Homehttps://www.brandbuffet.in.th/man-hunt-dating/เซ็นทรัล รีเทล โตฉลุย กวาดรายได้ไตรมาส1/66 ที่ 63,206 ล้านบาท กำไรพุ่ง 2,312 ล้านบาท 


เซ็นทรัล รีเทล โตฉลุย กวาดรายได้ไตรมาส1/66 ที่ 63,206 ล้านบาท กำไรพุ่ง 2,312 ล้านบาท 


แชร์ :

CRC RBS

เซ็นทรัล รีเทล เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 โกยรายได้  63,206 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,312 ล้านบาท ยอดเร่งปูพรม รีโนเวต  “ห้างเซ็นทรัล-โรบินสัน-ไทวัสดุ” ครอบคลุมทุกหัวมุมเมือง พร้อมส่ง “Go!” ลุยค้าปลีกเวียดนามต่อเนื่อง 5 สาขา ดันรายได้สิ้นปีโต 12-15% ตามเป้า

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า “ภาพรวมของเซ็นทรัล รีเทล มีการเติบโตแบบ Excellent Start ในทุกกลุ่มธุรกิจ และสร้างรายได้และกำไรเติบโตเกินกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 สำหรับในไตรมาส 1 มีรายได้รวมอยู่ที่ 63,206 ล้านบาท (+12% YoY) EBITDA 8,179 ล้านบาท (+24% YoY) และกำไรสุทธิ 2,312 ล้านบาท (+75% YoY) โดยยอดขายของกลุ่มแฟชั่นเติบโตถึง 30% กลุ่มฟู้ดเติบโต 9% และกลุ่มฮาร์ดไลน์ในประเทศไทยโตแบบสวนกระแสที่ 9% ทั้งหมดนี้จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถเติบโตในปี 2566 ตามเป้าที่ตั้งไว้ ด้วยรายได้เติบโต 12-15%”

สำหรับปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้เซ็นทรัล รีเทล เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดทั้งในไทยและต่างประเทศ มาจากความแข็งแกร่งของพอร์ตฟอลิโอที่มีความยืดหยุ่น และปรับตัวอยู่ตลอด รวมถึงการวางกลยุทธ์ที่เป็น Strategic move พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในช่วงโควิด-19 เดินหน้าปรับปรุงและพัฒนาห้างร้านต่างๆ ในเครือ รวมถึงยกระดับแพลตฟอร์ม Next-Gen Omnichannel ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น ทั้งหมดได้สร้างผลลัพธ์ให้เห็นอย่างชัดเจนในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ประกอบกับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคค้าปลีก-บริการ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันเพิ่มมากขึ้น โดยมีไฮไลท์ธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นในไตรมาส 1/2566 ดังนี้

 

คุณญนน์ โภคทรัพย์

คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ CRC

อัพเกรด “ห้างเซ็นทรัล-โรบินสัน” บุกเมืองท่องเที่ยว 

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ทั้งในด้านสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ และบริการแบบ Total Solution ที่รู้ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด พร้อมแผนที่จะขยาย รีโนเวท และอัพเกรดสาขาจากห้างโรบินสันให้เป็นห้างเซ็นทรัลตามความเหมาะสมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ หลังจากได้เห็นการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในสาขาเมกะบางนา และขอนแก่นที่ได้เปลี่ยนเป็นห้างเซ็นทรัลก่อนหน้านี้ ประกอบกับปัจจัยบวกจากภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้ธุรกิจแฟชั่นในไทยและอิตาลีมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดอยู่ที่ 30% และยังทำให้กลุ่มห้างสรรพสินค้ากลับมาคึกคักเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะห้างในหัวเมืองหลักที่เป็นย่านท่องเที่ยวและมีครบทุกความต้องการของลูกค้า อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน ในจังหวัดภูเก็ต ห้างเซ็นทรัลพัทยา ห้างเซ็นทรัลสาขาชิดลม และเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นชาวรัสเซีย จีน มิดเดิลอีสต์ ยุโรป และซาอุดิอาระเบีย ตามลำดับ สร้างยอดขายทัวริสต์ให้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 เพิ่มขึ้นเกือบ 200% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 (ก่อนการระบาดของโควิด-19) 

ปัจจุบันมีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสันรวมกันทั้งสิ้น 75 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนที่จะเปิดอีก 2 สาขาภายในปีนี้   เบื้องต้นในไตรมาส 3 ของปีนี้จะเตรียมเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุด โรบินสันไลฟ์สไตล์ เจ้าฟ้า จังหวัดภูเก็ต เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สำหรับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ถือเป็นผู้นำศูนย์การค้าที่ครอบคลุมจังหวัดมากที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 27 สาขา ครอบคลุม 25 จังหวัดทั่วไทย โดยในไตรมาส 1 มีรายได้จากค่าเช่าและบริการทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 24% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ในปี 2565 รวมทั้งยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฟื้นตัวกลับมาเกือบ 100% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

 

ส่ง “ไทวัสดุ” ขยายสาขาลุยกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์เบอร์ 2 ของไทย

ขณะที่ ไทวัสดุ ในกลุ่มฮาร์ดไลน์เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง แม้ดำเนินธุรกิจมาเพียง 12 ปี โดยปัจจุบันไทวัสดุได้ก้าวสู่อันดับ 2 ในกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ของไทย และสามารถสร้างผลงานเติบโตโดดเด่นสวนกระแสในไตรมาสที่ 1/2566 นี้ แม้ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและ DIY ชะลอตัว โดยมียอดขายเติบโต 15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ในปี 2565 และยังมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 

โดยปัจจุบัน ไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม มีสาขาทั่วประเทศถึง 74 สาขา ครอบคลุม 43 จังหวัด และมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 10 สาขาในปีนี้ ภายใต้ร้านค้า 2 ฟอร์แมทหลัก คือ ไทวัสดุ และไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม (ไฮบริด ฟอร์แมท) ทำให้ฐานลูกค้าของไทวัสดุเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นประจำกว่า 1 ล้านรายต่อเดือน พร้อมเสริมแกร่งด้วยแอปพลิเคชันไทวัสดุและบริการออมนิแชแนลครบวงจรของ

ขณะที่ “ท็อปส์” จะเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ One Brand ที่รวมทุกโมเดลเข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์ “Tops” พร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ “Every Day DISCOVERY ค้นพบทุกวันที่ไม่ธรรมดา” โดยสามารถสร้างยอดขายเติบโตในไตรมาส 1 อยู่ที่ 16% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ในปี 2565 พร้อมทั้งมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 15 สาขาในปีนี้ และพัฒนาแพลตฟอร์มออมนิแชแนลให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบ 360 องศา

 

CRC HARDLINE

ปูพรม GO! ทะยานบุกเวียดนามเพิ่ม 5 สาขา

ในประเทศเวียดนาม ธุรกิจเซ็นทรัล รีเทล เติบโตต่อเนื่อง โดยต่อยอดความแข็งแกร่งจาก 2 โมเดลหลัก คือ ศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ที่ได้รับการปรับปรุงและยกระดับให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทำให้ยอดทราฟฟิกของผู้บริโภค และยอด Occupancy ของร้านค้าเช่าเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน GO! ได้รับการรีแบรนด์จากบิ๊กซีเกือบครบ 100% และมีสาขารวมทั้งสิ้น 39 สาขา ครอบคลุม 29 จังหวัด จากทั้งหมด 63 จังหวัดในเวียดนาม รวมถึง Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพทั้งอาหารสดและแฟชั่นในราคาที่คุ้มค่า เพื่อมอบไลฟ์สไตล์ทันสมัยให้แก่ผู้คนในชานเมืองเวียดนาม ก็ยังคงเร่งเครื่องขยายสาขาเข้าถึงทุกชุมชน ทุกกลุ่มลูกค้า โดยปัจจุบัน Mini go! มีทั้งสิ้น 5 สาขา และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 5-7 สาขาภายในปีนี้

“หลังจากการสร้างผลงานแบบ Excellent Start ในไตรมาส 1/2566 ของเซ็นทรัล รีเทล ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้เราสามารถปิดปี 2566 ตามเป้าที่ตั้งไว้ ด้วยรายได้เติบโต 12-15% โดยเซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างระมัดระวัง และขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนและโตไปด้วยกัน (Inclusive Growth) พร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็น Green & Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกต้นแบบด้านความยั่งยืนรายแรกของเอเชีย” นายญนน์ กล่าวปิดท้าย

 

อ่านเพิ่มเติม

10 ปี เซ็นทรัล ใน “เวียดนาม” ประเทศที่เป็นทั้ง Red Ocean และ Blue Ocean กับเป้าหมาย 1.5 แสนล้าน ภายใน 5 ปี


แชร์ :

You may also like