Homehttps://www.brandbuffet.in.th/dating-app-geolocation/ถอดแนวคิด “Future-ready” จาก BRANDi เคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจฝ่าความท้าทาย “กำไรก็ได้ สังคมและสิ่งแวดล้อมก็ดี”

ถอดแนวคิด “Future-ready” จาก BRANDi เคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจฝ่าความท้าทาย “กำไรก็ได้ สังคมและสิ่งแวดล้อมก็ดี”


คุณปิยะชาติ อิศรภักดี CEO บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด

แม้หลายปีมานี้ธุรกิจจะตระหนักและหันมาดำเนินธุรกิจบน “ความยั่งยืน” (Sustainability) กันมากขึ้น แต่ถึงวันนี้การผลักดันเรื่องความยั่งยืนให้เกิดอิมแพคยังไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร สะท้อนได้จากทุกวันนี้อุณหภูมิโลกยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมยังมีต่อเนื่อง ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? แล้วในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนเช่นนี้ คำถามคือ ธุรกิจจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้องค์กรสามารถสร้างผลกำไร และให้คุณค่ากับสังคม รวมถึงสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน Brand Buffet พามาหาคำตอบเรื่องนี้กันชัดๆ จาก คุณปิยะชาติ อิศรภักดี CEO บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ธุรกิจยังมอง “กำไร” เป็นตัวนำ

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หากพูดถึงความยั่งยืน ยังเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และไม่คิดว่าจะสามารถทำได้จริง ทำให้ธุรกิจไม่ได้สนใจมากนัก แต่ปัจจุบันทุกธุรกิจมีความเข้าใจแนวคิดนี้มากขึ้น เพราะเห็นชัดแล้วว่าทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับทุกคนบนโลกใบนี้ หากสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่ได้ บริษัทก็อยู่รอดและเติบโตไม่ได้ จึงทำให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืนมากขึ้น แต่คุณปิยะชาติ ยอมรับว่า ปัจจุบันการผลักดันเรื่องความยั่งยืนยังก้าวไปได้ไม่มาก และอาจไม่ทันตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2030 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลไกของตลาด ทำให้คนทำธุรกิจยังมองเรื่องของ “กำไร” เป็นตัวนำ

“ระบบการเงินที่ผ่านมาโฟกัสเรื่องของการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) แต่ให้ความสำคัญกับการกระจายความมั่งคั่ง (Wealth Distribution) น้อยมาก เงินจึงไม่ถูกกระจาย และไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจ จึงเป็นการยืมอนาคตมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เกินตัว จนกลายเป็นปัญหาการเงินเรื้อรัง และถ้าแก้ไม่ถูกจุด ปัญหานี้ไม่มีทางหมดไป และจะเป็นตัวดึงการเจริญเติบโตของประเทศทั้งในเชิงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

คุณปิยะชาติ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับยอมรับว่า ความยั่งยืนจะเกิดไม่ได้ หากไม่มี “เงิน” หรือ “เศรษฐกิจ” ที่ดี เพราะคนต้องใช้เงินเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนประเทศจะลงทุนสิ่งใด ก็ต้องมั่นใจว่าสามารถหาเงินได้พอเมื่อเทียบกับรายจ่าย ขณะที่บริษัทก็ต้องเติบโตและมีกำไรเช่นกัน เพราะบริษัทมีการจ้างงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ถ้าบริษัทไม่แข็งแรง ครอบครัวของคนเหล่านั้นก็เดือดร้อน และจะส่งผลให้ บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา

Future-ready คำตอบของความยั่งยืนที่แท้จริง

ยิ่งในปัจจุบันโลกธุรกิจต้องเจอกับความเสี่ยงและความท้าทายใหม่ๆ มากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ภาวะโลกร้อน มลพิษ รวมไปถึงความไม่แน่นอนของทรัพยากรโลก การเข้ามาของเทคโนโลยี และภูมิศาสตร์ทางการเมือง ดังนั้น การจะสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงได้ จำเป็นต้องมี “Future-ready” หรือ “ความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น”

คุณปิยะชาติ บอกว่า ความท้าทายใหม่ๆ ที่องค์กรต้องเจอมากขึ้น จะทำให้โลกการเงินในยุคต่อไปเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ไม่ได้มองเงินเป็นเรื่องความมั่งคั่ง แต่เป็น “เครื่องมือ” ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนเงินไปช่วยจัดการปล่อยคาร์บอนให้ได้ หรือการเคลื่อนเงินไปช่วยคนในประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมไปถึงทำอย่างไรที่จะเคลื่อนเงินไปช่วยป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เขาบอกว่า การจะขับเคลื่อนเรื่อง Future-ready ได้ หัวใจสำคัญคือ ต้องเข้าใจปัญหา และเห็นภาพให้ครบ ทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน และโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวม จะมองแค่มุมใดมุมหนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นการแก้ปัญหาไม่สุด หรือแก้ปัญหาแบบทุบตัวตุ่น คือทุบตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่งก็มีปัญหา สุดท้ายปัญหาก็ไม่ได้ถูกแก้

เมื่อเห็นภาพครบแล้ว ขั้นต่อมาให้เริ่ม ปรับจุดยืนของแบรนด์ (Re-positioning) โดยเปลี่ยนจากการทำตามเทรนด์ (Capture Trend) มาเป็นการ Capture Value โดยนำเอกลักษณ์หรือจุดแข็งของตนเองหรือท้องถิ่นมาสร้างคุณค่าให้สังคมและโลกได้เห็น ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ธุรกิจมีความแข็งแรง แถมยังทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการปรับโมเดลของตลาด (Re-modeling) โดยเปลี่ยนจากการสร้างผลกำไร (Profitability Incentive) เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact Incentive) พร้อมกับ ปรับระบบของเศรษฐกิจ (Re-engineering) โดยเปลี่ยนจากการเติบโตโดยพึ่งพาทรัพยากร (Natural Resource-dependent Growth) เป็นการเติบโตโดยพึ่งพาทุนมนุษย์ (Human Capital-dependent Growth)

“ถ้าเรามีคนที่มีคุณภาพในประเทศเพิ่มขึ้น ปัญหาทั้งหมดจะถูกแก้ เราต้องหันกลับมาดูว่าทุนมนุษย์ของเรามีอะไรบ้าง เราเก่งอะไร หรือทำอะไรได้ดี และสร้างเศรษฐกิจจากตรงนั้น แล้วเราจะเป็นประเทศที่ภูมิใจในตัวเองและเป็นประเทศที่มีแต่จุดแข็งและจุดขายเต็มไปหมด”

ปั้น SDG Café สะท้อนความยั่งยืน

เพื่อให้เห็นภาพของการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และ Future-ready ชัดขึ้น แบรนดิ จึงเปิดตัว SDG Café by BRANDi ซึ่งเป็นคาเฟ่ต้นแบบแห่งแรกของโลกที่จะทำให้การพัฒนายั่งยืนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านเมนูเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจ และนักการตลาดได้เห็นภาพการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น

ในเบื้องต้นแบรนดิจับมือกับบาริสต้า ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน Thailand National Barista Championship พัฒนาเครื่องดื่มออกมา 3 เมนูแรกที่มีความเชื่อมโยงกับ SDG 17 ข้อ ประกอบด้วย Prosperitea, Cocoanity และ Envircoffee โดยในอนาคตมีแผนจะพัฒนาเมนูใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง


You may also like