‘อาร์เอส’ ปิดดีลเข้าถือหุ้น ‘สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง’ 675 ล้าน คว้าใบอนุญาตสกัดและผลิตสินค้ากัญชงกัญชา

เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ RS

ประกาศแผนลงทุนไว้แล้วตั้งแต่ต้นปีว่ามีดีล M&A 2 ดีล ขนาด 1,000 ล้านบาท เพื่อมาต่อยอดธุรกิจเดิม ภายใต้กลยุทธ์ Entertainmerce เพื่อเป้าหมายรายได้ 10,000 ล้าน ล่าสุด RS ปิดดีลถือหุ้น “สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง” 33% บริษัทวิจัยพัฒนาและผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ มูลค่าลงทุน 675 ล้านบาท พร้อมถือใบอนุญาตในการสกัดและผลิตสินค้ากัญชง-กัญชา

- Advertisement -

หลังจากภาครัฐปลดล็อกพืชเศรษฐกิจใหม่ “กัญชง-กัญชา” ที่มีมูลค่านับ “แสนล้านบาท” เป็นตลาดที่เติบโตทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกา คาดว่าปี 2564 วัตถุดิบกัญชงจะมีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากแปรรูปเป็นสินค้ามูลค่าต้องคูณไปอีก 5-10 เท่า

ปี 2564 “อาร์เอส” จึงประกาศแผนธุรกิจ CBD Roadmap เริ่มจากกลุ่ม Food Supplement และเครื่องดื่ม ที่จะทยอยเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านสินค้า 3 แบรนด์หลัก S.O.M. (เอสโอเอ็ม), well u และ CAMU C

คุณสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามิน เติบโตมาต่อเนื่อง ในปี 2563 มีมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดส่งออกสมุนไพรไทยได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเติบโตสูงเช่นกัน ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 80,000 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยเติบโตตามไปด้วย

ขณะที่ธุรกิจคอมเมิร์ซของ อาร์เอส กรุ๊ป ก็เน้นจัดจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามหลากหลายกลุ่ม และตั้งเป้าเป็นพันธมิตรทางด้านสุขภาพให้กับลูกค้า โดยมี RS Mall เป็นแพลตฟอร์มหลักในการจำหน่ายสินค้าผ่านออนแอร์และออนไลน์ ปีนี้ RS Mall มีรายได้มาจากสินค้าเพื่อสุขภาพถึง 90% และในช่วงโควิด-19 มีรายได้จากสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นจาก 1,800 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 2,100 ล้านบาทในปี 2563 หรือคิดเป็นสัดส่วน 21% ดังนั้น อาร์เอส กรุ๊ป จึงมองหาธุรกิจใหม่ที่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตและเสริมศักยภาพของธุรกิจคอมเมิร์ซ

การเข้าลงทุนใน “สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง” เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการขยายศักยภาพในการพัฒนาวิจัยและผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามของ อาร์เอส กรุ๊ป เพราะ สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง มีนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพรไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาร์เอส จึงเข้าไปลงทุนในสัดส่วน 33% ด้วยมูลค่าการลงทุน 675 ล้านบาท

โดยปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจสเปเชียลตี้ มีรายได้รวมกว่า 491 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท เติบโตกว่า 8 เท่า เป็นผลมาจากตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอาหารเสริมเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความต้องการสั่งผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติ เพิ่มขึ้นจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตตามความต้องการของเทรนด์สุขภาพในปัจจุบัน

M&A-RS Group

ธุรกิจของ “สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง” ประกอบไปด้วย
1. บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด ผู้นำแห่งวงการผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย
2. บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงเป็นผู้ผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
3. บริษัท คาเน อินโนเวชั่น จำกัด สร้างสรรค์นวัตกรรมแพคเกจจิ้ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว สามารถออกแบบและผลิตได้หลากหลายรูปแบบ
4. บริษัท เวลโนเวชั่นส์ จำกัด วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และอาหารเสริม เพื่อทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โดย “สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง” มีแผนพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2565

การเข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ เป็นการสร้าง Ecosystem ของ อาร์เอส กรุ๊ป ให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการสร้าง Synergy ที่แข็งแรง จากการใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งด้านทรัพยากรและจุดแข็งของแต่ละบริษัทตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก จนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

ที่สำคัญการลงทุนในครั้งนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังได้ถือใบอนุญาตในการสกัดและผลิตสินค้ากัญชง-กัญชา ซึ่งจะออกจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 นี้ นับว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและสร้างการเติบโตระยะยาวร่วมกัน

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ของ อาร์เอส กรุ๊ป ทำรายได้รวมทั้งหมด 992 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท รายได้เติบโต 19% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นจากธุรกิจสื่อและบันเทิง ซึ่งเติบโตจากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัวและรายได้จากการขายคอนเทนต์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น คาดว่ารายได้ช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตขึ้นจากการขยายช่องทางการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงกลุ่มสินค้าไลน์ใหม่ๆ ไปสู่ตลาดแมสมากขึ้น

RS Group Business Ecosystem

อ่านเพิ่มเติม