Home Insight 10 เทรนด์ “ดีไซน์แพคเกจจิ้ง” ปี 2022 “สุขอนามัย – บรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน” มาแรง

10 เทรนด์ “ดีไซน์แพคเกจจิ้ง” ปี 2022 “สุขอนามัย – บรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน” มาแรง

packaging design trends 2022

เพราะ “บรรจุภัณฑ์” หรือ “แพคเกจจิ้ง” นอกจากจะทำหน้าที่ห่อหุ้มสินค้าข้างในไม่ให้เกิดความเสียหายแล้ว ยังเป็นเครื่องมือการตลาดสำคัญที่จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้ การทำแพคเกจจิ้งจึงเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก หากออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสร้างสรรค์ สวยงาม สะดุดตา ก็สามารถจะดึงดูดใจผู้บริโภคให้หยิบและเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

คุณแชมป์ – สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยฝีมือระดับโลก และเจ้าของบริษัท Prompt Design จึงสรุปเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้งที่น่าจับตาในปี 2022 เพื่อให้แบรนด์ นักการตลาด และผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจและคว้าโอกาสกับเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

1.Hygienext สุขอนามัย

จากการที่ทุกคนต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกมุ่งเน้นความสะอาดมากขึ้น ความปลอดภัยจะมาเป็นอันดับต้นๆ จึงเกิดเทรนด์  “HYGIENEXT” นี้ขึ้นมา หลายๆ แบรนด์จำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนบรรจุภัณฑ์มาใส่สินค้าของตนเองให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อจะตอบสนองเทรนด์นี้ ซึ่งในต่างประเทศก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่จะมี Platform หรือ Technology มาช่วยตรงนี้เพิ่มขึ้นอีก ตัวอย่างเช่น บริษัท Daymark สร้างตราสัญลักษณ์แปะสินค้าที่บ่งบอกความปลอดภัย และใช้เทคโนโลยี บ่งบอกว่าสินค้ายังไม่ถูกแกะออกระหว่างทาง สิ่งต่างๆ เหล่านี้แสดงถึงความปลอดภัยของสินค้า หรือ แม้กระทั่ง DS smith X Touchguard antimicrobial เป็นการรวมกันของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีพื้นผิวที่ปลอดภัย มาจับมือกันเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้

2.Trawell การท่องเที่ยวที่สดใส

เมื่อประเทศเริ่มเปิด โควิดสายพันธุ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย คนอยากออกไปผจญภัยในที่ต่างๆ มากขึ้น แนวโน้มการท่องเที่ยวค่อยๆ เริ่มกลับมา ทำให้คนเริ่มค้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการเดินทางมากขึ้น เทรนด์นี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 24% จากปีที่แล้ว โดยมีการค้นหาสินค้ายาสีฟัน กระเป๋าแต่งหน้า กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง สำหรับการเดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หรือแม้กระทั้งในปี 2021 นั้นคำว่า “การเดินทาง” เป็นเทรนด์ที่ค้นหากันมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนถึง 3 เท่าตัว ซึ่งในมุมมองของสินค้าและบรรจุภัณฑ์นั้น สินค้าที่อำนวยความสะดวกระหว่างไปเที่ยว เช่น พวก Travel Set, Travel Pack และกลุ่มสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ประเภทของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ของชำร่วย จะโตขึ้นและคือคำตอบอย่างแน่นอน

3.Greener Future อนาคตบรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน

ภาพจาก facebook : promptdesign

แบรนด์ระดับโลกกำลังตอบสนองเทรนด์เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” อย่างเข้มข้น ผู้ค้าปลีก และบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค มีการกำหนด Roadmap เพื่อพาแบรนด์ของตนเองเดินทางไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์ต่อเนื่องมา 2 ปีติดต่อกันอย่างเข้มข้นแล้ว ถ้าผู้ประกอบการไม่เกาะเทรนด์นี้ไว้ อาจตกขบวนในไม่ช้า เพราะเทรนด์นี้กำลังจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่บังคับทุกๆ สินค้าจะต้องทำ โดยการทำ Green Packaging มีเทคนิคสำคัญ 4 ข้อ คือ ลดวัสดุ และทำให้น้ำหนักเบาขึ้น ออกแบบให้รีไซเคิลได้ ใช้วัสดุเดียวที่ไม่ใช่มัลติเลเยอร์ และใช้วัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเรื่องของการลดวัสดุ เช่น น้ำดื่ม C2 No Label เป็นน้ำดื่มไร้ฉลากของไทย ที่คว้ารางวัลมา 8 รางวัลโลก ชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในโลกอยู่

4.E-Commerce Packaging ลงลึกเรื่อง E-commerce

ปีที่แล้วถือว่าเทรนด์ E-Commerce มาแรงมากๆ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Unboxing Experience หรือ Packaging Orders มีการพูดถึงกันในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชี่ยลมีเดีย ขนาดว่ายอดรวมคนดูคลิปใน Tiktok เรื่องนี้ รวมกันถึง 1.5 พันล้านวิวเลยทีเดียว และเทรนด์นี้ยังคงแรงต่อเนื่อง การที่จะแพ็คของจีบลูกค้าแบบนี้นั้น จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องการใส่ใจรายละเอียดในทุกๆ ส่วนเวลาแพ็ค เพื่อให้ผู้บริโภครู้ถึงความตั้งใจและพิถีพิถันของเจ้าของแบรนด์ อาจจะใช้อุปกรณ์ต่างๆ ช่วย เช่น สติกเกอร์ เทปกาวสวยๆ กล่องลังสวยๆ ไปจนถึงกระดาษห่อ และการ์ดสวยๆ เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ประทับใจให้กับลูกค้าเมื่อแรกเห็น

5.Viral Packaging บรรจุภัณฑ์จับกระแส

heinz mars edition

แม้ว่าเทรนด์นี้ยังไม่ค่อยเกิดขึ้นในไทย แต่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เนื่องจากพวกเรามักจะเสพแบรนด์เมืองนอกในการทำ Viral ผ่านบรรจุภัณฑ์ เช่น ซอส Heinz ออกรุ่น Marz Edition, Nissin ออกน้ำซุปใส่โซดา หรือ โค้ก เอาขยะพลาสติกมาทำเป็นขวดโค้ก ทั้งหมดนี้เป็นการผลิตจริง แต่ทำออกมาจำนวนไม่มาก เน้นการใส่ไอเดียสร้างสรรค์ลงไปแรงๆ เพื่อต้องการจับกระแสในโลกโซเชียลในวงกว้างระดับ Global Scale ซึ่งต่างประเทศทำไอเดียเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ แบรนด์คนไทยก็ควรหันมาทำเรื่องแบบนี้กันมากขึ้น

6.Less is More เรียบๆ สิดี

ยังคงเป็นเทรนด์ที่มาอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ตัวอย่างชัดเจน เช่น ไอโฟน ไอพอด เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่มีการ “ลดทอน” หรือ “ตัดทอน” สิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือเฉพาะสาระสำคัญ เทรนด์นี้ยังคงเป็นสิ่งที่โลกมองหาอยู่ หลายๆ สาขาด้านความคิดสร้างสรรค์ก็ได้รับอิทธิพลจากเทรนด์ Less is more เหมือนกัน ไม่เว้นแม้แต่ด้านบรรจุภัณฑ์ เช่น แคลเซียมบำรุงกระดูกของ บี.โอ.แคล ที่ลดทอนและสื่อสารเฉพาะสิ่งที่สำคัญเท่านั้น

7.Smart and Connected Packaging สมาร์ทแพคเกจจิ้ง

เทรนด์นี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนกระโจนเข้าสู่โลกออนไลน์ รวมทั้งบทบาทของเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น ดังนั้น การทำให้บรรจุภัณฑ์เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีจะแบ่งได้เป็น 2 แกน คือ 1. Active Type เทคโนโลยีที่มาใส่บรรจุภัณฑ์จะสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ด้านในได้ เช่น การวัดอุณหภูมิความชื้นภายในตัวสินค้า หรือ บ่งบอกย้ำเตือนวันหมดอายุแบบแสดงผลเรียลไทม์ 2.Connected Type เป็นการเชื่อมโยงกับมือถือเป็นตัวกลาง เช่น การเช็คสต็อก การตรวจสอบสถานะต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมการขายของแบรนด์ สร้าง Brand Story และ Brand Purpose เพื่อเสริมประสบการณ์ผู้ใช้

8.Diversity & Inclusive Design / Design for Good บรรจุภัณฑ์สร้างสังคมดี

เทรนด์ที่จะเห็นเพิ่มเติมในปีนี้คือ บรรจุภัณฑ์ที่เน้นถึงความหลากหลายของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ ความทุพพลภาพ เชื้อชาติ เพศ อายุ ความเท่าเทียม แม้ว่าความหลากหลายและการรวมไว้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้นมีมาระยะหนึ่งแล้ว  เช่น Sure และ Olay ออกโรลออน และครีม เพื่อคนพิการ หรือแม้กระทั่ง Pepsi ทำ Limited Edition กระป๋องเพื่อเป็นตัวแทนการเชิดชูฮีโร่ Frontline ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นต้น ต่อไปจะเริ่มเห็นว่ามันซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะด้วยค่านิยม Diversity & Inclusion จะดำเนินต่อไปตามแนวโน้มของความยั่งยืนและความเท่าเทียมของมนุษย์

Unilever-Degree Inclusive

9.Becomes The Canvas บรรจุภัณฑ์คือ ผืนผ้าใบ

บรรจุภัณฑ์ถูกมองว่าเป็นผืนผ้าใบสำหรับงานศิลปะการออกแบบ โดยพบว่ามีแบรนด์จำนวนมากที่ใช้กราฟิกและภาพประกอบที่ใหญ่ขึ้น และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้น และสร้างความโดดเด่นทั้งบนชั้นวาง และที่สำคัญใน Digital Shelf เนื่องจาก Instagram และ TikTok กลายเป็นหน้าต่างร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์มากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเห็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กราฟิกที่ชาญฉลาดและสะดุดตา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ที่น่าจดจำมากขึ้น เช่น แบรนด์นม Milgrad’s ของประเทศรัสเซีย ที่ทำเป็นรูปแมว ซึ่งเป็นที่โด่งดังในประเทศจีนมาก

10.Storyselling บรรจุภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราว

เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้กลายเป็นอุปกรณ์บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง จะเป็นสิ่งที่เห็นมากขึ้น แต่การ Telling Story แบบเดิมนั้นอาจไม่เพียงพอ เพราะเดิมจะเล่าเรื่องราวในมุมตัวเองเป็นที่ตั้ง เราต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์การขายของ หรือ Selling เข้าไป ด้วยแสวงหาวิธีการออกแบบที่แปลกๆใหม่ๆ เพื่อสร้างความดึงดูดใจให้ผู้บริโภค และกระตุ้นความต้องการเค้าให้ได้ เช่น Thai Wisdom Rice เป็นข้าวที่เล่าถึงแหล่งที่มากว่าจะได้ข้าวสักเมล็ด และ Horror Ray เป็นไฟฉาย ที่ใช้เรื่องราวสยองขวัญและพิธีกรรมพิเศษในการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นซึ่งดึงดูดใจโดยเฉพาะนักตั้งแคมป์รุ่นเยาว์

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม