพไวท์บอร์ดในห้องประชุม และส่งต่อไปยัง Samsung Note เป็นต้น
สุดท้ายกับการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 โดยชูจุดเด่นด้านการติดตามสุขภาพเชิงป้องกันด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพแบบต่อเนื่องจากเซ็นเซอร์ BioActive เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
ฟีเจอร์ด้านสุขภาพใหม่ของ Galaxy Watch ทั้งสองรุ่นครอบคลุมการติดตามสุขภาพ 4 ด้าน ได้แก่ การนอนหลับ การออกกำลังกาย สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโภชนาการ โดยสามารถตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ติดตามสัญญาณชีพระหว่างนอนหลับ ประเมินคะแนนสุขภาพหัวใจ วัดภาระการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ และสามารถประเมินดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Index) และระดับ AGEs ผ่านเซ็นเซอร์บนข้อมือ
Galaxy Watch Ultra2 ถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับผู้ใช้งานสายกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเพิ่มฟีเจอร์ติดตามการวิ่งเทรล การคำนวณการสูญเสียน้ำจากเหงื่อ และการแจ้งเตือนการดื่มน้ำ รองรับการดำน้ำด้วยมาตรฐาน IP69K, 10 ATM และ EN13319 พร้อมระบบบันทึกข้อมูลการดำน้ำแบบเรียลไทม์ เช่น ความลึก ระยะเวลา และอุณหภูมิน้ำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ 800 mAh หน้าจอความสว่างสูงสุด 5,000 นิต และตัวเรือนไทเทเนียม
ด้าน Galaxy Watch9 เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยออกแบบให้ติดตามข้อมูลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ตัวเรือนอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ใช้ชิป Snapdragon Wear Elite Platform เช่นเดียวกับรุ่น Ultra2 แบตเตอรี่ขนาด 390 mAh และหน้าจอความสว่างสูงสุด 3,000 นิต รองรับการติดตามการนอนหลับ การออกกำลังกาย ความเครียด และตัวชี้วัดสุขภาพส่วนบุคคลอื่น ๆ
Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 13 สิงหาคม 2569 ก่อนเริ่มวางจำหน่ายทั่วไปวันที่ 7 สิงหาคม โดย Galaxy Watch Ultra2 รุ่น LTE ราคา 25,900 บาท ส่วน Galaxy Watch9 รุ่น Bluetooth ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท และรุ่น LTE ราคาเริ่มต้น 13,900 บาท






