Homelive hookupคลิปไร้เสียง การเผชิญหน้าของ TikTok vs Universal Music

คลิปไร้เสียง การเผชิญหน้าของ TikTok vs Universal Music

แชร์ :

 

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

TikTok แพลตฟอร์มที่นิยามตัวเองว่าเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์กำลังเจอความท้าทายใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังคลิปหลาย ๆ คลิปถูกลบ “เสียง” หายไปเสียเฉย ๆ ซึ่งที่มาของเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ TikTok และ Universal Music Group (UMG) ไม่สามารถเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์การใช้เพลงได้ลงตัวนั่นเอง

เหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่ความไม่พอใจของผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาแฟนคลับของ Taylor Swift ศิลปินคนดังในสังกัด UMG ที่พวกเขาไม่สามารถใช้เพลงของเธอมาประกอบคลิปได้อีกต่อไป

จ่ายไม่เป็นธรรม จุดเริ่มต้นความไม่พอใจของ Universal Music

UMG อธิบายถึงที่มาของเหตุการณ์นี้ว่า มาจาก TikTok ที่อ้างว่ามีฐานผู้ใช้งานมากกว่าพันล้านคนทั่วโลก จ่ายค่าตอบแทนให้กับบริษัทในระดับที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เพื่อเข้าถึงคลังเพลงของทางค่าย (UMGใช้คำว่าเศษเสี้ยว) ซึ่ง UMG มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวคือการสร้างธุรกิจเกี่ยวกับดนตรี โดยที่ไม่จ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมต่ออุตสาหกรรมดนตรี และตัดสินใจยุติการอนุญาตให้ TikTok เข้าใช้คลังเพลงของบริษัทตั้งแต่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติมจากจดหมายเปิดผนึกของ UMG

พร้อมกันนี้ UMG ยังเรียกร้อง “ค่าตอบแทนที่เหมาะสมสําหรับศิลปินและนักแต่งเพลง” มากับจดหมายฉบับนี้ และขอให้แพลตฟอร์มปกป้องศิลปินจากการมาถึงของ AI รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยออนไลน์สําหรับผู้ใช้ TikTok ด้วย

TikTok กับการรับมือความผิดหวังของผู้ใช้งาน

เมื่อเพลงของศิลปินดังจำนวนมาก รวมถึง เพลงของ Taylor Swift ทั้งหมดจึงถูกลบออกจาก TikTok (มีการคาดการณ์ว่าคลิปที่ใช้เพลงของ Taylor ประกอบคลิปนั้นมีมากกว่า 2.5 ล้านคลิปบน TikTok เลยทีเดียว) ก็นำไปสู่ความไม่พอใจของผู้ใช้งาน TikTok โดยพวกเขามองว่า แพลตฟอร์มควรแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้

โดยในกรณีนี้ ได้มีครีเอเตอร์หัวใสบางคนทำเพลงคัฟเวอร์ของ Taylor Swift ออกมา และบอกว่า ผู้ใช้งาน TikTok สามารถมาใช้เพลงของตนเองได้เพื่อเป็นทางเลือกด้วย แต่เชื่อว่าในระยะยาว ไอเดียเหล่านี้ไม่สามารถเยียวยาความรู้สึกของผู้ใช้งานได้

ที่สำคัญ นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ UMG ออกโรง และลงดาบในประเด็นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดตายสำคัญของ TikTok เสียด้วย

Source

Source

Source

Source

 

 


แชร์ :

You may also like