Homehttps://www.brandbuffet.in.th/dating-apk-free/AWC ชูโมเดลสร้างเดสติเนชัน กางแผนลงทุน 5 ปี 1.26 แสนล้าน ธุรกิจโรงแรม-รีเทล มีที่ดินในมือเตรียมเปิดใหม่ 70 โครงการ   

AWC ชูโมเดลสร้างเดสติเนชัน กางแผนลงทุน 5 ปี 1.26 แสนล้าน ธุรกิจโรงแรม-รีเทล มีที่ดินในมือเตรียมเปิดใหม่ 70 โครงการ   

แชร์ :

“แอสเสท เวิรด์ คอร์ป”  หรือ AWC กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ในเครือ  TCC Group ที่ก่อตั้งโดย “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี”  เดินหน้าแผนลงทุนระยะยาว เตรียมพัฒนาโครงการใหม่ 70 โครงการ มีที่ดินในมือแล้ว 50 โครงการ อีก 20 โครงการอยู่ภายใต้สัญญาให้สิทธิลงทุนจากกลุ่ม TCC กระจายอยู่ในทำเล กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต ชะอำ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

กางแผน 5 ปีลงทุน 1.26 แสนล้าน

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2567-2571) ของ AWC วางแผนใช้ลงทุนกว่า 126,000 ล้านบาท มาจากการจัดหาเงินทุน (Debt Capacity) ของบริษัทฯ ได้โดยไม่ต้องทำการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น เพื่อเร่งขยายพอร์ททรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 เท่าตัว ภายใน 5 ปี ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย

รูปแบบการลงทุนเป็นการสร้าง  Destinations พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ระดับแฟลกชิป AWC’s Lifestyle & Workplace Destinations ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ของทั้ง โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ เข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งในด้าน Attraction, Food & Beverage และ Lifestyle Market ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก

โดยมีเมกะโปรเจกต์ สำคัญ ทั้งโรงแรมและรีเทล อาทิ  Weng Chinatown Destination (เวิ้งนาครเกษม) เริ่มเปิดจากอาคารริมถนนก่อน จากนั้นก่อสร้างส่วนใต้ดินที่จะเป็นรีเทลขนาดใหญ่ ถือเป็นศูนย์กลางไชน่าทาวน์ ใช้เวลา 5 ปี โครงการ Aquatique Destination พัทยา โครงการ Asiatique District ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโครงการ Lannatique Destination เชียงใหม่  

ปี 67 เปิดใหม่ 18 โครงการ “โรงแรม-รีเทล”

ในปี 2567 มีแผนเปิดให้บริการโครงการในทุกกลุ่มธุรกิจและอนุมัติการลงทุนใหม่กว่า 18 โครงการ รวมมูลค่า 36,000 ล้านบาท  

สำหรับธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ที่เปิดให้บริการในปี 2567 รวมมูลค่าโครงการ 19,000 ล้านบาท 

1. ธุรกิจโรงแรมและการบริการ 

– โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท กว่า 400 ห้อง มูลค่าลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท (เดิมคือ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว แบงค็อก วินด์เซอร์ ซอยสุขุมวิท 20  AWC ซื้อกิจการมาช่วงปลายปี 2564) ได้ปรับโฉมให้เป็นโรงแรมลักชัวรี ไมซ์ รองรับกลุ่มประชุมสัมมนาในกรุงเทพฯ

– โรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา จับกลุ่มครอบครัว และโรงแรมระดับลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์ กลางมืองพัทยา (ยังไม่เปิดเผยแบรนด์โรงแรม) อยู่ในโปรเจกต์ Aquatique

– การเปิดตัว The Journey of A River  by The Okura Prestige Bangkok ประสบการณ์รับประทานอาหารบนเรือหรู ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

2. กลุ่มอสังหาฯ 

– ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ อาทิ โครงการ EA Rooftop at The Empire จุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มบนรูฟทอปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ ประกอบไปด้วย EA Gallery แหล่งรวมร้านอาหารนานาชาติชั้นนำชมวิวกรุงเทพฯ EA CHEF’S TABLE แหล่งรวมร้านอาหารโดยเชฟระดับมิชลินสตาร์จำนวน 3 แห่ง และห้องอาหาร Nobu Bangkok แห่งแรกในประเทศไทย ห้องอาหาร Nobu ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก

– การเปิดโครงการ The Pantip Lifestyle Hub เชียงใหม่ เป็นการสร้างแลนด์มาร์ค ศูนย์รวม Food Lounge และแหล่งไลฟ์สไตล์สำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Lannatique จังหวัดเชียงใหม่

– การเปิดโครงการ AEC Food Wholesale  ประตูน้ำ (ศูนย์ค้าส่งธุรกิจอาหาร มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท) และการพัฒนาเพื่อเสริมจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ให้กับกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน

3. เปิดตัว 3 โปรเจกต์ใหม่ 

ในปี 2567 บอร์ดอนุมัติการลงทุน 3 โครงการใหม่บนพื้นที่ไพรม์โลเคชัน จุดหมายด้านการท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยจะทยอยเปิดภายใน 3-5 ปี รวมเงินลงทุน 17,000 ล้านบาท  

– การเข้าลงทุนในโครงการ “โอพี การ์เด้น ย่านบางรัก” เพื่อเชื่อมกับโครงการแฟลกชิป โรงแรม เดอะ พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา แบงคอก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งเสริมจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวริมสายน้ำ คาดว่าจะเปิดดำเนินการประมาณไตรมาสที่ 4 ปี 2570

โรงแรมลักชัวรี่และเวลเนส พื้นที่ถนนสุขุมวิท 38 (ทองหล่อ) มูลค่าลงทุน 3,000 ล้านบาท อยู่ในย่านไลฟ์สไตล์เทรนดี้ของกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาโครงการโรงแรมด้านเวลเนส คาดว่าจะเปิดดำเนินการประมาณไตรมาส 3 ในปี 2571

– การเข้าลงทุนเพิ่มในพื้นที่ช้างคลานใจกลางจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะได้รับการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Lannatique Destination” ระดับเมกะโปรเจกต์ในอนาคต แผนการลงทุน Lannatique ที่มีทั้งหมด 10 โปรเจกต์ บนพื้นที่ 100 ไร่ รวมมูลค่าลงทุน 30,000 ล้านบาท

ปัจจุบันใน Lannatique มี 3 เชนโรงแรม คือ แมริออท, อินเตอร์คอน, มีเลีย  เปิดให้บริการแล้ว หลังจากนี้จะมีโรงแรมเปิดให้บริการอีก 2 แห่ง คือ ติดกับแมริออท เป็นคอนเซ็ปต์จับกลุ่มครอบครัว และอีกแห่งติดกับ มีเลีย เป็นคอนเซ็ปต์โรงแรมที่มีสวนน้ำกลางเมือง เป็นรูปแบบไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เจาะกลุ่มครอบครัว

“แผนลงทุนระยะยาวของ AWC เป็นการสร้าง Destination ท่องเที่ยวให้ประเทศไทย แต่ละจุดหมายจึงดึงเชนโรงแรมระดับโลกเข้ามาให้บริการ เพื่อดึงฐานลูกค้าและดีมานด์เข้ามาในแหล่งท่องเที่ยว” 

ปี 66 โชว์นิวไฮ 

สำหรับผลประกอบการ ปี 2566 มีรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 19,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.9 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ตัวเลขสูงกว่าก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2562 รวมถึงมีผลการดำเนินงานทำ “นิวไฮ” สูงสุด 5 ด้าน

1.  กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดถึง 5,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2

2.  มีกำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) สูงถึง 10,639 ล้านบาท ตามงบการเงินซึ่งรวมมูลค่ายุติธรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยยังคงสามารถรักษาอัตราการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจตามงบการเงินได้อย่างสม่ำเสมอเฉลี่ย 4 ปีย้อนหลัง (2563-2566) อยู่ที่ร้อยละ 74 ต่อปี

3. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการสามารถสร้าง รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตสูงสุดที่ 3,658 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54.8

4. ธุรกิจโรงแรมมีรายได้เฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) เท่ากับ 5,661 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

5. สร้างการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินกว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วยทรัพย์สินดำเนินงานใหม่ประมาณ 6,000 ล้านบาท และโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติกว่า 14,000 ล้านบาท

– ทรัพย์สินดำเนินงานใหม่ 9 โครงการ ประกอบไปด้วยโรงแรม 3 แห่ง และห้องอาหาร 6 แห่ง เพื่อสร้างกระแสเงินสดและกำไรจากการดำเนินงาน

– ทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติให้ลงทุน อาทิ การลงทุนในโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก รวมมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ที่ 146,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2562 โดยคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงานอยู่ที่ 108,202 ล้านบาท

– สิ้นปี 2566 AWC มีจำนวนโรงแรมที่เปิดดำเนินการ 22 แห่ง รวมจำนวน 6,029 ห้อง และห้องอาหาร (Restaurant Outlet) อีกหลากหลายแห่งในโรงแรมและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like