HomeBrand Move !!ทำไม Metaverse ของ Facebook ถึงมีโอกาส “แป้ก” สูง

ทำไม Metaverse ของ Facebook ถึงมีโอกาส “แป้ก” สูง

แชร์ :

mark zuck metaverse

ในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ คำว่า Metaverse กลายเป็นที่กล่าวถึงของแบรนด์จำนวนมาก และหลายแบรนด์ต่างก็พยายามนำเสนอมุมมองของตนเองเกี่ยวกับโลก Metaverse กันอย่างกว้างขวาง

Santos Or Jaune

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ทำให้คำว่า Metaverse กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างคือซีอีโอคนดังอย่าง “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” โดยปัจจุบันเขายังได้เปลี่ยนชื่อบริษัทที่เขาก่อตั้งจาก Facebook เป็น Meta ไปแล้วเรียบร้อย

แต่นอกจากการทำให้คำว่า “Metaverse” กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกแล้ว การเปิดประเด็นเรื่อง Metaverse ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็นำไปสู่อีกหลายคำถามตามมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของรูปแบบการใช้งาน Metaverse ที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สัญญาว่ามันจะเป็นโลกที่มนุษย์สามารถทำสิ่งต่าง ๆ อย่างที่เคยจิตนาการเอาไว้ได้ทั้งหมด

ตัวอย่างที่ Meta (หรือ Facebook) ยกให้ดูก็คือคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเล่นหมากรุกกับตัวโฮโลแกรม หรือใช้โฮโลแกรมเข้าไปดูคอนเสิร์ต – ประชุม ฯลฯ ซึ่งเพื่อให้คำสัญญานี้มีความมุ่งมั่นมากขึ้น ทางบริษัทยังมีแผนจ้างพนักงานเพิ่มหมื่นตำแหน่งในยุโรป รวมถึงประกาศว่าจะใช้เงิน 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐในการลงทุนพัฒนา Reality Labs ด้วย

อย่างไรก็ดี Metaverse ยังไม่มีคำจำกัดความที่แน่นอน และทุกแบรนด์ที่มองว่ามันคืออนาคต ก็กำลังพัฒนา Metaverse ในแนวทางที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม หรือทำให้เข้าทางกับธุรกิจของตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงมีนักวิเคราะห์หลายคนที่มองว่า อนาคต Metaverse อาจจะไม่ได้สดใสอย่างที่คิดฝันกันไว้ก็ได้

หนึ่งในนั้นคือ ความเห็นจาก Scott Galloway ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย the New York University ที่มองว่า บางทีมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อาจไม่ใช่คนที่เหมาะสมจะเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องนี้ ที่สำคัญ นี่อาจทำให้ Metaverse กลายเป็นหายนะของ Meta (หรือ Facebook) แทนที่จะเป็นโอกาส โดยเขาชี้จุดอ่อนของ Metaverse เวอร์ชัน 2021 เอาไว้ 3 ประเด็น นั่นคือ

mark zuck facebook meta reality labs

1. ไอเดียของคำว่า Metaverse

การที่หลายคน รวมถึง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เองก็บอกว่า Metaverse คือพื้นที่ที่เราสามารถหาเพื่อน พักผ่อน ทำธุรกิจ ฯลฯ ออนไลน์ได้ แต่การจะสร้าง Metaverse ให้สำเร็จในสเกลนั้น ไม่อาจทำได้ด้วยตัวคนเดียว หรือบริษัท ๆ เดียว แต่ทุก ๆ บริษัทต้องลงมาพัฒนาร่วมกัน และเป็นการพัฒนาบนแพลตฟอร์มแบบเปิด ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่มีการร่วมมือพัฒนาในลักษณะดังกล่าว

2. การทำให้ทุกอย่างทำงาน – แชร์ระหว่างกันได้ เช่น สามารถนำสิ่งหนึ่งจาก Metaverse ข้ามไปยังอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้ ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีแพลตฟอร์มกลางไว้สำหรับทำงานร่วมกัน

3. ต้องทำเงินได้ เช่น อาจมีการนำ NFT หรือ Crypto เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้เทรดกันได้เป็นสินทรัพย์บนนั้น หรือหากเรามีการซื้อกระเป๋าแบรนด์ลักชัวรี่สักยี่ห้อหนึ่ง ตัวอวาตาร์ของเราบน Metaverse ก็ควรจะมีกระเป๋านั้น ๆ ถือด้วย โดย Scott Galloway บอกว่า ข้อนี้คือปกตินิสัยของมนุษย์ ที่มักอยากอวดทรัพย์สิน หรือคอนเน็คชั่นของตัวเอง แม้จะอัปเลเวลไปอยู่บนโลกเสมือนจริงแล้วก็ตาม

อุปกรณ์ที่ใช่สำหรับ Metaverse (ก็) ยังไม่ถือกำเนิด

mark zuckerberg

สิ่งที่ Scott วิเคราะห์ต่อไปว่า Metaverse ในความคิดของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กจะไม่ประสบความสำเร็จ ก็คือการเข้าสู่ Metaverse ผ่านเทคโนโลยี AR หรือ VR โดยเขาชี้ว่า การที่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กบอกให้ทุกคนลองจินตนาการถึงเพื่อนที่ส่งข้อความมาหาเราโดยบอกว่า ตัวเพื่อนนั้นอยู่ในคอนเสิร์ต ขณะที่ตัวเราที่อยู่ที่โรงเรียน แล้วเราก็หยิบ Oculus ออกมาสวม จากนั้นก็สนุกไปพร้อมกับเพื่อนได้นั้น มันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

ประการแรก แว่น Oculus ไม่ใช่อุปกรณ์ Wearable ที่เราจะพกพาไปไหนด้วยได้อย่างสะดวก เว้นแต่ว่าภายใน 5 – 6 ปีหลังจากนี้ เขาจะพัฒนามันจนมีขนาดเล็กกว่านี้สักสิบเท่า หรือทำให้มันดูเท่ห์เสียจนใครต่อใครก็อยากจะพกมันติดตัว แต่ถ้าทำไม่ได้ดังนั้น สิ่งที่เขาพูดในวันนี้ จะไม่มีทางเป็นจริงได้เลย

ประการที่สองคือ ความคุ้นเคยในการใช้งานอุปกรณ์ โดยหากมองไปทาง Apple คู่รักคู่แค้นของ Meta สิ่งที่ Apple มีเหนือกว่าคือแบรนด์ทางด้านฮาร์ดแวร์อย่าง AirPods และ iPhone ที่มีแฟนคลับทั่วโลก และทำยอดขายได้เป็นจำนวนมาก (ปี 2020 บริษัท Apple ขาย AirPods ได้ 110 ล้านชิ้น ขณะที่ Facebook ขาย Oculus ได้ 2 – 3 ล้านชิ้นต่อปี) และผู้ใช้ AirPods หลายคน สวมมันไว้กับหู แม้ไม่ได้ใช้งานหรือฟังเพลงใด ๆ ซึ่งนี่คือจุดที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กยังทำไม่ได้กับอุปกรณ์ Oculus ของเขา

ด้วยเหตุนี้ เส้นทางไปสู่ Metaverse ผ่านทาง AR หรือ VR ในมุมของ Apple จึงค่อนข้างมีความเป็นไปได้กว่า

Scott ยังทิ้งท้ายด้วยว่า ไม่แน่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเอ่ยถึง Metaverse ของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก อาจเป็นการทำให้ทุกคนมีเรื่องใหม่ ๆ ให้พูดถึงกันในรอบหลายเดือนแทนที่จะให้ความสนใจกับประเด็นข้อมูลภายในของ Facebook ที่รั่วไหลก็เป็นได้

Metaverse “ไม่เกิด” จนกว่า Apple จะเข้าร่วม

อีกหนึ่งการฟันธงที่น่าเจ็บปวดมาจากยักษ์ใหญ่ของโลกการเงิน โดย Morgan Stanley ออกมาชี้ว่า Apple คือคนที่กุมกุญแจประตูทางเข้า Metaverse เอาไว้ ไม่ใช่ Meta หรือ Alphabet โดยนักวิเคราะห์อย่าง Katy Huberty และ Erik Woodring ให้ความเห็นไว้ว่า Ecosystem นี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ Apple เข้ามาร่วมเล่นด้วย

“Apple มีจุดแข็งอย่างมากข้อหนึ่งคือ มีความอดทนอย่างยิ่งต่อการเข้าตลาดใหม่ ๆ แม้จะเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้าก็ตาม และนั่นทำให้ iPhone ประสบความสำเร็จอย่างมากมาแล้วเมื่อในอดีต กับการเปิดตัวในปี 2007 และทำให้คู่แข่งอย่าง Nokia, BlackBerry ล้มหายไปในเวลาไม่นาน”

“แม้ในตอนนี้ Apple จะยังไม่มีตัวตนในตลาด AR/VR แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีการพัฒนาอุปกรณ์ใด ๆ”

Source

Source


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม