HomeSponsored“อุษณา มหากิจศิริ’ กับการปั้นอาณาจักรอสังหาฯ ภายใต้ The Nest Property 5 โครงการมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท

“อุษณา มหากิจศิริ’ กับการปั้นอาณาจักรอสังหาฯ ภายใต้ The Nest Property 5 โครงการมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท

“อุษณา มหากิจศิริ' ผู้บริหาร The Nest Property 5 โครงการอสังหาฯ มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท

แชร์ :

 

Santos Or Jaune

“มหากิจศิริ” หนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีเมืองไทยติดอันดับนิตยสาร Forbes เจ้าของอาณาจักรแสนล้าน “พีเอ็ม กรุ๊ป” (PM Group) ไม่ได้มีเพียง “เนสกาแฟ” ที่เรารู้จักกันดี  แต่ธุรกิจหลักอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ อาหารและเครื่องดื่ม

นับจากจุดเริ่มต้นโรงงานผลิตกาแฟ ภายใต้บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ในปี 2516 ต่อมาอาณาจักร พีเอ็ม กรุ๊ป ได้ขยายกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และไลฟ์สไตล์ โดยมี ทายาทรุ่น 2 “มหากิจศิริ” เข้ามารับไม้ต่อจากรุ่นพ่อ ขยายกิจการ พีเอ็ม กรุ๊ป ในบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันตามความชอบของแต่ละคน

และได้ขยายพอร์ตโฟลิโอสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ก่อตั้งบริษัท The Nest Property ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีคุณอุษณา มหากิจศิริ (ทายาทคนสุดท้อง) เป็นหัวเรือใหญ่ ดูแลอสังหาฯ ควบคู่ไปกับธุรกิจไลฟ์สไตล์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเชนร้านอาหารดัง “พิซซ่าฮัท” ที่ซื้อสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์บริหารต่อจาก “ยัม เรสเทอรองตส์” ในปี 2559  นำเชนร้านอาหารจานด่วนสไตล์เม็กซิกัน “ทาโก้เบลล์”  และ “ปิแอร์ แอร์เม่” มาการองแบรนด์ดังจากฝรั่งเศส มาเปิดในประเทศไทย

แจ้งเกิดคอนโด The Nest 

หลังจบการศึกษาด้านการบริหารจัดการจาก Boston University สหรัฐอเมริกา และปริญญาโท สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศศินทร์)  คุณอุษณา เริ่มทำงานด้านวิเคราะห์การเงินในสถาบันมอร์แกน สแตนลีย์ ฮ่องกง จากนั้นเป็นนักวิเคราะห์หุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) รวมทั้งยังทำงานด้านนักวิชาการพาณิชย์ในกระทรวงพาณิชย์ ก่อนกลับมาดูแลธุรกิจครอบครัว ในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

โดยเริ่มขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอสังหาฯ ของพีเอ็ม กรุ๊ป จากสนามกอล์ฟและโรงแรม โดย The Nest Property แตกไลน์สู่กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย สร้างจุดต่างด้วยกลยุทธ์ “เรียบหรู พรีเมียม ดูดี มีสไตล์ ในราคาที่จับต้องได้” เน้นพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยใจกลางเมือง ทำเลการเดินทางสะดวก ในย่านธุรกิจการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ

ประเดิมเปิดตัวแบรนด์ The Nest (เดอะเนสท์) ในปี 2556 ปักหมุดยึดทำเลทองย่านเพลินจิต กับโครงการแรกคอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 64 ยูนิต มูลค่าลงทุน 700 ล้านบาท เจาะกลุ่ม Middle Management ทำงานย่านชิดลม เพลินจิต ที่ต้องการคอนโดเป็นบ้านหลังที่สองและกลุ่มนักลงทุน ด้วยทำเลศักยภาพและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน  The Nest เพลินจิต” Sold out  ตามเป้าหมาย

ยึดทำเลย่านธุรกิจ ชูจุดเด่นโลว์ไรส์ใกล้รถไฟฟ้า-ทางด่วน

หลังโครงการแรก The Nest เพลินจิต ไปได้สวย คุณอุษณา เปิดโปรเจกต์ต่อมา ด้วยมูลค่ามากขึ้นกับ The Nest สุขุมวิท 22 ที่ยังเป็นรูปแบบโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 316 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและพร้อมพงษ์  และรถไฟฟ้า MRT ศูนย์สิริกิติ์และสุขุมวิท จุดเด่นให้พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และสวนสวย มีมุมนั่งเล่นแบบ Grass House

และเปิดโครงการต่อเนื่องกับ The Nest สุขุมวิท 64 อาคารโลว์ไรส์ 8 ชั้น มี 3 อาคาร จำนวน 439 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท เป็นทำเล Eastern Center Business District (ECBD) ย่านเศรษฐกิจเติบโตสูงและเป็นอีกทำเลยอดนิยมกลุ่มดีเวลลอปเปอร์ โครงการชูจุดขายการออกแบบภายใต้แนวคิด Finest Nature Reflection บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถีและอุดมสุข

ตามด้วยโครงการ The Nest สุขุมวิท 71 ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ อาคารโลว์ไรส์  8 ชั้น จำนวน  5 อาคาร คลับเฮาส์ 2 ชั้น 1 อาคาร รวม 515 ยูนิต  มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ชูดีไซน์ตัวอาคารเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลางจัดมาให้เต็ม ๆ กว่า 1 ไร่ เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS และทางด่วน

โปรเจกต์บนทำเลทอง The Nest จุฬา-สามย่าน เนื้อที่ 2.4 ไร่  ยังคงคอนเซ็ปต์อาคารโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 332 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ทำเลใจกลางเมืองจุดเชื่อมย่านเศรษฐกิจเก่าเยาวราชกับย่านเศรษฐกิจใหม่สีลม แวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน สถานศึกษา ศูนย์การค้าดัง จุดเด่นเป็นโครงการบนที่ดิน “ฟรีโฮลด์”  ตั้งอยู่ในซอยจินดาถวิลตรงข้ามสามย่านมิตรทาวน์

ลักษณะการวางตำแหน่งอาคาร The Nest จุฬา-สามย่าน เป็นรูปตัว U ล้อมสวนส่วนกลางอยู่ด้านใน เพื่อให้ความร่มรื่นเป็นส่วนตัว การออกแบบห้องชุดโดดเด่นด้วยการยกเอา Walk-in Closet และ เตียง Day bed มาไว้ในห้อง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายเพราะอยู่ใกล้ย่านสถานศึกษาชั้นนำ นอกจากนี้ยังสามารถเจาะกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยเดิมในพื้นที่ซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลาน กลุ่มคนทำงานในสามย่าน พระราม 4 และกลุ่มนักลงทุน เป็นโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก

ปัจจุบันโครงการ The Nest สุขุมวิท 22, The Nest สุขุมวิท 71, The Nest สุขุมวิท 64 สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ส่วน The Nest จุฬา-สามย่าน คาดก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปี 2565

กลยุทธ์การพัฒนาคอนโด The Nest มุ่งตอบโจทย์การอยู่อาศัยย่านธุรกิจสำคัญ ด้วยทำเลการเดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และทางขึ้นทางด่วน เป็นคอนโดโลว์ไรส์มีจำนวน 100-500 ยูนิต ต่อโครงการพร้อมพื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น ทันสมัย และมีความเป็นส่วนตัว การออกแบบฟังก์ชันห้องชุดสไตล์รีสอร์ท เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรียบหรู พรีเมี่ยม ดูทันสมัย มีสไตล์โดดเด่นในทุกโครงการ การันตีด้วยรางวัล Thailand Property Awards อีกจุดเด่นคือ “ราคาคุ้มค่า” จับต้องได้แม้อยู่ในทำเลใจกลางเมือง เฉลี่ยที่ 2-4 ล้านบาท

จากจุดเด่นทำเลอยู่ในย่านธุรกิจ จึงมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลากหลาย ทั้งคนทำงานในเมืองที่มองหาบ้านหลังที่สอง คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตในเมืองมีความเป็นตัวของตัวเอง และกลุ่มนักลงทุนปล่อยเช่า

จับมือยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่นบุกบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ Aerie

หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์พัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมาแล้ว 5 โครงการ มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท คุณอุษณา มองโอกาสขยายตลาดในกลุ่มแนวราบที่ยังมีทิศทางเติบโต โดยนำ The Nest Property จับมือยักษ์ใหญ่ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของญี่ปุ่น  Kanden Realty Development (KRD) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์  อันดับ 1 ของญี่ปุ่น (Kansai Electric Power)

ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ในปีนี้ เตรียมเปิดตัวแนวราบ บ้านเดี่ยว 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ใหม่  Aerie มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท บนทำเลที่มีผลตอบรับดีที่สุดในกรุงเทพฯ อย่าง ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา (ตัดใหม่) เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยตอกย้ำจุดเด่นเดิมคือ สะดวกต่อการเดินทาง เชื่อมต่อย่านธุรกิจหลัก (CBD) ของเมือง ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยและตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง

การจับมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น Kanden Realty Development บุกตลาดอสังหาฯ แนวราบในปีนี้ เพราะเห็นสัญญาณการกลับมาฟื้นตัวหลังอสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุดของสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้วในปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนการผ่อนคลายมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) ซึ่งมีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565  รวมทั้งนโยบายเปิดประเทศฟื้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุค New Normal และ Work From Home ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ทำให้ที่อยู่อาศัยกลุ่มแนวราบยังมีดีมานด์สูงและเติบโตได้ดี  จึงมั่นใจในการเข้ามาบุกตลาดบ้านเดี่ยวในปีนี้  จากเคล็ดลับความสำเร็จในการพัฒนาคอนโดมากว่า 10 ปี จะเป็นกลยุทธ์หลักนำมาต่อยอดสู่โปรดักท์แนวราบ ไม่ว่าจะเป็นความเรียบหรู มีสไตล์ ทำเลคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอกย้ำพันธกิจของ  The Nest Property ที่ต้องการ “สร้างที่อยู่อาศัยแบบมีสไตล์ ในราคาที่โดนใจ”


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม