Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยโรงงานดังกล่าวสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” และมีเนื้อที่ราว 104 ไร่ โดยในช่วงเริ่มต้นพบว่า สามารถผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 100 คันต่อวัน และคาดว่าหากสามารถเดินหน้าผลิตได้อย่างเต็มกำลัง โรงงานแห่งนี้จะสามารถผลิตรถยนต์ได้ราว 80,000 คันต่อปี

คุณเฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International
คุณเฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวในงานแถลงข่าวว่า พิธีเปิดโรงงานดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก
สำหรับประเทศไทย Chery Group มีการดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, ตามด้วย CHERY และล่าสุดคือ LEPAS โดยคุณเฉินได้เผยถึงความแข็งแกร่งของ Chery Group ว่า มีเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน

โรงงานเฟสแรกของ Chery Group ในจังหวัดระยอง โดยมีพื้นที่รวม (ทั้งเฟส 1 และ 2) 104 ไร่
ส่วนในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 18 ประเทศ และในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ปี 2569 CHERY, OMODA & JAECOO สามารถคว้าอันดับ 1 ด้านยอดจองในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์สัญชาติจีนด้วย โดยมียอดจองอยู่ที่ 22,597 คัน
สำหรับโรงงาน NEV ในประเทศไทยพบว่า ได้เริ่มเข้าสู่ระยะการผลิตแล้ว โดยในแผนระยะ 5 ปี (2569–2573) Chery Group ตั้งเป้ากำลังการผลิตที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในภูมิภาค (ปัจจุบัน สามารถผลิตได้ 100 คันต่อวัน และมีพนักงานประมาณ 300 คน)
คุณเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สิ่งที่เราต้องการสื่อสารในประเทศไทยนั้นชัดเจน คือความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว เราไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติ ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย”
ท้ังนี้ แผนการดำเนินงานในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้ง 3 แบรนด์ โดย CHERY จะเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ BEV และ PHEV ขณะที่ OMODA & JAECOO จะเน้นสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ในด้านนวัตกรรม และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life”
บริษัทฯ ยังได้เผยว่ามีแผนจะขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมมีแผนพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง และมีการร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ AHRDA เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ โดยมีกำหนดลงนามความร่วมมือด้านทักษะ NEV ในเดือนพฤษภาคม 2569 รวมถึงการลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อสร้างบุคลากรให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทยต่อไป
สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกภายใต้แบรนด์ CHERY และ OMODA & JAECOO จะถูกส่งมอบให้แก่สภากาชาดไทยร่วมด้วย






