HomeBrand Move !!“เซ็นทรัล” ลุยร้านสินค้าจิปาถะ “go! WOW” ราคาเริ่มต้น 5 บาท ท้าชน “MR.D.I.Y.” – ใช้จิตวิทยาผู้บริโภค กระตุ้นให้ซื้อ

“เซ็นทรัล” ลุยร้านสินค้าจิปาถะ “go! WOW” ราคาเริ่มต้น 5 บาท ท้าชน “MR.D.I.Y.” – ใช้จิตวิทยาผู้บริโภค กระตุ้นให้ซื้อ

แชร์ :

ในช่วงกว่า 20 ปีที่แล้ว ธุรกิจค้าปลีกในไทย มีการแบ่งออกเป็น 6 เซ็กเมนต์ ประกอบด้วย

Santos Or Jaune

1. ห้างสรรพสินค้า (Department Store)

2. ซูเปอร์มาร์เก็ต

3. ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store)

4. เชนร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เน้นความครบวงจรและราคา (Category Killer) ในเซ็กเมนต์นี้ยังแยกย่อยเป็นหลายประเภท เช่น เชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์, เชนร้านหนังสือ-เครื่องเขียน และสินค้าไลฟ์สไตล์, ร้านเครื่องกีฬา, เชนศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน

5. เชนร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) แบ่งเป็นหลายประเภท เช่น Health & Beauty Store, Pet Shop

6. ไฮเปอร์มาร์เก็ต/ซูเปอร์สโตร์

ขณะที่ทุกวันนี้ตลาดค้าปลีกกลายเป็น Fragment แยกย่อยมากมายตามโอกาสธุรกิจใหม่ และไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันได้เข้าสู่ยุค Retail Tech และ Data-driven มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ และฐานข้อมูลลูกค้า มาใช้ในการเข้าถึงผู้บริโภคแบบ Personalization เช่น VR ต่อยอดเป็น Virtual Shopping, Gamification สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งได้ความสนุกไปด้วย และพัฒนาโมเดล Omni-channel หรือ O2O เชื่อมต่อระหว่างออฟไลน์ และออนไลน์ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับ “กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น” ในฐานะที่เป็น Conglomerate ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ในไทย หากเล็งเห็นว่ามีโอกาสใหม่เกิดขึ้น อีกทั้งตลาดนั้นๆ มี Market Size ขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มจะขยายได้มากขึ้น จะปั้นโมเดลค้าปลีกแบรนด์ใหม่ เพิ่มเข้าไปใน Business Portfolio เพื่อเข้าไปจับโอกาสในตลาดค้าปลีกนั้น

อย่างปัจจุบัน “ร้านค้าปลีกสินค้าจิปาถะ” เกี่ยวกับการอยู่อาศัย เพื่อตกแต่งบ้าน – จัดเก็บบ้าน – ซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน ที่จำหน่ายสินค้าในราคาจับต้องได้ เป็นร้านค้าปลีกที่กำลังเติบโต ตอบรับกับเทรนด์ Home Nesting บ้านคือทุกอย่างของการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่การพักผ่อนหลับนอนเท่านั้น ทำให้หลายคนหันมาตกแต่ง – จัดเก็บบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

Home Decorating

Credit Photo : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

ดังจะเห็นได้จากทุกวันนี้เมื่อคนอยู่กับบ้านมากขึ้น ก็อยากเนรมิตบ้านให้สวยงาม น่าอยู่ และตอบโจทย์การทำกิจกรรมหลากหลายได้ ทำให้คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น YouTube เกี่ยวกับการจัดเก็บบ้าน – ออกแบบตกแต่งบ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามมา

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ “บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตัดสินใจเปิดตัวธุรกิจใหม่ ภายใต้ชื่อgo! WOW (โก! ว้าว)” วาไรตี้สโตร์จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน ซ่อมแซมบ้าน รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 14,000 รายการ ราคาสินค้าเริ่มต้น 5 บาท

นอกจากเครือเซ็นทรัล รีเทลบุกตลาดนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งเชนที่มาแรงคือ “MR.D.I.Y.(มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.) ผู้ให้บริการค้าปลีก Home Improvement รายใหญ่ที่สุดจากมาเลเซีย เข้ามาทำตลาดในไทย ถึงวันนี้มีกว่า 400 สาขา และยังคงขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคไทยทั่วประเทศ

go! WOW_Central Retail Corporation

ภายในร้าน go! WOW

 

เทรนด์ “Home Nesting” เนรมิตบ้านเป็นที่ทำงาน – ห้องเรียน – คาเฟ่ ดันค้าปลีก Home Improvement โตรับยุค Work From Home

ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ทำให้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้นิยามของ “บ้าน” เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยเอาไว้พักผ่อน แต่ยังเป็นสถานที่ทำงาน, ห้องเรียน, คาเฟ่ขนาดย่อม, โรงหนังขนาดเล็ก, พื้นที่ห้องครัวถูกใช้งานอย่างเต็มที่ มีอุปกรณ์เครื่องครัวครบครัน

เรียกว่าเป็นเทรนด์ Home Nesting” เมื่อบ้านกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของการใช้ชีวิต ทำให้ผู้คนหันมาสนใจปรับปรุง – ตกแต่งบ้านมากขึ้น เพื่อเนรมิตให้บ้าน และบรรยากาศทั้งภายนอก-ภายในให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และสามารถทำได้หลายกิจกรรม

นี่จึงทำให้ตลาดค้าปลีกเกี่ยวกับ Home Improvement, เชนค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน และร้านวาไรตี้สโตร์ กลายเป็นค้าปลีกที่ตอบรับกับ Demand ผู้บริโภคที่อยากซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัยในช่วงเวลาที่ตัวเองและครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน

Drip Coffee

Credit Photo : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

 

“ราคาถูก สินค้าหลากหลายประเภท” เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภคกระตุ้นการซื้อ แค่เข้ามาดู ก็ได้ของติดมือกลับบ้าน!

อันที่จริงคนไทยคุ้นเคยกับร้านขายสินค้าจิปาถะ หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดในราคาย่อมเยามานานแล้ว เช่น ร้าน Daiso เป็นคอนเซ็ปต์ร้าน 100 เยน ขายสินค้าราคาเริ่มต้น 100 เยน เมื่อมาเปิดในไทยเป็นร้าน 60 บาท ราคาสินค้าเริ่มต้น 60 ซึ่งในเวลาต่อมาเกิดเชนร้าน 60 บาทมากมาย หรือบางร้านตั้งราคาเริ่มต้นถูกกว่านั้น หรือสูงกว่านั้น

สินค้าในร้าน นอกจากราคาเข้าถึงง่ายแล้ว ยังเน้นความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ของใช้ภายในบ้าน, ของใช้ในชีวิตประจำวัน, ของตกแต่งบ้าน, เครื่องครัว, เครื่องเขียน, เครื่องสำอาง, สินค้าไลฟ์สไตล์หมวดหมู่ต่างๆ ไปจนถึงอุปกรณ์ทำสวน

หรือเมื่อหลายปีก่อนมีการขยายตัวของ “ร้าน 20 บาท” อย่างแพร่หลาย คอนเซ็ปต์ของร้านประเภทนี้ คือ สินค้าทุกอย่างราคา 20 บาท ขณะที่โลเคชั่นการเปิดร้าน เปิดตามแหล่งชุมชน ที่พักอาศัย และสินค้าเน้นไปทางของใช้ภายในบ้าน และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ทิชชู่, ตะกร้า, เครื่องครัว, เครื่องเขียน ฯลฯ

รวมถึงร้านสินค้าจิปาถะด้านที่อยู่อาศัย อย่าง “MR.D.I.Y.(มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.) และล่าสุด go! WOW (โก! ว้าว)” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ก็ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และ “ความหลากหลายของประเภทสินค้า” เป็นแม่เหล็กดึงลูกค้า

MR.D.I.Y.

ร้าน MR.D.I.Y.

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ร้านขายสินค้าจิปาถะสามารถดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาช้อป คือ

1. การตั้งราคาเข้าถึงง่าย

2. ความหลากหลายของประเภทสินค้า

เป็นการใช้จิตวิทยาผู้บริโภค มากระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อเมื่อเข้ามาใช้บริการที่ร้าน เพราะการตั้งราคาเริ่มต้นไม่ถึง 10 บาท ไปจนถึงหลักสิบ หลักร้อย ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย ประกอบกับสินค้าหลากหลายประเภท ดึงความสนใจของผู้บริโภคในการมาใช้บริการที่ร้านได้ครบในที่เดียว

ถึงแม้ผู้บริโภคจะไม่ได้ตั้งใจ หรือไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาซื้อสินค้าที่ร้านเบ็ดเตล็ดก็ตาม แต่เมื่อได้เข้ามาที่ร้านแล้ว เห็นราคา และความหลากหลายของสินค้า โดยเฉพาะที่เป็นเชนร้านเบ็ดเตล็ดรายใหญ่ มีจุดเด่นทั้งความครบวงจรของหมวดหมู่สินค้า, ดีไซน์สินค้า, บรรยากาศการตกแต่งร้าน และการออกแบบโซนสินค้า ยิ่งทำให้ผู้บริโภค “ใช้เวลา” อยู่ในร้านนานขึ้น เดินดูสินค้าเพลินๆ

เมื่ออยู่ในร้านนานขึ้น ย่อมกระตุ้นให้เกิด “การใช้จ่าย” ซื้อสินค้าติดไม้ติดมือกลับไป ขณะเดียวกันด้วยราคาย่อมเยา หลากหลาย และมีสินค้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความถี่การกลับมาใช้บริการที่ร้าน

MR.D.I.Y.

ภายในร้าน MR.D.I.Y.

 

เซ็นทรัล ต่อยอด “ไทวัสดุ บ้านแอนด์บียอนด์” สู่เชนร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด “go! WOW” ราคาเริ่มต้น 5 บาท!

หลังจาก “บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด” ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกตลาด Home Improvement และศูนย์รวมสินค้าก่อสร้างมาหลายปี ภายใต้แบรนด์ ไทวัสดุ, บีเอ็นบี โฮม (เดิมเป็นชื่อบ้านแอนด์บียอนด์), ออโต้วัน และวีฟิกซ์ ล่าสุดได้ปั้นเชนร้านค้าปลีกสินค้าจิปาถะ ในชื่อแบรนด์ “go! WOW (โก! ว้าว) วาไรตี้สโตร์ จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ของใช้ภายในบ้าน และของใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 14,000 รายการ ในราคาเริ่มต้น 5 บาท ภายใต้สโลแกน “ของใช้น่าช้อป ใครๆ ก็ โก! ว้าว”

คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์  ประธานรรมการบริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด บริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยถึงการเปิดตัวธุรกิจใหม่ร้าน go! WOW ว่า ซีอาร์ซี ไทวัสดุ เริ่มต้นมาจากธุรกิจสินค้าเพื่อบ้านไม่ว่าจะเป็นไทวัสดุ หรือ บีเอ็นบี โฮม (บ้านแอนด์บียอนด์ เดิม) สินค้าของเราต้องบอกว่าแทบจะครอบคลุมทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ้าน ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง ปรับปรุงซ่อมแซม จนถึงการตกแต่งบ้าน ที่เราคัดสรรสินค้าเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจร แต่เรายังไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ด้วยกระแสสินค้า Home Convenient กำลังมาแรง

“เราจึงคิดต่อยอดว่า ในเมื่อเราทำธุรกิจสินค้าเพื่อบ้านแล้ว  มีสินค้าอะไรที่คนเราต้องซื้อเข้าบ้าน ซื้อได้บ่อยๆ ทุกเพศทุกวัย ในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นก็คือ สินค้าเบ็ดเตล็ด จึงเป็นที่มาของร้าน go! WOW สินค้าที่มีคุณภาพ เติมเต็มความต้องการถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจมาซื้อ แต่ถ้าหากได้แวะ go! WOW แล้ว น่าจะต้องว้าวกับราคาสินค้าที่เริ่มต้นเพียง 5 บาท  จนได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไป”

go! WOW_Central Retail Corporation

ร้าน go! WOW

ร้าน go! WOW มาพร้อมสีสันสีแดงสะดุดตา และชื่อที่สั้นกระชับ จดจำง่าย มีไลน์สินค้ากว่า 14,000 รายการ แบ่งแยกตามหมวดหมู่ ดังนี้

– เครื่องเขียน-งานฝีมือ

– เสริมความงาม

– ไฟฟ้า-แสงสว่าง

– ของแต่งบ้าน

– ของขวัญ

– ทำความสะอาด-ซักรีด

– เครื่องมือช่าง

– อุปกรณ์ห้องน้ำ

– ของเล่น

– อุปกรณ์จัดเก็บ

– ประดับยนต์

– จัดแต่งสวน

– อุปกรณ์กีฬา

– เครื่องครัว

– ไอที

– ท่องเที่ยว-เดินทาง

go! WOW_Central Retail Corporation

ปัจจุบัน go! WOW เปิดให้บริการแล้วจำนวน 14 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ชั้น 3 , เซ็นทรัลพลาซา บางนา ชั้น 5, โรบินสัน ลาดกระบัง ชั้น 2,  บ้านแอนด์บียอนด์ ราชพฤกษ์ ชั้น 1, อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ชั้น 3, ซีคอนสแควร์​ ศรีนครินทร์ ชั้น B, บิ๊กซี สุขาภิบาล3 ชั้น 1, เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา ชั้น 1, บ้านแอนด์บียอนด์ เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 1, บ้านแอนด์บียอนด์ ขอนแก่น ชั้น 1, เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา ชั้น 1, โรบินสัน สุพรรณบุรี ชั้น 1, โรบินสัน บ่อวิน ชั้นใต้ดิน และ โรบินสัน ศรีราชา ชั้น 4 พร้อมทั้งเร่งขยายอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ทั่วประเทศ

“เราเชื่อว่า go! WOW จะเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค  ด้วยเพราะเรามีจุดเด่นในเรื่องราคาสินค้าที่ถูกที่สุดที่เริ่มต้นเพียง 5 บาทเท่านั้น อีกทั้งเรายังได้เปรียบในการบริหารจัดการสั่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาต้นทุนที่ต่ำ ถือเป็นจุดแข็ง และจุดเด่นของซีอาร์ซี ไทวัสดุ และยังสามารถสะสมคะแนน The 1 ได้อีกด้วย มั่นใจได้ว่านอกจากจะได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกสนาน ละลานตาไปกับสินค้าที่หลากหลายแล้ว ยังได้สินค้าในราคาที่ถูกที่สุดกลับไปอย่างแน่นอน

go! WOW_Central Retail Corporation

go! WOW_Central Retail Corporation_K.Suthisarn Chirathivat

คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์  ประธานรรมการบริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด บริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล

 

MR.D.I.Y. เร่งขยายสาขา 500 แห่งในไทย เตรียมเปิด Flagship Store

หลังจากเชนผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่ง และซ่อมแซมบ้านรายใหญ่จากประเทศมาเลเซีย “MR.D.I.Y.(มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.) ซึ่งมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 1,800 สาขา เข้ามาสร้างฐานตลาดในไทยครบ 6 ปีเต็ม ได้เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง และนำเสนอสินค้าครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องมือช่าง, เครื่องใช้ภายในครัวเรือน, อุปกรณ์ประดับยนต์, อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ อีกหลายรายการ

ปัจจุบันธุรกิจ “MR.D.I.Y.ในไทย มีสาขากว่า 400 สาขา และตั้งเป้าในปี 2565 จะขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศให้ครบ หรือมากกว่า 524 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการขยายสาขาดังกล่าวจะทำให้ไทยมีสาขามากสุดรองจากประเทศมาเลเซีย โดยสาขาทั้งหมดที่เปิดให้บริการในไทย อยู่ในต่างจังหวัด 58% และกรุงเทพฯ 42%

โมเดลสาขาในไทยมี 2 รูปแบบคือ ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า และ Stand Alone เฉลี่ยพื้นที่ 800 – 1,000 ตารางเมตร ขณะเดียวกันก็เตรียมเปิด Flagship Store สาขาแรกในช่วงกลางปีที่จะมีขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้นรองรับความต้องการของตลาดและสินค้าในกลุ่มตกแต่งบ้านที่มีมากถึง 10 หมวดหมู่  18,000 รายการ

MR.D.I.Y.

ร้าน MR.D.I.Y.

Flagship Store จะถูกออกแบบในคอนเซ็ปต์ที่เรียบง่าย พร้อมการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น และทางเดินที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย” คุณแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงการเปิดสาขารูปแบบใหม่

การขยายสาขา เป็นกลยุทธ์สำคัญของ MR.D.I.Y. เพื่อครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่มหลักคือ

1. กลุ่มนักเรียน นักศึกษาอายุตั้งแต่ 18 – 20 ปี

2. กลุ่มเพิ่งเริ่มทำงาน อายุตั้งแต่ อายุ 20-25 ปี

3. กลุ่มพ่อบ้าน อายุ 35-45 ปี

4. กลุ่มแม่บ้าน อายุ 35-45 ปี

5. กลุ่มวัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป

MR.D.I.Y.

“แม้ขณะนี้สถานการณ์ COVID-19 ยังแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย แต่ MR.D.I.Y. ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดในไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีการเติบโตทุกปี โดยสินค้าที่เราจำหน่ายมีครบครัน มีมากกว่า 18,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกระดับ ในราคาที่จับต้องได้

MR.D.I.Y. ยังคงให้ความสำคัญและมุ่งมั่นกับการทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการจ้างงานมากกว่า 2,000 อัตรา และมีแผนจะเพิ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งในช่วง 2 ปีที่เกิด COVID-19 บริษัทฯ พบว่า ยอดการใช้จ่ายต่อคนนั้นไม่ได้ลดลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 150 – 170 บาทต่อคนต่อรอบบิล” คุณแอนดี้ ชิน สรุปทิ้งท้ายถึงตลาดไทยเป็นหนึ่งใน Strategic Market

MR.D.I.Y.

MR.D.I.Y.

คุณแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม