
คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA
NTT Data ยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบเปิดความท้าทายการใช้งาน AI สร้างการเติบโตขององค์กร หลังพบข้อมูลชี้ว่าองค์กรที่เป็นผู้นำด้าน AI มีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้มากกว่า 10% สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า และมีแนวโน้มรักษาอัตรากำไรในระดับ 15% ขึ้นไปได้สูงกว่า 3.6 เท่า โดยผู้บริหารเน้นว่าต้องเป็นการเติบโตภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม มีความปลอดภัย และมีธรรมาภิบาลที่เหมาะสม
คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า แม้องค์กรไทยจะเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่ยังคงเผชิญข้อจำกัดสำคัญในการขยายการใช้งานไปสู่ระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบไอทีแบบเดิม (Legacy Systems) โครงสร้างข้อมูลที่กระจัดกระจาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล และ AI
“ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใช้ AI อีกต่อไป แต่คือการขยายการใช้งาน AI ไปสู่ระดับองค์กร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้และยั่งยืน การทรานส์ฟอร์มที่ประสบความสำเร็จต้องตั้งอยู่บนรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยผสานเทคโนโลยี ข้อมูล และศักยภาพของบุคลากรเข้าด้วยกัน”
สำหรับ NTT DATA ผู้บริหารเผยว่า เน้นการขับเคลื่อน และทรานสฟอร์มองค์กรด้วยจุดแข็งด้านความสามารถแบบครบวงจร (Full-Stack Capabilities) ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ โมเดล AI โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยและธรรมาภิบาล โดยใช้แนวทาง “Agent First Strategy” และแพลตฟอร์ม “Agentic AI Factory” เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรม (industrialize) ขยายการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน
ผู้บริหาร NTT DATA ชี้ด้วยว่า ความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการอย่างครบวงจร ทั้งด้านการให้คำปรึกษา แอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงาน
นอกจากนั้น การพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) โดยเน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการใช้งาน AI ที่จะตามมานั่นเอง



