HomeBrand Move !!โควิดฉุดยอดขาย MK งวด 9 เดือน ขาดทุน 268 ล้าน ลุ้นไตรมาส 4 พลิกกำไร

โควิดฉุดยอดขาย MK งวด 9 เดือน ขาดทุน 268 ล้าน ลุ้นไตรมาส 4 พลิกกำไร

แชร์ :


สถานการณ์โควิด-19 ไตรมาส 3 ปีนี้ ระบาดรุนแรง มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ภาครัฐออกมาตรการล็อกดาวน์เข้มหลายพื้นที่ กระทบธุรกิจร้านอาหาร จากมาตรการห้ามนั่งทานในร้าน ฉุดรายได้ร่วงระนาว

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M มีร้านอาหาร 3 แบรนด์หลัก คือ เอ็มเคสุกี้ ยาโยอิ และแหลมเจริญ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการ 1,937 ล้านบาท ลดลง 1,825 ล้านบาท หรือ -48.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในหลายพื้นที่ ทำให้ภาครัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมาควบคุมการแพร่ระบาด

โดยมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ การสั่งปิดร้านอาหาร ห้ามนั่งรับประทานในร้าน ให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้านและจัดส่งเท่านั้น การจำกัดจำนวนที่นั่งในร้าน การจำกัดเวลาเปิดดำเนินการ เป็นต้น มาตรการต่างๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายและบริการของเอ็มเคอย่างมาก

Santos Or Jaune

จากปัจจัยลบผลกระทบโควิด ทำให้ไตรมาส 3 ปี 2564 เอ็มเค มีผลขาดทุน 257 ล้านบาท หรือ -155.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่มีกำไร 465 ล้านบาท

ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 7,999 ล้านบาท หรือ -22.1% โดยขาดทุน 268 ล้านบาท หรือ -148% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 558 ล้านบาท

หากดูโครงสร้างรายได้เอ็มเค แยกตามแบรนด์ แบ่งได้ดังนี้ เอ็มเค 74% ยาโยอิ 19% แหลมเจริญ 5% อื่นๆ 2% จำนวนสาขา ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 ร้านเอ็มเค สุกี้ 445 สาขา ยาโยอิ 186 สาขา และ แหลมเจริญ 29 สาขา

ย้อนดู 2 ปีโควิดฉุด ‘เอ็มเค’ รายได้ร่วง

ปี 2563
– ไตรมาส 1 รายได้ 3,795 ล้านบาท ลดลง 12.8% กำไรสุทธิ 340 ล้านบาท
– ไตรมาส 2 รายได้ 2,163 ล้านบาท ลดลง 51.6% ขาดทุน 247 ล้านบาท
– ไตรมาส 3 รายได้ 3,799 ล้านบาท ลดลง 7.4% กำไรสุทธิ 465 ล้านบาท
– ไตรมาส 4 รายได้ 3,604 ล้านบาท ลดลง 19.6% กำไรสุทธิ 349 ล้านบาท

ปี 2564
– ไตรมาส 1 รายได้ 3,116 ล้านบาท ลดลง 17.9% กำไรสุทธิ 89 ล้านบาท
– ไตรมาส 2 รายได้ 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% ขาดทุน 99 ล้านบาท
– ไตรมาส 3 รายได้ 1,937 ล้านบาท ลดลง 48.1% ขาดทุน 257 ล้านบาท

ย้อนดูรายได้ ‘เอ็มเค’ ก่อนโควิด

– ปี 2561 รายได้ 17,233 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,573 ล้านบาท
– ปี 2562 รายได้ 17,870 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,603 ล้านบาท
– ปี 2563 รายได้ 13,655 ล้านบาท กำไรสุทธิ 907 ล้านบาท
– ปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) รายได้ 7,745 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 268 ล้านบาท

โบรกฯมองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ลุ้นไตรมาส 4 พลิกกำไร

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินผลประกอบการของ M ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3 ปี 2564 ไปแล้วและจะทยอยฟื้นตัวได้รายไตรมาสจากนี้ แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 คาดพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง หลังรัฐผ่อนคลายมาตรการให้รับประทานในร้าน และขยายระยะเวลาการเปิดร้าน การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยหนุนรายได้สาขาที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ประเมินไตรมาส 4 ปี 2564 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้

แนวโน้ม ปี 2565 คาดผลประกอบการ M จะฟื้นตัวได้ชัดเจนหลังปัจจัยกดดันต่างๆ คลี่คลายมากขึ้น คนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการกลับมาขยายสาขาตามแผนได้อีกครั้ง คงประมาณการกำไรปกติ ปี 2565 ที่ 1,670 ล้านบาท เป็นระดับกำไรที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอยู่ราว 36%


บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) สรุปไตรมาส 3 ปีนี้ M ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวด กระทบสาขาร้านอาหารที่มีอยู่ 80% มองว่า M ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3 ไปแล้ว คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ ภายหลังกลับมา Reopen เปิดให้บริการได้ครบทุกสาขาอีกครั้งและถือเป็นการฟื้นตัวได้ดี เบื้องต้นคาดกำไร ไตรมาส 4 ปีนี้อาจฟื้นแรงส่รูะดับ 300-400 ล้านบาท และน่าจะฟื้นต่อเนื่องไปในปี 2565 ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีการระบาดระลอกใหม่จนต้องกลับไปล็อกดาวน์อีก

โดยเอ็มเค มีแผนกลับมาเปิดสาขาอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ เปิด 18 สาขา ซึ่งเป็นสาขาที่เตรียมการไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้า ฟินันเซียยังคงประมาณการกำไรสุทธิของเอ็มเค ในปี 2564 อยู่ที่ 113 ล้านบาท (ลดลงจากปี 2563 ที่ 907 ล้านบาท) และ ปี 2565 กำไรกลับมาเติบโตเป็น 2,250 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองผลประกอบการ M ไตรมาส 3 ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว คาดกำไร ไตรมาส 4 ปีนี้ฟื้นตัวใกล้เคียงกับปีก่อนที่ราว 320-350 ล้านบาท จากแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเก่าและแผนการกลับมาเร่งเปิดสาขาใหม่

สำหรับปี 2565 คาดเอ็มเค มีกำไรสุทธิฟื้นตัวเด่นอยู่ที่ราว 2,000 ล้านบาท จากกำลังซื้อฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการกลับมาเปิดสาขาต่อเนื่อง โดยเชื่อว่ากำไรสุทธิจะกลับไปใกล้เคียงระดับก่อนโควิดได้ในปี 2566 นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะได้รับเงินปันผลจากกำไรสะสม ถ้าผลประกอบการปี 2564 ออกมาเป็นกำไร


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม